4,948
VIEWS

เอเซอร์ โน้ตบุ๊ค แข็งแกร่งเรื่องเซอร์วิส

Mar 05, 2019 -None-

ปี 2018 ตลาดรวมคอมพิวเตอร์ (โน้ตบุ๊ค และเดสก์ท็อป) มียอดขายทั้งประเทศรวมกว่า 2.4 ล้านเครื่อง กว่า 1 ใน 4 เป็นยอดจำหน่ายของแบรนด์ “เอเซอร์” ที่ในวันนี้มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 23% จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม เอเซอร์” จึงยังครองความเป็นที่ 1 ในกลุ่ม “คอมพิวเตอร์พกพา” จากผลสำรวจ ใน Thailand’s Most Admired Brand 2019 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และมั่นคง เพราะเมื่อนึกถึง “โน้ตบุ๊ค” ก็ต้องนึกถึงแบรนด์ “เอเซอร์”

“อาจเป็นเพราะการทำตลาดในยุคแรกๆ เราผูกแบรนด์เอเซอร์ไว้กับโน้ตบุ๊ค เพราะเป็นช่วงที่โน้ตบุ๊คเริ่มเข้าสู่ตลาด และกำลังได้รับความสนใจ เราจึงมองว่า หากจะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และเกิดการจดจำก็ต้องผูกแบรนด์ไปกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรือธง วันนี้ก็ถือว่าเราทำสำเร็จ เพราะคนก็รู้จักเราในการเป็นแบรนด์โน้ตบุ๊คมากกว่าสินค้าในกลุ่มอื่นๆ”

คุณนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ Director, Marketing Division Office, Marketing Division บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เกริ่นนำถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ “เอเซอร์” เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้แบรนด์เอเซอร์สามารถครองความเป็นอันดับ 1 ได้อย่างยั่งยืน เป็นผลมาจากการมีจุดแข็งในเรื่องของการบริการ ที่ได้วางรากฐานด้านการบริหารจัดการไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง

“การวาง Infrastructure ให้ครอบคลุม คือพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเราทำในเรื่องของการบริการหลังการขายเอง และยังมีการทำสต๊อกของสแปร์พาร์ทไว้เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ตรงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะในกลุ่มสินค้าไอทีสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และมองหาอยู่”

ความแข็งแกร่งของ “เอเซอร์” เป็นผลมาจากการวางกลยุทธ์การตลาดที่ค่อนข้างไดนามิค และปรับตัวได้เร็วท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อเกิดกระแสของแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้ตลาดคอมพิวเตอร์เริ่มนิ่ง และถดถอย แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มเกิดกระแสของสินค้าในกลุ่ม Gaming และ E-Sport ในช่วงนั้นเอเซอร์ก็เริ่มปรับตัวด้วยการนำเสนอโน้ตบุ๊ค
ที่ตอบโจทย์กลุ่ม Gaming และ E-Sport ออกสู่ตลาด

“ข้อดีของการเดินเกมมาในเรื่องของ Gaming และ E-Sport ส่งผลให้แบรนด์เอเซอร์ในวันนี้ดูเด็กลง ซึ่งในยุคเมื่อ ก่อนแบรนด์เอเซอร์เติบโตมากับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียนนักศึกษา แต่ปัจจุบันคนกลุ่มนี้เติบโตเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่กันแล้ว พอมาถึงรุ่นหลังก็ไม่อยากใช้เอเซอร์เพราะเคยเห็นพ่อแม่ใช้จึงถูกมองว่าแก่ แต่เมื่อเอเซอร์มีสินค้าที่เป็น Gaming ออกมา และเริ่มมีการสร้างแบรนด์ผ่านโลโก้ Predator ทำให้แบรนด์ได้รับการตอบรับจากฐานตลาดใหม่ๆ ที่เป็นกลุ่มเด็กมากขึ้น

แม้ว่ายอดขายโดยภาพรวมของตลาดจะยังไม่เติบโตมากขึ้น แต่เนื่องจากสินค้ากลุ่มนี้มีราคาค่อนข้างสูง จึงทำให้ในแง่ของมูลค่าตลาดเติบโตขึ้นมาก เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า เราสามารถปรับตัวได้ทันกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จในการทำตลาด Gaming ด้วยยอดขายที่มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ แม้ว่าเราจะทำตลาด Gaming ช้ากว่าแบรนด์อื่นนานถึง 2 ปี เราจึงมั่นใจว่าเราเดินมาถูกทาง”

คุณนิธิพัทธ์ ยังกล่าวเสริมถึง Brand Character ของเอเซอร์ในปัจจุบัน จะมีความเป็นเด็กมากขึ้น ส่งผลให้เอเซอร์วางเป้าหมายจะขยายตลาดไปสู่กลุ่มเด็กมัธยมต้นมากขึ้น เพื่อลบภาพความเป็นแบรนด์เก่าและแก่ให้หมดไป

“ดังนั้นเมื่อเราต้องการจะปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ เราก็ต้องทำให้มากกว่าที่วางเป้าหมายไว้ เช่น ถ้าเราต้องการจับกลุ่มเป้าหมายเด็กมัธยมปลาย เราก็ต้องส่งเมสเสจไปถึงกลุ่มเด็กมัธยมต้นเลย เราก็พยายามที่จะเปลี่ยนภาพของการสื่อสารต่างๆ ให้ดู Young และ Cool มากขึ้นด้วย”

เนื่องจากกลุ่ม Gaming จะมีการรวมตัวเป็น Cluster หรืออยู่รวมกันเป็นคอมมูนิตี้อยู่หลากหลายกลุ่ม และคอยติดตามข่าวสารต่างๆ จากทางกลุ่ม ดังนั้นการเข้าถึงคนกลุ่มนี้จึงทำได้ไม่ยาก ขณะเดียวกันกลุ่มที่ไม่ได้เล่นเกมก็จะไปดูผลิตภัณฑ์ที่บางและเบา (Thin & Light) ซึ่งเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เอเซอร์ค่อนข้างประสบความสำเร็จกับการทำตลาด และแม้ว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะมีทั้งผู้หญิง และผู้ชายในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่เอเซอร์ก็มองว่า ผู้หญิงจะมีอิทธิพลในเรื่องการตัดสินใจซื้อมากกว่า จึงได้วางเป้าหมายเจาะกลุ่มผู้หญิงไว้อย่างชัดเจน 

สำหรับแคมเปญการสื่อสารของเอเซอร์ที่ถือว่าประสบความสำเร็จในช่วงปีที่ผ่านมา คือการทำไวรัลออนไลน์ผลิตภัณฑ์รุ่น Acer Swift 5 ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊คที่มีจุดเด่นในเรื่องของน้ำหนักที่เบาที่สุดในโลก โดยการนำกระดาษ A4 มาม้วนเป็นกรวย และนำมาเป็นฐานวางโน้ตบุ๊ค และดิสเพลย์หน้าร้านก็สื่อสารในลักษณะเดียวกัน จึงได้รับความสนใจจนทำให้สินค้าในรุ่นนี้สามารถทำยอดขายได้มากกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม นอกจากความแตกต่างในเรื่องของบริการหลังการขาย และการมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน เอเซอร์ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยี และได้มีการจดสิทธิบัตรไว้อย่างมากมาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องให้ดียิ่งขึ้น เช่น เทคโนโลยีสนามแม่เหล็ก ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ระบบการหมุนของพัดลมระบายความร้อนเพื่อลดการเกาะของฝุ่น

แม้ว่าในช่วงแรก เอเซอร์จะผูกแบรนด์ไว้กับสินค้ากลุ่มโน้ตบุ๊ค แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เอเซอร์เริ่มขยายตลาดไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างกลุ่ม IoT และ Gadget มากขึ้น เช่น ไมล์จักรยาน เครื่องวัดคุณภาพอากาศ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เห็นว่า เอเซอร์มีความไดนามิคมากขึ้น และไม่ได้ยึดติดกับสินค้าในกลุ่มโน้ตบุ๊ค หรือพีซีเพียงอย่างเดียว

“เรายังมีโซลูชั่นเกี่ยวกับ Smart City ที่มีการทำตลาดในประเทศไต้หวัน เช่น การทำ Smart Parking ที่สามารถใช้บริการผ่าน Smartphone Application ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในความพยายามที่จะผันตัวเอง จากการทำตลาดคอนซูเมอร์ไปสู่ตลาดโซลูชั่นมากขึ้น แต่ปัจจุบัน Core Business ก็ยังเป็นตลาดโน้ตบุ๊คถึงกว่า 80%”

ในส่วนของแผนการทำตลาด และการสื่อสารในปีนี้ จะยังคงโฟกัสที่ตัว Gaming และ Thin & Light เป็นหลัก โดยกลุ่ม Gaming จะมีการจัด Tournament ที่ส่งเสริมในเรื่องของ E-Sport รวมถึงการจัด Predator League ที่เป็นการแข่งขันระดับเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นการจัดครั้งแรกในประเทศไทย ส่วนกลุ่ม Thin & Light ที่มีผู้หญิงเป็นกลุ่มเป้าหมายก็จะมีการสื่อสารผ่าน Influencer ที่ใช้อุปกรณ์ของเอเซอร์ เช่น กลุ่มนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย

คุณนิธิพัทธ์ ย้ำว่า การจะรักษาความเป็นเบอร์ 1 ไว้ให้คงอยู่ จะต้องรักษาจุดขายในเรื่องของบริการหลังการขายไว้อย่างต่อเนื่อง เมื่อก่อนปัจจัยในการตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์จะเน้นไปที่เรื่องราคาถูก หรือเพราะโปรโมชั่นดี แต่พอเครื่องมีปัญหาจะหาศูนย์บริการได้ค่อนข้างยาก วันนี้ปัจจัยสำคัญจึงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคมองหาความสบายใจในเรื่องของศูนย์บริการหลังการขายเพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อคอมพิวเตอร์มีปัญหาจะสามารถติดต่อศูนย์บริการได้ง่ายขึ้น

“วันนี้เราก็ยังการันตีว่าเราเป็นเพียงแบรนด์เดียว ที่มีเรื่องของการบริหารจัดการเรื่องของบริการหลังการขายด้วยตัวของเราเอง และเรายังเป็น Hub ในเรื่องของอะไหล่สำรองให้กับตลาดในแถบอินโดไชน่าไม่ใช่เฉพาะกับประเทศไทย จึงทำให้สามารถให้บริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้นได้ เพราะวันนี้การตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ จึงเป็นเรื่องของการซื้อความสบายใจ จากการได้บริการหลังการขายที่ดี” คุณนิธิพัทธ์ กล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.