นับถอยหลัง Netflix ปะทะ 2 คู่แข่งยักษ์ในศึก Streaming, Apple และ Disney

Mar 13, 2019 P.Patikom

งานแถลงข่าวของ Apple ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ที่ Steve Jobs Theater ในสำนักงานใหญ่ Apple เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกานั้น แม้จะไม่ใช่ข่าวใหญ่ที่สุดของวันที่ 12 มีนาคม(ตามเวลาในไทย) แต่ก็เป็นข่าวที่ทุกสื่อให้ความสำคัญอย่างมาก ทั้ง REUTERS, CNBC, THE VERGE, engadget, TechCrunch, CNET, WIRED ฯลฯ ต่างก็ลงข่าวนี้
 
แม้ในหมายเชิญสื่อไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่อะไรบ้างเปิดตัวในงานนี้ แต่จากที่มีการแท็กประโยคว่า “It’s show time” ในหมายเชิญสื่อมวลชนประกอบกับมีข่าวลือมานานพอสมควรเกี่ยวกับการที่ Apple จะทำธุรกิจบริการ TV Streaming ทำให้สื่อต่างๆ ที่ลงข่าวนี้ต่างคาดการณ์กันว่า หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ Apple จะเปิดตัวในวันที่ 25 มีนาคมนี้ คือบริการ TV Straming (ทีวีสตรีมมิ่ง) อย่างแน่นอน ซึ่งก่อนหน้านั้นมีกระแสข่าวออกมาว่า Apple ได้ลงทุนกับธุรกิจทีวีสตรีมมิ่งไปแล้ว 2,000 ล้านดอลลาร์ในฮอลลีวู้ด เพื่อผลิตเนื้อหารายการบันเทิงสำหรับบริการทีวีสตรีมมิ่งที่ Apple จะให้บริการในประเทศต่างๆ ทั่วโลกผ่านช่องทางต่างๆ อย่าง Devices ของ Apple เช่น iPhone, iPad ฯลฯ
 
ถ้าเหตุการณ์เป็นไปตามที่สื่อชั้นนำคาดการณ์ นั่นหมายถึงว่า ศึกทีวีสตรีมมิ่งเริ่มแล้ว และปีนี้ Netflix จะเผชิญกับคู่แข่งตัวจริง เพราะตามกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ก็มีข่าวว่า Disney ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดและของโลกจะเปิดให้บริการทีวีสตรีมมิ่งภายในปี 2019 นี้เช่นกัน โดยบริการทีวีสตรีมมิ่งของ Disney จะใช้ชื่อว่า Disney+
 
เมื่อเร็วๆ นี้ J.P. Morgan ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจการเงินของโลกได้คาดการณ์อนาคตของบริการทีวีสตรีมมิ่ง Disney+ ไว้ว่า หลังจาก Disney+ ของ Disney เปิดให้บริการทีวีสตรีมมิ่งได้สักระยะหนึ่ง จะมีจำนวนสมาชิกทั่วโลกสูงถึงประมาณ 160 ล้านคน สูงกว่า Netflix ที่มีสมาชิกประมาณ 139 ล้านคน (ในปัจจุบัน) และ Disney ก็ได้หยุดให้บริการภาพยนตร์ของตนผ่าน Netflix แล้ว 
 
เมื่อเร็วๆ นี้ Bob Iger, CEO ของ Disney ได้บอกกับนักลงทุนในที่ประชุมว่า Captain Marvel ภาพยนตร์ Super Hero จาก Marvel Studio ที่กำลังทำรายได้ถล่มทลายทั่วโลกในปัจจุบัน จะเป็นภาพยนตร์ของ Disney เรื่องแรกที่ลงฉายในแพลตฟอร์มทีวีสตรีมมิ่ง Disney+ (ภาพยนตร์แนว Super Hero ของ Disney เรื่องสุดท้ายที่ฉายบน Netflix คือ Ant-Man ภาค 2)
 
Netflix กำลังเข้าสู่ช่วงเวลานับถอยหลังสู่ศึกใหญ่ในธุรกิจทีวีสตรีมมิ่งที่ต้องเผชิญกับ 2 ยักษ์ใหญ่ของโลก ; หนึ่งคือยักษ์ใหญ่ที่สุดในธุรกิจการผลิตภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดและของโลก - Disney, อีกหนึ่งคือยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเทคโนโลยีของโลก -  Apple ที่มีเงินทุนจำนวนมหาศาลที่พร้อมจะลงทุนในธุรกิจภาพยนตร์และได้ลงทุนไปแล้วถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ 
 
ในความเป็นจริงแล้ว ยังยากที่จะชี้ชัดว่าใครจะเป็นผู้นำที่แท้จริงในธุรกิจทีวีสตรีมมิ่งของโลก เพราะ Netflix เองก็ลงทุนมหาศาลกับการผลิตเนื้อหาความบันเทิงสำหรับบริการสตรีมมิ่ง ทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ รวมทั้งรายการประเภทสาระบันเทิงอื่นๆ ในปี 2018 ที่ผ่านมา มีข่าวว่า Netflix ลงทุนถึงประมาณ 13 พันล้านดอลลาร์เพื่อผลิต Original Content
 
แต่สิ่งหนึ่งที่จะชัดเจนอย่างแน่นอนคือ ทันทีที่ทั้ง Apple และ Disney พร้อมให้บริการทีวีสตรีมมิ่งทั่วโลก บรรดาผู้ชมทั่วโลกรวมทั้งคนไทยเราที่ชื่นชอบความบันเทิงจากทีวีสตรีมมิ่ง จะมีตัวเลือกความบันเทิงจากสตรีมมิ่งมากขึ้น จำนวนสมาชิกที่ใช้บริการสตรีมมิ่งก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
 
ทีวีสตรีมมิ่งจะเป็นความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่จะมาลดบทบาทความบันเทิงแบบดั้งเดิมจากโรงภาพยนตร์, เคเบิลทีวี รวมทั้งรายการทีวีทั่วไป จุดแข็งที่เด่นชัดของบริการสตรีมมิ่ง คือ การเข้าถึงง่ายสามารถเข้าถึงบริการจากที่ไหนก็ได้ เมื่อไรก็ได้, และค่าบริการในองค์รวมที่ต่ำกว่า
 
Cr : THE VERGE / CNBC / The Company

Netflix

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.