ตามดู LINE Thailand กับขาขึ้นของตลาด Sticker

Jan 30, 2019 BrandAge Team

ในปี 2561 ธุรกิจไลน์สติกเกอร์ในไทยได้สร้างปรากฏการณ์เติบโตสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาค เพราะคนไทยใช้งานสติกเกอร์สูง พุ่งเกิน 1 หมื่นล้านครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 31 ล้านครั้ง มีจำนวนผู้ซื้อสติกเกอร์สูงขึ้น 28 % โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2561 – 1 มกราคม 2562 พบว่ามียอดการส่งสติกเกอร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 51 % ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า สติกเกอร์ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือการสื่อสารที่เป็นที่นิยมของคนไทย

โอกาสการสร้างรายได้ของไลน์สติกเกอร์

ขยายตลาดครีเอเตอร์สติกเกอร์ จากปี 2561 ที่ผ่านมา ตลาดครีเอเตอร์สติกเกอร์ เติบโตขึ้นกว่า 40 % นี่จึงเป็นโอกาสที่ LINE จะเพิ่มจำนวนของครีเอเตอร์มีมากขึ้น หลากหลายมาหขึ้น เพื่อตอบสนองกับความต้องการของตลาดและสร้างทางเลือกให้กับผู้ซื้อ สอดคล้องกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่มีความต้องการแบบ Personalize  ต้องการซื้อสติกเกอร์ที่บ่งบอกถึงบุคลิก หรือสะท้อนความเป็นตัวเองผ่านสติกเกอร์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการคอนเทนต์ของสติกเกอร์ที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างกัน

เพิ่มช่องทางการซื้อให้เข้าถึงง่าย และหลายช่องาง LINE ได้เพิ่มช่องทางการซื้อไลน์สติกเกอร์ทั้ง Offline และ Online เพราะผู้บริโภคส่วนมากถึง 80 % ซื้อไลน์สติกเกอร์ผ่านบัตรเครดิต รวมถึงไลน์สติกเกอร์ยังมีช่องทางการซื้ออีกรูปแบบ คือ KIOSK เป็นการเติมเงินซื้อสติกเกอร์ ผ่านตู้เติมเงิน บุญเติมและสบายพลัส โดยได้มีการโปรโมทและเจาะตรงกลุ่มเป้าหมายระดับ Mass ทำให้มียอดผู้ซื้อทะลุ 1 ล้านคน ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี

เพิ่ม New Purchase Users จากการทำ Survey LINE พบว่าคนทั่วไปยังไม่รู้จัก LINE Store และไม่รู้วิธีซื้อผ่าน LINE Store LINE จึงตต้องการทำให้เกิดผู้ซื้อหน้าใหม่ผ่านช่องทาง LINE Store ด้วยการออกแคมเปญสร้างการรับรู้ ให้คนรู้จักวิธีการซื้อสติกเกอร์ผ่าน LINE STORE มากขึ้น ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จจากการเลือกทำการตลาด Above the Line ครั้งแรก ด้วยยอดผู้ใช้ใหม่ที่ซื้อผ่าน LINE STORE ที่เพิ่มขึ้น 68 % ซึ่งในจำนวนผู้ซื้อหน้าใหม่นี้ชำระเงินผ่านมือถืออยู่ 50%

เทรนด์ที่น่าจับตามอง

กณพ ศุภมานพ ผู้อำนวยการธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย ได้กล่าวถึง เทรนด์การทำสติกเกอร์ในปี 2562 นี้ว่า “จากในปีที่ผ่านมาการร่วมมือกับผู้ผลิตคอนเทนต์ ศิลปิน ดารา ในการผลิตธีม ทำให้ธีมไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมา โดยจากสถิติพบว่า 1 ใน 4 ของผู้ที่ดาวน์โหลดสติกเกอร์ศิลปิน ดารา จะดาวน์โหลดธีมของศิลปินนั้นมาใช้ด้วยเช่นกัน ทำให้ในปีนี้ ทางไลน์จะมีการต่อยอดธุรกิจธีมมากขึ้น

และจะมีการทำ Collaboration Stickers หรือการออกสติกเกอร์ที่เป็นคอนเทนต์จากค่ายผู้ผลิต ที่ออกแบบโดยครีเอเตอร์ชื่อดัง  พบว่าเมื่อเนื้อหาคอนเทนต์เช่น เพลง และลายเส้นครีเอเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ จะทำให้ได้รับความนิยม และมีการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ก้าวต่อไป

ทางไลน์จะขยายช่องทางการชำระเงินให้ครอบคลุมและหลากหลายมากขึ้น เป็นการรองรับการชำระเงินด้วย Mobile Banking  เพื่อเพิ่มทางเลือกและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้มากขึ้น  โดยจะมีการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์ธนาคารและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อต่อยอดความสำเร็จ และจะมีการใช้แพลตฟอร์ม BCRM (Business Content Customer Royalty Management) ผ่าน Official Account ของ LINE Stickers เพื่อที่จะสามารถส่งข้อมูลสติกเกอร์แบบ Customize สื่อสารไปได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งหมดคือทิศทางและภาพรวมของธุรกิจ LINE Stickers เราจะเห็นว่าธุรกิจนี้กำลังเติบโต กำลังยู่ในช่วงขาขึ้น ลักษณะของการเลือกกลยุทธ์ในการทำตลาดก็จะเป็นขยายช่องทาง ขยายปริมาณสินค้าที่เรามี ทำให้การชำระเงินเข้าถึงได้ทุกคน ทุกกลุ่มทั้งคนเมืองแต่ต่างจังหวัด เพื่อก่อให้เกิดโอกาสในการซื้อทั้งในเรื่องของ User และ Usage ซึ่งจะนำมาสู่รายได้ของ LINE Stickers  

เทรนด์ที่เกิดขึ้นกับตลาด LINE Stickers ในไทย คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความ Personalize มากขึ้น การผลิตครีเอเตอร์สติกเกอร์จึงต้องมีมากขึ้น ซึ่ง LINE Stickers ก็ต้องวิเคราะห์ออกมาให้ได้ว่าเทรนด์ไหนที่ผู้ลริโภคกำลังให้ความสนใจ และอนาคตจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน และก็ต้องทำการโปรโมท สนับสนุนให้เกิดผู้ผลิตครีเอเตอร์สติกเกอร์มากขึ้น ซึ่งก็คือโอกาสของธุรกิจสติกเกอร์ที่จะเติบโตไปได้อีกไกล เพราะ Penetration ของตลาดยังไม่สูงมาก

ข้อดีของ LINE Stickers คือไม่มีคู่แข่ง แต่การไม่มีคู่แข็งก็ไม่ใช้สาระสำคัญมากนัก เพราะถึงอย่างไร คุณภาพของสินค้าก็ต้องได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ให้สอดคล้องกับความชอบ เทรนด์ และโอกาสที่ LINE Stickers มองเห็น ในเรื่องของการหาผู้ซื้อหน้าใหม่ รวมไปถึงการชำระเงินที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกกลุ่มทั่วประเทศ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.