มิตรผล เดินเกมรุกนวัตกรรม เทคโนโลยี เดินหน้าผลักดันสตาร์ทอัพด้าน Bio-Based

Jul 28, 2017 S.Worapol

กลุ่มมิตรผล เดินหน้าค้นหา สนับสนุน ร่วมลงทุน และผลักดันสตาร์ทอัพ (Startups) ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมด้าน Bio-Based โดยผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาล และชีวพลังงานมายาวนานกว่า 60 ปี กับความพร้อมทางด้านทรัพยากร ทั้งด้านบุคลากร นวัตกรรม และเงินทุน โดยมุ่งเฟ้นหานวัตกรรมด้าน Bio-Based

ซึ่งคาดว่างาน Techsauce Global Summit 2017 ระหว่างวันที่ 28-29 กรกฏาคม 2560 นี้ ที่บูธกลุ่มมิตรผล โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอทเซ็นทรัลเวิลด์ บนเวที Private Pitching Stage จะมีไอเดียวร้างสรรค์เกิดขึ้นมากมาย พร้อมโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มมิตรผลเพื่อพัฒนาและต่อยอดอุตสาหกรรมเกษตรของไทยให้ก้าวหน้าสอดรับนโยบายพลังงาน 4.0 

ประวิทย์ ประกฤตศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพลังงาน กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงาน สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงที่เป็นปัญหาระดับโลกขณะนี้ ทำให้รัฐบาลไทยคาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนมหาศาลในธุรกิจรูปแบบใหม่ในด้าน Bio-Based สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานพลังงานจึงมีริเริ่มนโยบาย Energy 4.0 เพื่อยกระดับและพัฒนาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนการลงทุนด้านเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy) ต่อยอดพืชพลังงานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) โดยคาดว่าแผนลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพระยะ 10 ปีจะมีมูลค่าถึง 4 แสนล้านบาท ซึ่งระยะที่ 1 ปี 2560-2561 จะมีเม็ดเงินลงทุนถึง 51,000 ล้านบาท”

ทั้งนี้ กลุ่มมิตรผลเล็งเห็นว่าธุรกิจด้าน Bio-Based มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของกลุ่มมิตรผล ทั้งด้านการส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น ลดต้นทุนในการทำงาน อีกทั้งเป็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจและกระบวนการธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง  ซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนคือ กลุ่มมิตรผลจะเป็นผู้ประกอบการด้าน Bio-Based รายแรกๆในไทยที่มีการสรรหาและลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทางด้าน Bio-Based เพื่อการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่สำหรับผู้บริโภคและคู่ค้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจพลังงานชีวภาพ สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ จากนวัตกรรมบริการที่สามารถนำไปขายให้กับผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานชีวภาพรายอื่น หรือแม้แต่กับธุรกิจอื่น ๆ เกิดเป็นช่องทางรายได้ใหม่ที่จะผลักดันวงจรการเติบโตแบบก้าวกระโดดครั้งใหม่ เป็น New S-Curve ในรูปแบบไร้รูป ไร้พรมแดน และไร้ขีดจำกัด (Formless, Borderless, Limitless)

“กว่า 60 ปีที่กลุ่มมิตรผลขับเคลื่อนธุรกิจอ้อย น้ำตาลและชีวพลังงาน ด้วยกลยุทธ์ Value Creation นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาบริหารจัดการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มพืชเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างประโยชน์สูงสุดให้พืชเศรษฐกิจไทย เริ่มตั้งแต่เพิ่มผลผลิตวัตถุดิบต้นน้ำด้วยเกษตรกรรมสมัยใหม่แบบ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” จนถึงเพิ่มมูลค่าให้ของเหลือทิ้ง ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน เช่น นำชานอ้อยมาผลิตเชื้อเพลิงไฟฟ้าชีวมวล นำกากน้ำตาล (โมลาส) มาหมักผลิตเอทานอลผสมกน้ำมันเบนซินเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล หรือกากหม้อกรองที่เหลือจากการผลิตเอทานอลมาพัฒนาเป็นสารปรับปรุงดินกลับไปใช้ในไร่อ้อย และธุรกิจ Bio-Based ที่ต่อยอดส่วนที่เหลือจากกระบวนการผลิตอ้อยให้เป็นพลาสติกชีวภาพ อาหารเสริม

หรือแม้กระทั่งชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals) เป็นต้น และด้วยความพร้อมในเรื่อง Bio-Based ทั้งด้านบุคลากร นวัตกรรม และเงินทุนของกลุ่มมิตรผล เราจึงริเริ่มค้นหาสตาร์ทอัพ ที่มีไอเดีย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้าน Bio-Based ทั้ง 5 สาขา คือ Bio-Based Chemicals, Bio-Based Material, Bio-Fertilizer, Food for the Future และ Feed for the Future ให้ได้มีโอกาสมาร่วมมือ และลงทุนกับกลุ่มมิตรผล สอดรับนโยบายพลังงาน 4.0”

ทั้งหมดนี้เป็นการส่งผลประโยชน์สูงสุดคืนให้แก่ทั้งเกษตรกรที่จะมีนวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการมามาช่วยพัฒนาพืชเศรษฐกิจให้มีผลผลิตที่ดี ปลอดภัยมากขึ้น มีการต่อยอดและสร้างคุณค่าพืชเศรษฐกิจให้เป็นพลังงานทดแทน สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีและอย่างยั่งยืน 

ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้บริโภคได้รับประโยชน์ที่จะมีผลิตผลทางการเกษตรที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้น ประหยัดยิ่งขึ้น จากผลิตผลทางเกษตรและพลังงานทดแทนที่ต่อยอดมาจากพืชเศรษฐกิจต่างๆ

ภารกิจของกลุ่มมิตรผลในการเฟ้นหาสตาร์ทอัพด้าน Bio-Based ที่มีศักยภาพจริงทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมพัฒนา และร่วมลงทุนพัฒนา ภายใต้การสนับสนุนใน 4 ด้าน คือ

Research - มุ่งเน้นการทำการวิจัยที่สามารถผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นได้จริงและสามารถนำมาช่วยในการวางโร้ดแม็พในการทำธุรกิจได้ ซึ่งทางกลุ่มมิตรมีความเชี่ยวชาญด้านการทำวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะ โดยเรามี “ศูนย์นวัตกรรมและการวิจัย” ที่สามารถเข้ามาช่วยผลักดันสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพได้ในทุกระดับ

Investment - หัวใจสำคัญในการลงทุนด้าน Bio-Based คือความแม่นยำในการวางเงินลงทุนที่เหมาะสม ในแต่ละระยะของธุรกิจแต่ละราย รวมทั้งการลงทุนซ้ำเมื่อธุรกิจเติบโตได้ดี

Partnership -  สตาร์ทอัพรายที่ไม่ได้มีอุปสรรคด้านเงินทุน แต่ต้องการที่จะสร้างพันธมิตรที่จะร่วมพัฒนาไปด้วยกัน ทั้งพันธมิตรที่สามารถส่งเสริมด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การตลาด หรือประสบการณ์ในการทำธุรกิจ กลุ่มมิตรผลจะช่วยให้คำปรึกษาตลอดโครงการ ตั้งแต่การนำผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง (Prototype) ไปทดลองกับกลุ่มลูกค้าจริง รวมทั้งการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเมื่อกระบวนการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์

Operation Enhancement – กลุ่มมิตรผลมีรูปแบบการบริหารจัดการที่สตาร์ทอัพสามารถเรียนรู้และนำไปต่อยอดใช้ได้ หนึ่งในองค์ความรู้ที่โดดเด่น คือ ZERO Waste Model อีกทั้งในแง่องค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและพลังงานทดแทนที่มีอยู่อย่างรอบด้าน การทดลองรูปแบบธุรกิจจริงหรือนวัตกรรม พร้อมการบริหารจัดการกับกลุ่มเป้าหมายทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค

 

“ด้วยความตั้งใจ ศักยภาพ และแผนงานที่ครอบคลุมรอบด้าน กลุ่มมิตรผลมั่นใจว่าเราจะสามารถค้นหาสตาร์ทอัพด้าน Bio-Based ที่มีศักยภาพ เพื่อให้การสนับสนุนและร่วมลงทุนต่อไปได้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาพืชเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกรไทยให้มีทั้งรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระยะยาว และยังส่งผลให้ผู้บริโภคไทยได้บริโภคผลิตผลทางเกษตรที่มีคุณภาพ ราคาสมเหตุสมผล และมีพลังงานทดแทนจากการต่อยอดพืชเศรษฐกิจใช้ต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ โฮลดิ้ง จำกัด. All rights reserved.