Trade War ทำ Apple เสียสถานะการเป็นบริษัทมูลค่ามากที่สุดในโลก 1 ล้านล้านดอลลาร์

Jan 23, 2019 P.Patikom

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมปี 2018 ที่ผ่านมา Apple เป็นบริษัทอเมริกันบริษัทแรกที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap) สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์  แต่หลังจาก 5 เดือนผ่านไป เมื่อขึ้นปีใหม่ 2019 เข้าช่วงปลายเดือนมกราคม ราคาหุ้นของ Apple ก็สูญเสียไปมากกว่า 20% คิดเป็นมูลค่าตลาดที่ Apple ต้องสูญเสียไปถึง 64 พันล้านดอลลาร์ หลังจากที่ Apple ออกมาให้ข่าวว่ายอดขายชะลอตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญของ Apple คือ iPhone เหตุผลหนึ่งที่ Tim Cook, CEO ยกขึ้นมาคือ การชะลอตัวของยอดขาย iPhone รุ่นใหม่ iPhone XR และ XS ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับจีนและการเปลี่ยนแบตเตอรี่เครื่องเดิมแทนการซื้อเครื่องใหม่
 
แต่ทั้งนี้ควรคำนึงถึงสาเหตุอื่นด้วย คือราคาของ iPhone รุ่นใหม่ที่สูงกว่าสมาร์ทโฟนในระดับเดียวกันของคู่แข่งสำคัญทุกรายทั้ง Samsung และ Huawei โดยเฉพาะ Huawei ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก มีเทคโนโลยีและฟีเจอร์การใช้งานไม่ด้อยกว่าทั้ง iPhone ของ Apple และตระกูล Galaxy ของ Samsung ทั้งยังมีคุณสมบัติในเรื่อง AI ที่ตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคได้โดนใจกว่า นี่ก็น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนแบรนด์ไปใช้งาน Huawei ส่งผลให้ยอดขายของ iPhone รุ่นใหม่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
 
การที่รายได้ของ Apple ประมาณ 60 - 70% มาจาก iPhone เมื่อ iPhone รุ่นใหม่ขายไม่ได้ตามเป้าหมาย จึงกระทบต่อภาพรวมของ Apple และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มูลค่าตลาดของ Apple ลดลงต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
 
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นของ Apple ลดลงอย่างรวดเร็ว Apple ประกาศว่าพวกเขาจะสร้างรายได้อย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์น้อยกว่าที่พวกเขาพูดก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้หุ้นตก และทำให้ Apple ไม่ใช่บริษัทล้านล้านดอลลาร์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกอีกต่อไป
 
อย่างไรก็ตามมีข่าวว่า Apple ได้เริ่มดำเนินการแก้ไขจุดอ่อนของ iPhone ซึ่งจะทำให้ iPhone ที่จะวาง ตลาดในปีหน้า 2020 ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคเป้าหมายมากขึ้น เช่น มีแผนงานที่จะเลิกใช้จอ LCD และใช้จอ OLED ใน iPhone ที่จะวางตลาดปี 2020 ทั้งหมด (ปัจจุบันยังมี iPhone ใหม่บางรุ่นใช้จอ LCD อยู่ คือ iPhone XR ส่วน iPhone XS เป็นจอ OLED) เพราะจอ OLED ให้ความสว่างมากกว่า, ให้คุณภาพของสีบนหน้าจอสูงกว่า, มีสีสันสดใสสวยงามกว่า และมีความยืดหยุ่นในการดีไซน์มากกว่าเมื่อเทียบกับจอ LCD และเชื่อว่า Apple คงจะมีการปรับปรุงอีกมากมายสำหรับ iPhone รุ่นใหม่ที่จะวางตลาดในปีหน้าเพื่อแย่งชิงลูกค้าใหม่กับ Huawei และ Samsung และถ้า Apple สามารถปรับกลยุทธ์ในด้านราคาให้สมเหตุ สมผลขึ้นด้วย ก็จะคงจะทำให้แฟนพันธุ์แท้ iPhone มีความสุขขึ้นอีกไม่น้อย
 
Cr : BUSINESS INSIDER / THE VERGE / CNBC

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.