8,499
VIEWS

เมื่อโลกการตลาดแคบลง การตลาดจึงตอบโจทย์แบบ Personalization

Feb 27, 2019 R.Somboon

กว่า 60 ปีที่ผ่านมา โลกของการตลาดหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว....

 จากในยุคแรกที่การตลาดเข้ามามีบทบาทหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมนั้น จุดศูนย์กลางของการตลาดจะอยู่ที่ตัว Product หรือที่เรียกว่ายุค Product Centric ที่แต่ละบริษัทจะเน้นให้ความสำคัญกับตัวสินค้าคือจะทำอย่างไร เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้พอต่อการตอบสนองความต้องการของคนหมู่มาก ซึ่งเราเรียกยุคนั้นว่า Marketing 1.0

จากเรื่องของการผลิตมาสู่การให้ความสำคัญกับเรื่องของการตลาด ด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อมีการผลิตสินค้าออกมาเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการหาทางระบายสินค้าที่มีอยู่ออกไปยังผู้บริโภค แน่นอนว่า เมื่อต่างคนต่างให้ความสำคัญกับเรื่องจะทำอย่างไรให้สามารถขายของได้ในจำนวนเยอะ สิ่งที่ตามมาก็คือ การแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งการตลาดในยุคที่มีมาร์เก็ตติ้งเป็นศูนย์กลางนี้ อยู่ในช่วงราวกว่า 30 ปีที่ผ่านมา เป็นยุคที่เราได้เห็นการจับคู่แข่งขันกันหลายคู่ ไม่ว่าจะเป็นโค้ก – เป๊ปซี่ ไมโล – โอวัลติน โกดัก – ฟูจิ ในยุคสมัยที่ยังใช้ฟิล์มถ่ายรูปอยู่ เป็นต้น

เมื่อเวลาเปลี่ยนไป โลกของการตลาดก็เปลี่ยนตาม การเน้นให้ความสำคัญกับตัวสินค้าเริ่มเปลี่ยนมาสู่การมองมาที่ผู้บริโภคเป็นตัวตั้งหรือการมีผู้บริโภคเป็นจุดศูนย์กลางที่เราเรียกว่า Customer Centric ซึ่งในยุคของ Marketing 3.0 นี้ เกิดขึ้นในยุคของข้อมูลข่าวสาร หัวใจหลักของความเปลี่ยนแปลงก็คือเทคโนโลยีทางการสื่อสารที่ทำให้ผู้บริโภคถูกแวดล้อมด้วยข้อมูลข่าวสารของสารพัดแบรนด์สินค้าทำให้มีทางเลือกมากขึ้น คุณค่าของสินค้าถูกกำหนดโดยตัวผู้บริโภคเอง ผู้บริโภคต่างมีความชอบที่แตกต่างกัน นักการตลาดจึงต้องแบ่งการตลาดออกเป็นส่วนย่อยๆ แล้วผลิตสินค้าสำหรับตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายจำเพาะเจาะจงมากขึ้น

โลกของการตลาดในยุคที่มีผู้บริโภคเป็นจุดศูนย์กลางนี้ เข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมาโดยเกิดขึ้นพร้อมๆ กับช่วงเวลาของการหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของแบรนด์ เพราะแบรนด์ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความแตกต่างกับคู่แข่ง รวมถึงการเป็นตัวสะท้อนความเป็นตัวตันของผู้บริโภคออกมาผ่านหน้าตาของแบรนด์

 

การตลาดที่ทำกับกลุ่มแมสในวงกว้างเหมือนในอดีต จึงถูกเปลี่ยนไปสู่การทำการตลาดแบบแมสที่มุ่งตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มที่เราเรียกว่า Mass Customization

เมื่อโลกการตลาดเข้าสู่ยุค 4.0 ที่แบรนด์สินค้ามุ่งสู่การตอบโจทย์ในเรื่องของความเป็นตัวตนของผู้บริโภค กลยุทธ์การตลาดที่มุ่งตอบโจทย์เรื่องของ Personalization ซึ่งเป็นกระบวนการในการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกรูปแบบ จึงถูกหยิบมาใช้มากขึ้น

เพราะความเป็น Personalize นี้ เป็นตัวกลางในการสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้บริโภคผ่านมาทางแบรนด์ซึ่งเมื่อทั้งแบรนด์และผู้บริโภค “คลิก” ตรงกัน ผลที่ตามมาก็คือ การเกิดแฟนประจำของแบรนด์ในที่สุด เพราะการเลือกใช้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งของผู้บริโภคนั้น จะมองถึงแบรนด์ที่จะสามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของตัวเองผ่านทางการใช้สินค้าแบรนด์นั้นๆ ได้

โดยเฉพาะกับสินค้าที่ผู้บริโภคใช้เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเองออกมา อย่างสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเหล้าและเบียร์ ที่ผู้บริโภคจะเลือกดื่มแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งในลักษณะของ “Drink to be seen” หรือการสะท้อนตัวตนของตัวเองออกมาได้ จึงไม่แปลกที่บรรดาเหล้าเบียร์ชั้นนำ ต่างนำเรื่องของ Personality เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสารกับผู้บริโภค

อีกตัวอย่างที่สะท้อนความสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ ครั้งหนึ่ง สินค้าขายตรงอย่างแอมเวย์ หันมาเลือกใช้กลยุทธ์ Personalization โดยแอมเวย์ ที่มีการนำกลยุทธ์นี้มาใช้กับสินค้าในหมวดความงามอย่าง อาร์ทิสทรี ซึ่งเหตุผลสำคัญของการนำกลยุทธ์ Personalization มาประยุกต์ใช้กับเครื่องสำอางกลุ่มสีสันนั้นก็เพื่อต้องเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันได้อย่างแท้จริง การทำตลาดในรูปแบบนี้ แม้จะเล่นกับผู้บริโภคที่เป็นแมส แต่ก็สามารถลงลึกและเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้อย่างลงตัว

การเล่นกับกลยุทธ์นี้ แอมเวย์มีการแบ่งบุคลิกของกลุ่มเป้าหมายออกมาอย่างชัดเจน เพื่อทำตลาดในเชิงลึกเจาะเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค การเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของพวกเข้าด้วยการแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกมาอย่างชัดเจนแบบนี้ ถือเป็นครั้งแรกในตลาดเครื่องสำอางขายตรง ซึ่งการนำไลฟ์สไตล์เข้ามาเป็นตัวผลักดันนี้ กำลังเป็นแนวทางยอดนิยมที่มีให้เห็นมากขึ้น

ย้อนไปเมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้ว มี 8 Mega Trends ที่ถูกมองว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อโลกการตลาดในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคที่ถูกแวดล้อมด้วยข้อมูลข่าวสาร และหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับตัวสินค้าจนสามารถกำหนดคุณค่าของสินค้าด้วยตัวเองได้

8 แนวโน้มที่ว่านี้ มีตั้งแต่ Convenience หรือความสะดวกสบายที่ผู้บริโภคมองหาเพื่อทำให้ชีวิตตัวเองสะดวกสบายมากขึ้น  Ease of Use หรือต้องใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน Comfort สินค้าต้องมีความคุ้นเคยเป็นแบรนด์ที่รู้จัก รู้สึกสบายใจที่ต้องซื้อ Freshness ผู้บริโภคมองหาความสดและความเป็นธรรมชาติมากขึ้น Authentic หรือไม่มีอะไรที่จะตื่นตาตื่นใจเท่ากับได้เห็นของแท้ของจริง สถานที่จริง หรือทำให้บรรยากาศเสมือนจริง การจำลองบรรยากาศหรือเอาของจริงมาโชว์ สิ่งที่สะท้อนความชัดเจนในเรื่องนี้ก็คือความนิยมของภาพยนตร์แบบ 4 D หรือ 3D เป็นต้น

 

ถัดมาคือเรื่องของ Ethical ผู้บริโภคพยายามให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องศีลธรรมและมโนธรรมมากขึ้น และต้องการมีส่วนในการช่วยรักษาสมดุลของโลก การตลาดแบบ Green Marketing จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ Health & Wellness แนวโน้มของเรื่องสุขภาพมาแรงเสมอ

สุดท้ายคือ Premium ทุกคนเริ่มมองหาความเป็นพรีเมียม อยากได้สินค้าที่มีระดับบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนมากขึ้น ทุกคนมองหาความแตกต่างที่สามารถบอกรสนิยมของคนใช้หรือคนซื้อได้

ทั้ง 8 เรื่องที่ว่านี้ เกิดขึ้นแล้วในโลกการตลาดยุคปัจจุบัน ที่เริ่มแคบลง โดยการตลาดเริ่มที่จะสร้างคุณค่าเพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งถือเป็นแนวโน้มของโลกการตลาดยุคใหม่ที่ถ้ามองลึกเข้าไปแล้ว จะพบว่า รอบของการเปลี่ยนแปลงกำลังหมุนเข้าไปสู่ยุคของ Marketing 4.0 ที่ไม่ใช่แค่การเน้นผู้บริโภคเป็นจุดศูนย์กลางเท่านั้น แต่ยังเน้นในเรื่องของจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ เพราะการตลาดในยุคนี้เกิดขึ้นหลังจากที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาด้านการเมือง และสิ่งแวดล้อม

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกับโลกการตลาดยุคใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว..... 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

XXX Sex Videos ivudo.com Free Porn Free Sex böcek ilaçlama erkek kol saati
antalya escort
bodrum escort smart iptv
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
diyarbakır escort izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle