กรุงไทย ยกเครื่องใหม่ ฉายภาพ ‘5P’ สู่การเป็น Invisible Banking

Mar 05, 2019 S.Ammarit

การแข่งขันในอุตสาหกรรมการเงิน ในยุคดิจิทัล เป็นการแข่งขันที่เรียกได้ว่า “หฤโหด” อย่างที่หลายๆ คนพูดว่า ในยุค 2019 ธนาคารที่มีขนาดธุรกิจไม่ใหญ่พอ จะอยู่รอดลำบาก ซึ่งจากปรากฏการณ์นี้ก็ทำให้หลายๆ แบงก์ ควบรวมกิจการกัน เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองธนาคารมาส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างพลังในการทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น

ในมุมของ กรุงไทย ก็ได้เผชิญกับความท้าทายในปี 2561 ที่ผลประกอบไม่เป็นไปตามคาด อันเกิดจากการเสียกลุ่มลูกค้ากลุ่มสหกรณ์จาก 120,000 ล้าน ลดลงเหลือ 70,000 ล้าน ซึ่งจริงๆ แล้วตั้งเป้าลดพอร์ตสินเชื่อไว้ที่ 90,000 ล้าน ส่วนพอร์ต SME ก็เกิดการกระจุกตัว อยู่ในกลุ่มที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว (กลุ่มพระอาทิตย์ตกดิน) ธนาคารจึงหันมาเน้นโฟกัสกลุ่มธุรกิจที่กำลังเจริญเติบโต (กลุ่มพระอาทติย์ขึ้น) มากขึ้น

ดังนั้นกรุงไทยจึงได้มีการ Transform ครั้งใหญ่ เพื่อสร้างรากฐานให้กรุงไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว โดยการแถลงข่าวภาพใหญ่การเปลี่ยนแปลงของกรุงไทยและการจัดทริปขอบคุณสื่อในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ กรุงไทย ได้วางกลยุทธ์ที่ครอบคลุมในทุกๆ มิติ นั่นคือ 5P ประกอบไปด้วย

1.      Platform จะมีการปรับแพลตฟอร์ม Krungthai NEXT ให้มีความเสถียรด้วยการยกเครื่องใหม่ทั้งระบบ ปรับ UI ใหม่ให้ใช้งานง่าย และเน้นในเรื่องของการสร้าง Identity ที่ชัดเจน เพราะถ้าแบรนด์ไม่ชัดเจน ก็อาจถูกกลืนได้ง่ายๆ ในยุคที่การแข่งขันของวงการแบงก์สูงมากเช่นปัจจุบัน โดยตั้งเป้าในปีนี้จะมีลูกค้าใช้งานถึง 10 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์ม Krungthai NEXT มีผู้ใช้งานอยู่ประมาณ 4 ล้านคน ดังนั้นธนาคารจึงเตรียมขยายระบบให้สามารถรองรับปริมาณผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมีนาคม

2.      People ใช้วิธีการลดพนักงานแบบธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงพนักงานของกรุงไทยทั้งหมด 21,000 คน ธนาคารตั้งเป้าที่จะทยอยลดจำนวนพนักงาน 30% ภายใน 4-5 ปี หนึ่งในนั้นจะรวมพนักงานที่เกษียณอายุด้วย สิ่งที่กรุงไทยเน้นย้ำคือกระบวนการลดจำนวนพนักงานจะต้องเป็นไปในรูปแบบธรรมชาติ เพราะพนักงานคือกลไกหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เราจึงต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนั้นจะปรับทักษะของพนักงานใหม่ เช่น ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการลงทุน หรือประกันต่างๆ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีศักภาพในเชิงลึกมากขึ้น

คุณผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเปลี่ยนผ่านธนาคารไปสู่ยุคอนาคต จำเป็นที่จะต้องใช้คนเข้ามาเชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้น ทักษะของพนักงานก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะพนักงานปัจจุบันก็ต้องชักชวนลูกค้ามาใช้บริการผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้นด้วย  สอดคล้องกับการชะลอลดจำนวนสาขาของธนาคารกรุงไทย จากสาขาทั้งหมด 1,100 สาขา ภายใน 2 ปี จะปรับลดเหลือประมาณ 1,000 โจทย์ใหญ่ของเราคือการผสมผสานระหว่างคนและช่องทาง ในการทำให้พวกเค้าเป็น Digital Migrator ให้ได้”

  1. Partner ขณะเดียวกันธนาคารกรุงไทยก็ได้ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กยศ. ซึ่งการร่วมมือกับ กยศ. คืออีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการนำแบรนด์ Krungthai เข้าไป Approach กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากการร่วมมือกับหน่วยงานการศึกษาแล้ว ก็ยังร่วมมือกับ ขนส่งมวลชน (Mass Transit), Health & Wellness และหน่วยงานรัฐ เช่น กรมศุลกากร

และภาพใหญ่ของความร่วมมือ คือการที่กรุงไทยต้องการเชื่อมโยงโลจิสติกทุกส่วนเข้าด้วยกัน โดยร่วมมือกับปตท. และ ไปรษณีย์ไทย เป็นการเชื่อมโยงข้าม Ecosystem ที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว

  1. Process ในช่วงปีที่ผ่านมากรุงไทยเองก็พบกับวิกฤติและปัญหาต่างๆ ในเรื่องของการยักยอกข้อมูลจากลูกค้า  ตรงนี้เองกรุงไทยก็พยายามแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยได้ทำการเร่งปรับปรุงระบบการดำเนินงาน ด้วยการนำระบบไอทีเข้ามาใช้ เช่น E-Slip หรือ E-Signature การใช้บัตรประจำตัวประชาชนเชื่อมต่อกับทุกเคาท์เตอร์ของธนาคาร และการลดความเสี่ยงด้วยระบบ Biometric เป็นต้น

ดังนั้นเราจึงเร่งกระบวนการรื้อระบบหลังบ้าน เพื่อปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพียงพอ รวมไปถึงการปรับปรุงศูนย์ร้องเรียนของธนาคาร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2

  1. Performance “Ecosystem ของกรุงไทยมีความสำคัญมาก เพราะการที่ทุกคนใช้บริการกรุงไทย จะทำให้เกิดแหล่งเงินทุนที่สภาพคล่องสูง ปัจจุบันธนาคารได้เงินฝากจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ทำให้ต้นทุนทางการเงินของกรุงไทยถูกลง นอกจากนี้ธนาคารยังคงอัตราส่วนของการปล่อยกู้ให้มีความสมดุล ซึ่งปัจจุบันกรุงไทย มีอัตราส่วนเงินฝากต่อการปล่อยกู้เท่ากับ 92%” คุณผยง พูดเสริม

“กรุงไทยอยู่มา 50 ปี ทุกวกฤติเราผ่านมาหมด ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถเบี่ยงเบนจุดยืนของธนาคารกรุงไทยได้ ถึงแม้ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารกรุงไทยยังมีหลายเรื่องที่ทำได้ช้า แต่ธนาคารพยายามปรับตัวอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในระบบไอที เพื่อยกระบบหลังบ้านใหม่ทั้งหมด ด้วยงบลงทุน 19,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งในปีนี้จะลงทุนมากถึง 12,000 ล้านบาท แนวทางทั้ง 5P ที่กรุงไทยยึดเป็นกลยุทธ์หลักนี้ จะถูกครอบด้วยลหัก ‘กรุงไทยคุณธรรม’ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาพใหญ่ของกรุงไทยจะมีความชัดเจนขึ้น ในการ Transform จาก Future Banking เป็น Invisible Banking ในอนาคต ที่มีรากฐานที่แกร่ง พร้อมในเรื่องคนและเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับหลักคุณธรรมในการเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ทำเพื่อประชาชนทุกคน”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.