6,141
VIEWS

AP Thailand นักคิดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

Mar 08, 2019 -None-

กว่า 28 ปี ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการคิดและพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งของเอพี ไทยแลนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ทำให้แบรนด์เอพี ไทยแลนด์ ก้าวเข้าไปเป็นอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค จากผลสำรวจของ BrandAge Thailand’s Most Admired Brand  2019 ซึ่งเอพี ไทยแลนด์ เป็นแบรนด์อันดับที่ 1 ในใจผู้บริโภคในหมวดอสังหาริมทรัพย์

ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงอย่างอสังหา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเข้าไปยืนเป็นที่ 1 อยู่ในใจผู้บริโภค แต่ที่ผ่านมาเอพี ไทยแลนด์ พิสูจน์แล้วว่า การเป็นแบรนด์นักคิดที่ไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติเป็นจุดแข็งที่สร้างให้แบรนด์เอพี ไทยแลนด์ แตกต่าง โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารพื้นที่ เอพีมีความเชี่ยวชาญในด้านของการ Utilization พื้นที่มา 28 ปี เอพี มองว่าทุกส่วนของบ้านคือพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นผนัง เพดาน หรือทุกส่วนของบ้านควรสามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ซึ่งแนวคิดนั้นสะท้อนออกมาเป็นวิธีคิดในการออกแบบพื้นที่ต่างๆ ในที่พักอาศัยของเอพี และสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนสู่ผู้บริโภค

“เรามองว่าการที่เราเป็นแบรนด์นักคิด คือ Differentiating Point ของเรา ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นที่เขาอาจจะขายในเรื่องของความหรูหรา ขายแบรนด์ แต่เราขายในเรื่องของการที่เราไม่หยุดคิด ทุกวันนี้เราไม่ได้มองว่าเราขายอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่เราขายเรื่องของ Possibility ในการอยู่อาศัย เรา Innovate Possibility ในการอยู่อาศัยให้ลูกบ้านผ่านตัวโปรดักต์ที่เรามี เช่น เรื่องของ Space Utilization สองเป็นเรื่องของกระบวนการความเข้าใจว่า Demographic ที่เราอยากขาย เราต้องการให้มีอะไรในตึกนั้น

จึงมีคำๆ หนึ่งที่เรียกว่า Empathy Design ที่จะหาว่าความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าคืออะไร ลูกค้าต้องการ Co-working Space หรือเปล่า หรือเป็นแค่เรื่องของเทรนด์ซึ่งเราจะคิดซ้ำๆ ลองยกเข้ายกออกจนกว่าจะแน่ใจว่านี่คือสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง” คุณสรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กร และผู้อำนวยการ เอพี ดีไซน์ แล็บ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) พูดถึงความสำเร็จของเอพี

หากมองย้อนกลับไปที่การสร้างแบรนด์ คุณสรรพสิทธิ์ เสริมว่าเฟสซิ่งในการทำแบรนด์ในช่วงปีแรกคือการทำเรื่องของ Space ให้แข็งแรง สื่อสารให้ชัดเจน จากนั้นจึงมาสู่เรื่องที่ 2 คือการทำเรื่อง Utilization ถัดมาจึงเป็นการสะท้อนบุคลิกของเอพีออกมาให้ชัดว่าความสุขของเอพีคืออะไร

นอกจากนี้ ในแง่ของตัวแบรนด์แน่นอนว่าครึ่งหนึ่งมาจาก Product และความเชี่ยวชาญชำนาญของคนในองค์กร อีกครึ่งหนึ่งมาจากการสื่อสารแบบ 360 องศา ที่เอพีทำผ่านสื่อ Above the Line, TVC ไปจนถึงโบรชัวร์ที่ทำแจกให้ลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือการทำให้ลูกค้าได้รับคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดในทุกด้าน ซึ่งเมื่อเซตเป็นไกด์ไลน์เพื่อให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจในองค์รวมแล้ว คนทำงานทั้งหมดของเอพีไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก มาร์เก็ตติ้ง หรือส่วนอื่นๆ ก็จะรู้หน้าที่ว่าสำหรับแบรนด์ที่เป็น Thinker แบบเอพีต้องนึกถึงสิ่งใดก่อน

“วันนี้เราคิดถึงเรื่องของ Quality Of Life เรามีใช้คำเรียกสั้นๆ ว่า QOL เป็นคำที่มีความหมายติดมาด้วยเต็มไปหมด ซึ่งอยู่ในสมองคนมานานว่าบ้านที่คุณภาพชีวิตที่ดีต้องมีสวนหน้าบ้านกว้าง มีโรงรถใหญ่จอดได้หลายคัน มียามหลายคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้บางทีเราตั้งคำถามว่าการมียามหลายคนเท่ากับความอุ่นใจหรือยัง คำว่า Quality Of Life ในวันนี้มีความหมายเหมือนกับในอดีตหรือเปล่า เราจึง Revisit คำว่าคุณภาพชีวิตว่าจริงๆ แล้วในปี 2020 มันคืออะไร แล้วเราจะมอบอะไรให้กับลูกบ้านของเรา ซึ่งนั่นเท่ากับเราต้องทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีความแตกต่าง”

นั่นทำให้การพัฒนา Innovation ของเอพีส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องเฉพาะ Product แต่เป็นเรื่องของ  Smart Living ที่ติดอยู่กับตัวบ้าน เช่น ล่าสุด คุณสรรพสิทธิ์ เล่าให้ฟังว่า เอพีมี Smart Locker ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านเมื่อเวลาที่มีของมาส่ง ลูกบ้านสามารถไปรับของได้ที่ Locker ของตัวเอง โดยไม่ต้องผ่านนิติบุคคลซึ่งมีเวลาปิดเปิดที่จำกัด Smart Locker จึงเป็น Solution หนึ่งที่ทำให้ลูกบ้านมีความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งสะท้อนภาพของการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ

“ต้องเริ่มมาจาก Empathy Design ก่อนว่าถ้าเราเป็นเขาเราต้องการความสะดวกสบายอะไร เราหยิบขึ้นมาหนึ่งประเด็นว่าอะไรที่มันเป็นเรื่องร้อนใจที่สุด แล้ว Innovate ออกมาอำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกบ้าน”

ด้วยคาแร็กเตอร์ของเอพีที่โดดเด่นในเรื่องของการเป็นนักคิดที่ทันสมัย มองไปข้างหน้าตลอดเวลาทำให้การสื่อสารและการทำแคมเปญการตลาดต่างๆ ของเอพีเน้นสื่อสารผ่านภาพของความอบอุ่นและทันสมัย มีความรีแล็กซ์อยู่ในตัว รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เอพีทำก็จะเป็นกิจกรรมที่มักจะเชื่อมคนเข้าไว้ด้วยกัน

“แคมเปญที่ผ่านมาที่เราคิดว่าประสบความสำเร็จคือตัวโฆษณาชิ้นหนึ่งซึ่งหากใครจำได้จะเป็นตัวที่มีเด็กลุกขึ้นมาเล่นโอเอ็กซ์กับคุณตาบ้านตรงข้ามผ่านกระจกของบ้านตัวเอง ซึ่งมาจากความเชื่อของแบรนด์ที่ว่าความสวยงามของพื้นที่มักมาจากการที่เราแบ่งปันความสุขด้วยกันเราจึงพูดเรื่องนี้อย่างชัดเจนผ่านภาพยนตร์โฆษณา”

ส่วนของกลยุทธ์ในการทำการตลาดคุณสรรพสิทธิ์ เล่าให้ฟังว่าสิ่งสำคัญก็คือ โปรดักต์ของเอพีต้องมีความจริงใจ เอพีจึงนำเสนอสิ่งที่เป็นตัวตนจริงๆ ของแบรนด์เพื่อให้ทุกโปรดักต์ที่ออกมามีความเชื่อมโยงกลมกลืนกับบุคลิกของแบรนด์ “Brand Portfolio ของเอพี ที่แอ็กทีฟอยู่ 14 แบรนด์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม มีราคาตั้งแต่เริ่ม 2 ล้านต้นๆ จนถึง 80 ล้าน เรามองว่าคำว่าเอพีควรที่จะอยู่กลางๆ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนรู้สึกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับแบรนด์ แบบที่เรียกว่าคนอยู่บ้าน 80 ล้านก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเขา หรือคนที่อยู่บ้านราคา 2 ล้านต้น ก็รู้สึกได้ว่าเป็นแบรนด์ของเขาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นวิธีการคิดในการทำแบรนด์ เราจึงเริ่มจากการดู Portfolio ว่าเรา Product Supply อะไร ในขณะที่ภาพของเราเป็นนักคิด เป็น Thinker ก็จะถูกจับเอามาบวกกันเป็นแคมเปญของแต่ละปี”

เช่นเดียวกับเรื่องของการสื่อสารกับผู้บริโภค เอพีมองว่าผู้บริโภคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นเรื่องของการสื่อสารต้องใหม่ที่สุดด้วย ออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งที่เอพีโฟกัสมากขึ้น

“จากการที่ผู้บริโภคเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ทำให้เราต้องปรับในเรื่องของการสื่อสาร ถ้าถามว่าออนไลน์เข้ามาเป็นพระเอกเลยไหม ออนไลน์เข้ามาช่วยเสริมให้การสื่อสารในวันนี้และอนาคตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพราะเราก็ยังมองว่าหากมองในแง่ของแบรนด์การสื่อสารภาพใหญ่ผ่านหนังสือพิมพ์ TVC ก็ยังสำคัญมากอยู่ ออนไลน์ช่วยกระจาย message ไปในวงที่กว้างขึ้น ช่วย Reminder ที่ดีที่สุดเพราะเข้าถึงได้ง่ายและบ่อย รวมถึงสามารถ Target เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกลุ่ม และทำให้เราสามารถรู้ข้อมูลของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วว่าเขาเป็นใคร ขับรถอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน”

ปี 2561 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่โดดเด่นมากของเอพี ทั้งในแง่ของการเปิดตัวโครงการใหม่ในมูลค่ารวมสูงถึง 45,190 ล้านบาท นอกจากนั้นยอดขายรวมยังทะลุเป้าไปกว่า 41,298 ล้านบาท และรายได้รวม ณ ไตรมาส 3 จากสินค้าแนวราบกลุ่มคอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ สูงถึง 27,113 ล้านบาท รวมทั้งยังเป็นปีที่เอพี ได้รับรางวัลจากหลากหลายสถาบันทั้งในประเทศและระดับนานาชาติมากถึง 14 รางวัล ในปีเดียวอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ที่สร้างชื่อเสียงและดันรายได้รวมให้เติบโต คือ โครงการระดับ Ultra Luxury อย่างโครงการ Vittorio ที่ได้รับรางวัล Asian’s Best Condo Development ที่สุดของคอนโดมิเนียมหนึ่งเดียวในเอเชียจากงาน  Asian Property Award 2018 ซึ่งคัดเลือกจากคอนโดมิเนียมกว่า 200 แห่งทั่วเอเชีย

นอกเหนือจากเรื่องของ Performance อีกส่วนหนึ่งซึ่งเอพีให้ความสำคัญในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมก็คือ เรื่องของการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งเอพีให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับเรื่องของการพัฒนาคน ส่วนสำคัญที่สุดในสังคม โดยคุณสรรพสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของเอพีจะเป็นการทำแบบ On Process คือการทำในสิ่งที่เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจของเอพี ปีที่แล้วเอพี โดดเด่นในการทำโครงการอย่าง AP Space Scholarship ที่ให้ทุนการศึกษาแนวใหม่ในรูปแบบที่พักอาศัยแก่เด็กต่างจังหวัดที่ได้ทุนเรียนดี แต่ขาดทุนสำหรับที่พักอาศัย โดยเอพีมอบทุนการศึกษาเป็นพื้นที่ 30 และ 46 ตารางเมตร ในระยะเวลา 1 ปี สำหรับเด็กทั้งหมด 7 คน โดยใช้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่เข้ามาเป็นแนวคิดในการทำโครงการนี้ และได้รับผลตอบรับดีจนต้องมีการจัดเป็นนิทรรศการให้กับคนภายนอกได้เข้ามาร่วมชมในนิทรรศการที่ชื่อว่า ‘SPACES WITHIN SPACE, A Vision of Co-Living Generation’ ณ WOOF PACK Space ในย่านศาลาแดง เพื่อแสดงถึงวิสัยทัศน์ของเอพีในอนาคตว่าเมื่อพื้นที่เล็กลงในฐานะนักพัฒนาจะทำอย่างไรเพื่อให้คนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขในพื้นที่ที่จำกัด

ในส่วนของปีนี้เอพีร่วมมือกับมูลนิธิสติโชว์ผลงาน ‘NAVIGATING HAPPINESS’  สร้าง ‘พื้นที่แห่งโอกาส’ ให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยง โดยส่งเสริมให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงได้เกิดการเรียนรู้ในบริบทใหม่ มุ่งหวังให้เยาวชนมองเห็นคุณค่าของตนเอง โดยเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยนำ 4 ครูอาสาชื่อดัง อาทิ คุณเป้ MVL–บดินทร์ เจริญราษฎร์ นักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดัง, คุณอู๋-เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี ครูสอนเต้นจาก D-Dance School, คุณชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร ช่างภาพรุ่นใหม่ระดับอินเตอร์ และคุณตาม-ชุดารี เทพาคำ แชมป์ Top Chef Thailand  มาเป็นครูอาสาสอนให้น้องกลุ่มนี้ได้เรียนรู้ทักษะและมีโอกาสที่จะได้ทดลองค้นหาคุณค่าในตัวเอง ด้วยการแบ่งจัดกิจกรรมออกเป็นกลุ่ม เพื่อให้น้องที่สนใจในทักษะแต่ละด้านสามารถเข้าร่วมได้อย่างอิสระ และผลงานชิ้นแรกของน้องๆ จะถูกรวบรวมให้มาอยู่ในภาพยนตร์สั้นความยาว 15 นาที เรื่อง “โลกของหนูไม่มีท้องฟ้า” ที่ได้นำมาเปิดฉายในงาน Bangkok Design Week 2019 อีกด้วย

เห็นได้ชัดว่าความสำเร็จของเอพีในวันนี้เกิดจากการเป็นนักคิดที่ไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม คุณสรรพสิทธิ์ มองว่ายังมีความท้าทายใหม่ๆ รออยู่ข้างหน้าเสมอ

“ความท้าทายและเป้าหมายของเอพี ก็คือการสื่อสารกับคนที่มีภาพในใจอยู่แล้ว คำบางคำมีความหมายติดมาแน่นมาก คำว่าคุณภาพชีวิต Quality Of Life ถ้าเราอยากจะพูดเรื่องนี้ในมิติที่เรามอง เราต้องคิดว่าจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ในมุมใหม่ ซึ่งเป็นมุมของเราได้อย่างไรอันนี้คือความท้าทาย เช่น การปลูกต้นไม้ในพื้นที่สีเขียว หมายถึงความร่มรื่นน่าอยู่หรือเปล่า เราต้องค้นหาคำตอบก่อนที่จะใส่ต้นไม้ลงไป ต้องมองว่าจริงๆ แล้วความร่มรื่นมันหมายถึงอะไร หรือความรู้สึกอุ่นใจเท่ากับมียามหรือกล้อง CCTV หรือเปล่า ความรู้สึกคงทนหมายถึงปูนที่ทุบทำลายไม่ได้หรือกำแพงที่สามารถเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ความหมายของความคงทนยังมีความหมายเหมือนเดิมไหม อันนี้คือสิ่งที่เป็น Challenge ของเราในการที่จะบอกเล่าเรื่องราวของคำที่มีความหมายอยู่แล้วในมิติที่แตกต่างกันออกไป”

อสังหา

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.