4,718
VIEWS

3 ความท้าทาย กับเทคนิค PCOP เพื่อรับมือ Digital Disruption ของอนุพงษ์ อัศวโภคิน

Feb 12, 2019 S.Vutikorn

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันของคนเรา อันนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลในเชิงพฤติกรรม

ที่สำคัญก็คือ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว รุนแรง ต่างกับสมัยก่อน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนปรับตัวไม่ทัน

หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า Digital Disruption เพราะเกิดในช่วงที่เทคโนโลยี Digital เข้ามาแทน Analog พอดี

ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์เอง เราก็เริ่มเห็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไปบ้างแล้ว หลายแบรนด์ในประเทศไทยก็เริ่มมีการปรับตัวไปสู่ Prop Tech

หนึ่งในนั้นก็คือ ค่ายเอพี ไทยแลนด์

อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) อธิบายการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและวิธีการทำงานของบริษัทไว้อย่างน่าสนใจว่า การรับมือ Digital Disruption ต้องทำตั้งแต่แต่วันนี้ อย่ารอให้เกิดผลกระทบ เพราะนั่นอาจหมายความว่าสายเกินไป

พร้อมกันนี้ อนุพษ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหม่เข้ามามากมายและมีรายเก่าที่ลาจากไปจากการปรับตัวไม่ทัน แต่สำหรับ เอพี ไทยแลนด์ แล้ว เขามองว่านี่คือโอกาสอันดีทางธุรกิจ

เรามองเป็นโอกาส ถ้าหากเราสามารถปรับเปลี่ยนให้องค์กรให้มีความเหมาะสม ซึ่งพบว่าหลังจากที่มีการปรับตัวมาได้ 2-3 ปี เอพี ไทยแลนด์ มีการเติบโตขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมเติบโตกว่า 30% ทั้งจากแนวราบ คือบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ และแนวสูง คือ คอนโดมิเนียม

นอกจากความสำเร็จด้านผลประกอบการแล้ว ในปี 2561 ที่ผ่านมายังเป็นเกียรติยศของเอพี ไทยแลนด์ จากการคว้ารางวัลทรงเกียรติ ทั้งจากในประเทศและระดับนานาชาติ มาครองได้มากถึง 14 รางวัล อาทิ บริษัทผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียประจำปี 2018 จากเวที The Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards (ACES) ประเทศสิงคโปร์, ที่สุดของบริษัทพัฒนาคอนโดมิเนียมยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2018 จากเวที Property Guru Asia Property Awards 2018 และได้รับการจัดอันดับให้เป็น The Most Admired Company 2018 องค์กรพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคประจำปี 2018 อีกด้วย

ในมุมมองของอนุพงษ์ เขามีแนวคิดในการรับมือเรื่อง Digital Disruption ที่เริ่มนำมาปรับใช้ในองค์กรของตัวเองซึ่งถือเป็นความท้าทายล่าสุดอยู่ 3 แนวทาง คือ

1. โลกที่กำลังถูก Digital Disruption เราจะนำเอา Technology มาสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นอย่างไร

2. เราจะรู้จักและพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้องและตอบรับกับความต้องการที่ยังไม่ถูกค้นพบที่แตกต่างกันของคนในสังคมได้อย่างไร               

3. เราจะพัฒนาความรู้ ความสามารถของคนในองค์กรและคนในสังคมให้ก้าวทันกระแส Digital Disruption ได้อย่างไร

ดังนั้น การขยายองค์กรสู่ 3 ภาคธุรกิจใหม่ล่าสุดของเอพี ไทยแลนด์ จึงถูกวางเป้าประสงค์ไว้ที่การมอบคุณภาพชีวิตแก่คนในสังคมให้เป็นผลสำเร็จ

เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ที่วางไว้ในปีนี้ เอพี ไทยแลนด์ ได้มีการแตกธุรกิจใหม่อีก 3 บริษัท คือ

1. บริษัท วาริ จำกัด: ดำเนินธุรกิจสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพชีวิต (LIFE MANAGEMENT ECOSYSTEM) ที่จะมาจุดประกายคุณภาพชีวิตในวันข้างหน้าให้มีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์สังคมแห่งการอยู่อาศัยในอุดมคติให้เกิดขึ้น ลดทอนความซ้ำซ้อนที่เป็น Pain ของผู้อยู่อาศัยในวันนี้ และมอบประสบการณ์ใหม่ที่ยกระดับรูปแบบการดำเนินชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ผ่านนวัตกรรมดีไซน์ ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของคนในสังคม

2. บริษัท เคลย์มอร์ จำกัด: ดำเนินธุรกิจการพัฒนานวัตกรรมดีไซน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ยังไม่ถูกค้นพบของคนในสังคม ผ่านการสร้างทีมนวัตกรรมที่มีจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการขึ้นภายในองค์กร มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการเป็น Innovation Lab สร้างนวัตกรรมโดยใช้กระบวนการ Stanford Design Thinking ต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เดิมไปสู่ธุรกิจใหม่ โดยมีเป้าหมายให้นวัตกรรมที่คิดค้น จับต้องได้ และใช้งานได้จริง

3. SEAC (เอสอีเอซี): ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน ดำเนินธุรกิจในการดิสรัปท์วิธีการเรียนรู้ของคนในองค์กรและคนในสังคมด้วยกระบวนการใหม่ๆ มุ่งพัฒนาความพร้อม ความสามารถของคนให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในวันนี้และอนาคต โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันระดับโลก อาทิ Stanford University ที่มีมุมมองในเรื่องการเรียนรู้ตรงกัน เพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถและกระบวนการคิดของผู้นำในเมืองไทยและระดับภูมิภาคให้มีศักยภาพทัดเทียมผู้นำระดับโลก

อนุพงษ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การจะก้าวสู่สังเวียน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของ Digital Disruption นั้น มีเทคนิค PCOP ที่จะทำให้เทคโนโลยีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คือ

1. ต้องสร้าง Platform ที่ดีแต่แรกเริ่ม เพราะอนาคตทุกอย่างจะรันด้วย Platform

2. มี Platform ที่ดีแล้ว ยังไม่พอ จะต้องมี Content ที่ดีด้วยไม่เช่นนั้นก็เปล่าประโยชน์

3. หัวใจสำคัญที่จะทำให้งานใหม่ราบรื่น คือ Operation ต้องดี ซึ่งการออกแบบระบบปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ โดยเฉพาะกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

4.  การวางคนที่จะมารับผิดชอบในกลุ่มธุรกิจใหม่นี้ คนที่ทำแต่ละเรื่องต้องมี Passion ในเรื่องนั้นจริงๆ ไม่เช่นนั้นจะส่งมอบประสบการณ์ไม่ได้

อนุพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าเอพี ไทยแลนด์ เริ่มปรับโครงสร้างเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงมาได้พักใหญ่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่ได้เป็นข่าวเท่าไหร่นัก แต่ที่ต้องใช้เวลาเริ่มต้นพักใหญ่นั้น เหตุผลเพราะว่าต้องการหาคำตอบของคำถามที่ว่า “ทำไปเพื่ออะไร” ให้ได้เสียก่อน

ก่อนทำอะไรเราต้องตอบคำถามว่าทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร ถ้าตอบไม่ได้ ก็ทำได้แค่โหนกระแส ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะทำ ตัวอย่าง เช่น เราส่งพนักงานไปดูงาน CES 2019 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีบริษัทมาออกบูธหลายพันบูธ ถ้าเราไปแบบไม่มีโจทย์ก่อน เราจะได้แต่เทคโนโลยีที่เราชอบมา ซึ่งเป็นส่วนงานของการตลาด แต่เราทำงานแบบ Design Thinking เราคิดและพัฒนาโปรดักต์โดยไม่สนใจแล้วถึงไปดูว่าเทคโนโลยีอะไรที่ตอบโจทย์มากกว่า

อนุพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่าทั้ง 3 ธุรกิจใหม่จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมวิสัยทัศน์ในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประสบความสำเร็จ เคียงคู่ไปกับ Core Business คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริษัทในเครือที่จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าภายในปี 2565 สามภาคธุรกิจใหม่นี้จะมีส่วนช่วยผลักดันรายได้รวมของเอพีให้เติบโตแบบก้าวกระโดดแตะหลัก 60,000 ล้านบาท

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn