Google ประกาศการปรับปรุงระบบ Voice Assistant เพื่อเพิ่มตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นให้กับฟีเจอร์

Mar 12, 2019 S.Worapol

การใช้งานการค้นหาด้วยเสียงทั่วทั้งโลกนั้นเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจตามการศึกษาของ Global Web Index โดยล่าสุดพบว่า ราว 27% ของผู้คนทั่วโลกมีการใช้งานการค้นหาด้วยเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือ smartphone ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง มากไปกว่านั้นข้อมูลยังได้เปิดเผยว่า ยอดขายของอุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียงไม่ว่าจะเป็น Google Home หรือ Amazon Echo นั้น มีการเพิ่มขึ้นถึง 50% เลยทีเดียว  comScore ได้ทำนายว่า ภายในปี 2020 กว่าครึ่งนึงของการค้นหาของผู้ใช้งานจะเกิดจากการสั่งงานด้วยเสียง

ต้องถือว่าการเพิ่มขึ้นของความนิยมการค้นหาด้วยเสียงนั้นนับว่ามาแรง ผู้คนเริ่มคุ้นเคยการสั่งงานและค้นหาจากเสียงของเขามากกว่าการใช้มือพิมพ์ ส่งผลให้การใช้งานเพิ่มขึ้น พวกเขายังมักใช้งานในที่ส่วนตัวเช่นบ้านหรือรถ ที่ที่พวกเขาไม่จำเป็นต้นตะโกนเสียงดังหรือพูดให้คนอื่นๆได้ยิน ไม่ต้องอาย แถมยังทำให้เสียงนั้นชัดถ้อยชัดคำอีกด้วย

และไม่นานมานี้ Google ได้ประกาศการพัฒนาปรับปรุงระบบการสั่งงานด้วยเสียงบนแพลตฟอร์มของตนเพื่อสนับสนุนอัตราการใช้งานฟีเจอร์นี้ให้มากขึ้น

เรื่องแรก คือการที่ Google ได้เพิ่มสามารถในการสั่งงานที่หลากหลายให้ครอบคลุมทุกภาษาให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานมันได้ด้วยข้อจำกัดที่น้อยลงขณะที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆในชีวิต พฤติกรรมส่วนใหญ่ของผู้ใช้งานนั้นจะใช้งานการสั่งการด้วยเสียงในสถานการณ์แบบ On the go เช่นขณะเดินทางหรือขับรถ ดังนั้น เมื่อมือของผู้ใช้งานไม่ว่างเพื่อมาสับเปลี่ยนคำสั่งบางอย่างที่ยังคงเป็นข้อจำกัดของการสั่งงานด้วยเสียง ย่อมทำให้ความลื่นไหลในการใช้งานนั้นลดลง โดยการพัฒนานี้เริ่มแล้วจากการที่ Google นำ การสั่งงานด้วยเสียงบน Google Map ให้รองรับการใช้งานด้วยภาษาต่างๆที่มากขึ้นนั่นเอง

นอกจากนั้น Google ยังได้พัฒนาการสั่งงานด้วยเสียงเพื่ออุปกรณ์บนระบบปฏิบัติการ KaiOS ของฟาก LINUX ด้วย โดยสิ่งที่ได้พัฒนานั้นคือการพัฒนาระบบการเปลี่ยนเสียงพูดให้เป็นช้อความตัวอักษรที่มีความเป็นธรรมชาติและเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น เพราะ Google พบว่าในบางพื้นที่ในโลกนั้น เป็นการยากที่ผู้คนจะสื่อสารกันอย่างเข้าใจด้วยการเขียนข้อความ อาจเข้าใจคลาดเคลื่อน เขียนผิด หรือตกหล่น ดังนั้น การพัฒนาฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างการได้อย่างมีอิสระเสรีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มากไปกว่านั้น Google ยังได้เพิ่มตัวเลือกภาษาอินเดียถึง 8 ภาษาเข้าไปในฐานข้อมูลเพื่อขยายการใช้งานในประชากรอินเดียให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สืบเนื่องจากการที่จำนวนประชากรอินเดียนั้นมีมากเป็นอันดับที่สองของโลกและรองรับการเติบโตในอนาคตในพื้นที่ด้วย

Google ยังได้พัฒนา AI ในการรับส่งข้อความเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ใช้งานที่กำลังรับส่งข้อความนั้นได้ข้อมูลที่ต้องการขณะที่กำลังใช้งานโดยไม่ต้องออกจากหน้าหลัก ดังจะเห็นได้จากด้านล่าง เพียงแค่กดปุ่มโฮมค้างไว้ ผู้ช่วยเหลือด้วยการสั่งงานด้วยเสียงก็จะปรากฏขึ้น

ดังที่ได้กล่าวไป การใช้งานฟีเจอร์การสั่งการด้วยเสียงนั้นมีเพิ่มมากขึ้น Google จึงต้องก้าวขึ้นมาเพื่อปรับปรุงและพัฒนาฟีเจอร์เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้ นอกจากนั้น การค้นหาด้วยเสียงก็นับว่าเริ่มทวีความสำคัญและตามการคาดการณ์ของ comScore ได้กล่าวว่าอีกไม่ช้า การค้นหาด้วยเสียงจะคิดเป็นเกือบ 50% ของการค้นหาในรูปแบบต่างๆทั้งหมดเลยทีเดียว

 

Source

Technology

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.