13,693
VIEWS

PTT Station และ PTT Lubricants ผู้นำนวัตกรรมพลังงาน ที่ครองใจผู้บริโภคอย่างยาวนาน

Mar 12, 2019 -None-

ในฐานะผู้นำด้านพลังงานยังคงถูกเลือกให้เป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคจากผลสำรวจของ BrandAge Thailand’s Most Admired Brand 2019 อย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มของสถานีบริการน้ำมันและน้ำมันหล่อลื่น  โดยสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ได้อันดับที่ 1 ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 16 และน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ได้อันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

สถานีบริการน้ำมัน PTT Station และน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR บริษัท Flagship ด้านการค้าน้ำมันและการค้าปลีกของกลุ่ม ปตท. ยังคงได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคจากผลสำรวจของ BrandAge Thailand’s Most Admired Brand 2019 อีกครั้งอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มของสถานีบริการน้ำมันและน้ำมันหล่อลื่น โดยสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 และน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่องยาวนานเช่นนี้ ถ้าองค์กรไม่ได้ผ่านการทำงานอย่างหนักทั้งในเรื่องของกระบวนการคิดและกระบวนการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมากลุ่ม ปตท. รวมถึง PTTOR ยึดมั่นในค่านิยม SPIRIT ซึ่งมีเรื่องของ Innovation เป็นหนึ่งในค่านิยมสำคัญที่คอยผลักดันให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าอยู่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของแบรนด์ PTT Station ซึ่งถือเป็นผู้นำในตลาดสถานีบริการน้ำมันเองก็ขานรับค่านิยมนี้ด้วยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาทั้งด้านแนวคิดในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ ภายในสถานีบริการ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า สังคม และชุมชนได้อย่างตรงใจและต่อเนื่อง

คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR กล่าวว่า “ถ้าเราหยุดนิ่งและคิดว่าสิ่งที่เราทำนั้นดีอยู่แล้ว เราก็จะถูกคู่แข่งตามมาเทียบเท่าได้โดยเฉพาะองค์ประกอบทางด้านกายภาพที่ทุกวันนี้ทุกแบรนด์สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบและเข้าถึงนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็วกว่าแต่ก่อนมาก”

จุดแข็งของ PTT Station คือความแข็งแกร่งของตัวแบรนด์ที่สร้างการรับรู้ต่อผู้บริโภคอย่างโดดเด่นในมิติของความเป็นสถานีบริการน้ำมันที่มีความสะดวก มีความครบครันของทั้งสินค้าและบริการสำหรับคนเดินทาง ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ PTT Station ถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ สำหรับผู้ใช้บริการ

Brand Character ที่ชัดเจนในด้านความเป็นที่พึ่งพาได้เสมอในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะในยามเดินทางที่ผู้คนสามารถมั่นใจได้ว่าจะมีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station คอยให้บริการอยู่เสมอไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดเนื่องจาก PTT Station มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และยังสามารถคาดเดาได้ว่าเมื่อเข้าไปในสถานีบริการแล้วก็จะพบเจอกับสินค้าและบริการที่เป็นที่ต้องการอย่างแน่นอน ด้วยความหลากหลายครบครันของสินค้าที่ PTTOR ได้คัดสรรมาไว้อย่างครบถ้วนในสถานีบริการหรือแม้ในยามที่เกิดภัยพิบัติวิกฤตฉุกเฉินสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ก็ไม่เคยละทิ้งผู้คนในสังคมชุมชนโดยรอบและคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการให้พื้นที่เป็นจุดพักพิงหรือเป็นศูนย์กลางของการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ให้เกษตรกรเข้ามาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำแก่ผู้บริโภคได้โดยตรงด้วยตนเอง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางซึ่งแนวคิดเหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกดีต่อแบรนด์ PTT Station ซึ่ง คุณจิราพร กล่าวว่า นั่นถือเป็นกลยุทธ์หลักที่แบรนด์ PTT Station ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือการทำสถานีบริการน้ำมันให้เป็นมากกว่าสถานีบริการน้ำมัน

“นอกจากลูกค้าจะได้พักและเติมพลังให้รถแล้ว คนขับและผู้ร่วมเดินทางยังได้พักผ่อนเพิ่มความสดชื่นกับสินค้าและบริการต่างๆ เช่น ร้านกาแฟ Cafe Amazon ร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านขายของอื่นๆ รวมถึงห้องน้ำที่สะอาดและสะดวกสบายจุดนี้เองที่ทำให้ PTT Station เป็น Top of Mind เมื่อผู้บริโภคนึกถึงสถานีบริการน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตามคู่แข่งก็กำลังเดินตามโมเดลธุรกิจนี้ของเราเช่นกันดังนั้น PTT Station ก็จะต้องมีการพัฒนานวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการและรูปแบบในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคแต่ละพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยากต่อการคาดเดาอยู่ตลอดเวลา เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสถานีบริการน้ำมันไว้ให้ได้ตลอดไป”

เราสร้างแบรนด์ด้วยความเป็น One Stop Service เป็นศูนย์กลางของชุมชน คือผู้บริโภคสามารถเข้ามาซื้อสินค้าและบริการต่างๆ นอกเหนือจากน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังสามารถเข้ามาทำกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการซื้อสินค้าและบริการได้ที่ PTT Station ได้อีกด้วย กล่าวคือถึงไม่ซื้อก็เข้ามาที่ PTT Station ได้ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้คนในชุมชนท้องถิ่นโดยรอบเข้ามาใช้ PTT Station เป็นสถานที่ออกกำลังกายแข่งขันกีฬา ประกอบกิจกรรมทางศาสนา ใช้เป็นสถานที่ประชุมใช้ WIFI เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลประกอบการเรียนฯลฯ นอกจากนี้ PTT Station ยังจะเป็นสถานที่ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชนในท้องถิ่นโดยรอบด้วยการตกแต่ง PTT Station ในแต่ละสาขาให้มีลักษณะเฉพาะที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆอีกด้วย

การสื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมายเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ในยุคที่การสื่อสารผ่านเทคโนโลยีเข้ามาเป็น Lifestyle ของผู้บริโภค การสื่อสารแบบ 1 Message เพื่อ Apply to All ไม่สามารถใช้ได้อีกแล้วในยุคปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคแต่ละกลุ่มจะเลือกรับสื่อและมีความเข้าใจในแต่ละ Message ที่ต่างกัน คุณจิราพร จึงมองว่าปัจจุบันเราต้องรู้ตัวก่อนว่าเรากำลังต้องการจะสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มใด

“การรู้ตัวว่ากำลังจะสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มใดจะทำให้เราสามารถสร้าง Content หรือ Message และสามารถเลือกใช้ช่องทางในการสื่อสารที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้เราประสบความสำเร็จในการสื่อสารคือ Content ของเราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายก็เข้าใจว่าเราต้องการจะสื่อสารอะไร ในส่วนของ Social Media นั้นปัจจุบันถือเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงและมี User มากขึ้นทุกวัน PTT Station จึงพยายามหาแนวทางในการใช้ social Media ที่เรามีอยู่ในการสร้าง Engagement กับผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด อีกทั้งยังเป็นช่องทางการสื่อสารแบบ Two Way Communication ทำให้เรามีโอกาสรู้จักผู้บริโภคได้ลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเดิมถือเป็นโอกาสในการสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นระหว่างเราและผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”

ในฐานะผู้นำ PTT Station จำเป็นต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างและทิ้งระยะห่างจากคู่แข่งให้มากขึ้นนอกจากนี้ PTT Station ยังสร้างนวัตกรรมด้วยการออกแบบสถานีบริการตามแนวคิดอารยสถาปัตย์เป็นรายแรก โดยนำแนวคิดเรื่อง Friendly Design ที่คำนึงถึงความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเข้าถึงทุกพื้นที่ภายในสถานีบริการของผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย อาทิ ที่จอดรถสำหรับผู้พิการและสุภาพสตรี ทางลาดหรือทางเท้าที่เชื่อมต่อกันตลอดทั่วทั้งสถานีบริการทำให้ผู้ใช้รถเข็นสามารถเข้าถึงร้านค้าต่างๆ ได้ทุกที่ ห้องน้ำสำหรับผู้พิการคนชราหรือครอบครัวที่มีเด็กเล็กซึ่งจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็นเพิ่มเข้ามาให้เป็นพิเศษรวมถึงกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อคอยตรวจตราดูแลความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงหรือจุดอับ ฯลฯ ปัจจุบัน PTTOR มีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ในรูปแบบ Friendly Design กว่า 350 สถานี และจะมีการปรับปรุงสถานีให้เป็นรูปแบบ Friendly Design เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องจนครบทุกแห่งในอนาคต

แน่นอนว่า การขับเคลื่อนแบรนด์และองค์กรด้วยนวัตกรรมอยู่ตลอดเวลาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ PTT Lubricants เป็นอีกแบรนด์ของ PTTOR ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 จากการสำรวจ BrandAge Thailand’s Most Admired Brand 2019 ในกลุ่มน้ำมันหล่อลื่น คุณบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) พูดถึงแนวทางในการขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย Innovation ให้ฟังว่า

“ถ้าดูจากการที่เราทำ Brand Aspiration เราบอกว่าเราอยากเป็น The Moving Innovation นวัตกรรมเพื่อการขับเคลื่อน หัวใจหลักของการที่จะขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอันแรกเลย ก็คือ การที่เราต้องคิดเรื่องใหม่อยู่เสมอ และเรื่องใหม่นั้นต้องดีต่อลูกค้า ดีต่อผู้บริโภคและดีต่อองค์กร ต้องดีไปด้วยกันทั้งหมด”

เมื่อยึดโยงแนวคิดนี้แล้วการถ่ายทอดจึงถูกส่งต่อมาที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแตกต่าง ทันต่อยุคสมัย สอดคล้องกับการใช้ชีวิต เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรถยนต์ เครื่องยนต์รวมทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ถัดจากส่วนของผลิตภัณฑ์ ก็มาสู่การคิดค้นนวัตกรรมเรื่องของการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย โดยก่อนการขายคือ การเลือกสินค้าที่เหมาะกับเครื่องยนต์ หลังการขายก็คือ การเข้าไปตรวจเช็คการเสื่อมสภาพให้กับลูกค้า นวัตกรรมถัดมาเป็นเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่าย ที่มีทั้งแบบดั้งเดิมอย่างร้านอะไหล่ อู่ สถานีบริการหรือแบบใหม่ เช่น ผ่านศูนย์บริการยานยนต์ อย่าง FIT Auto และช่องทางออนไลน์ ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนได้นั้น ความเข้มแข็งต้องมาจากภายในคือตัวพนักงานต้องกล้าคิดกล้าทำ ลองทำสิ่งใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว หากเห็นว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ดี  สิ่งที่ทำให้ PTT Lubricants แตกต่างจากคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด คือเราเป็นแบรนด์ของคนไทย ที่มีความเป็นสากลยึดหลัก International Standard ส่วนที่สองที่เป็นจุดแตกต่างจากแบรนด์อื่นคือการเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง PTT Lubricants เติบโตได้ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภค

คุณบุรณิน กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีมาตรฐานใดใหม่ที่เกิดขึ้นในโลก PTT Lubricants จะเป็นรายแรกในประเทศไทยที่พัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นออกมา ที่สำคัญก็คือ นวัตกรรมเหล่านั้นต้องตรงกับความต้องการของผู้บริโภคด้วย เรามีการลงทุนทางด้าน R&D ค่อนข้างมาก มีพนักงานที่เป็นทั้งคนเก่งและดีที่พร้อมพัฒนาสินค้าและบริการออกสู่ตลาด คนเก่งของเราก็คือ เก่งในเรื่องของนวัตกรรม คนดีของเราคือมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ จุดยืนของปตท. ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีอย่างเดียวเราให้ความสำคัญกับเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

หากพูดถึงในแง่ของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา สินค้ากลุ่มดีเซลที่โดดเด่นที่สุดก็คือ ไดนามิค คอมมอนเรล ซึ่งเป็นสุดยอดเทคโนโลยีของดีเซล ที่ปตท. พัฒนาและออกแบบน้ำมันเครื่องจนสามารถใช้ได้กับรถทุกยี่ห้อ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงความโดดเด่นด้านนวัตกรรมของปตท.

“ปีที่ผ่านมา เราออกน้ำมัน PERFORMA Super Syn 0w-20 API SN plus ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของโลกที่เพิ่งเริ่มประกาศใช้ ดีต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์เบนซิน รวมทั้งก็มีน้ำมันมอเตอร์ไซค์สำหรับรถ Big Bike ขนาด 1,000 cc ขึ้นไป ซึ่งยังไม่มีใครทำในประเทศไทย ปกติน้ำมันพวกนี้จะต้องสั่งมาจากต่างประเทศ แต่เราสามารถพัฒนาสูตรของเราได้เองและนำไปทดสอบกับนักแข่งของไทยจนได้แชมป์ และยังเป็นสปอนเซอร์จัดการแข่งขัน MotoGP ในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ PTT Thailand Grand Prix ซึ่งอันนี้ทำให้เห็นว่าแบรนด์เราขยับเข้าใกล้ไม่ใช่แค่ความเป็นมาตรฐานสากล แต่มันเป็นแบรนด์ที่คนต่างๆ ทั่วโลกรู้จักและได้รับการยอมรับ ทำให้เราขยายตลาดการส่งออกได้กว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทั้งในประเทศที่กำลังพัฒนา Emerging Market และประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ซึ่งถือเป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้”

นอกจากนวัตกรรมในด้านผลิตภัณฑ์ PTT Lubricants ยังให้ความสำคัญกับการดูแลเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายโดยยึดหลักว่าทุกคนต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน ควบคู่ไปกับการนำเอาดิจิทัล เทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและขยายช่องทางเพิ่มขึ้น

“เราไม่ได้คิดว่าจะใช้ดิจิทัลมาแทนที่คนหรือไปเปลี่ยนแปลงฐานลูกค้าเดิมที่เป็นของตัวแทนจำหน่ายของเรา แต่เราเลือกดิจิทัลมาเสริมระบบการทำงานของเรา เป็นการผสมผสานนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยคนทำงานให้ทำงานได้ง่ายขึ้น แม่นยำและรวดเร็ว สิ่งที่เราพยายามทำคือการอำนวยความสะดวกลูกค้า ขยายช่องทางใหม่ โดยไม่ทิ้งช่องทางเก่า”

คุณบุรณิน เสริมว่าการที่จะเป็นอันดับ 1 Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 10 ปี ได้ในตลาดที่ผลิตภัณฑ์มีการแข่งขันสูงและมีคู่แข่งจำนวนมาก จะใช้แค่วิธีใดวิธีหนึ่งไม่ได้ ต้องทำหลายวิธีอย่างไรก็ตามจะต้องทำให้อยู่ในแกนหลักเดียวกันคือทำให้ทุกคนดีขึ้น ทั้งลูกค้า คู่ค้า รวมถึงพนักงาน

“ความท้าทายของเราคือ เราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเราจะเจออะไร และเทรนด์อย่างที่ทุกคนบอกว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ มันจะเป็นเมื่อไหร่ เป็นจริงหรือไม่  เราไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ หรือค่อยเป็นค่อยไป ทุกการเปลี่ยนแปลงจะมีช่วงของการเปลี่ยนถ่าย ทำให้ทิ้งของเก่าไม่ได้ ไม่สร้างของใหม่ก็ไม่ได้ ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้มันสามารถผสมผสานทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกันให้ได้ กล้าที่จะลองและพร้อมที่จะปรับตัว แนวคิดนี้มันต้องถ่ายทอดไปสู่ทุกคนในองค์กรไม่ใช่เฉพาะผู้นำ และต้องสร้าง New Ecosystem ให้เกิดบรรยากาศการทำงาน เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด พร้อมให้เขารู้ว่าเรากำลังจะเดินไปทางไหนในอุตสาหกรรมนี้” ถึงจะทำให้เรารักษาความเป็นผู้นำได้ตลอดกาล

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn