เทรนด์เครื่องดื่ม 0% มาแรง จนผู้เล่นตลาดเบียร์ต้องยอมจำนน

Mar 14, 2019 S.Ammarit

จากเทรนด์สุขภาพที่ทวีความสำคัญมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงผู้บริโภคคนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเทรนด์นี้ทำให้หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ จนต้องปรับตัวและขยายพอร์ตสินค้าให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ นี้ ซึ่งนั่นก็คือ เครื่องดื่ม 0%

บริษัท อาเจไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “บิ๊ก” ได้ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตลาดน้ำอัดลมของไทยที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 51,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2018 ตลาดเติบโตแบบติดลบ 5% ส่วนในปี  2019 คาดว่าน่าจะติดลบที่ 7%

การเติบโตที่ถดถอยนี้ ยังทำให้การบริโภคน้ำอัดลมเฉลี่ยต่อคนต่อปีของคนไทยลดลงจาก 24 – 25 ลิตรต่อคนต่อปี มาอยู่ที่ 21 ลิตรต่อคนต่อปี โดยส่วนหนึ่งของการดื่มที่ลดลง เป็นเพราะหลายคนหันไปดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทน

นั่นทำให้ผู้เล่นในตลาดน้ำดำอย่าง โค้กและเป๊ปซี่ ต่างก็หนีไม่พ้นกระแสสุขภาพ ต้องออกผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่ม 0% เพื่อตอบรับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้กันอย่างคึกคัก

 

กระแสสุขภาพมาแรง จนตลาดเบียร์ต้องยอมจำนน

จากกระแสเครื่องดื่ม 0% นี้ ทำให้เกิดกระแสเครื่องดื่มทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ นั่นคือเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ หรือ เบียร์ 0.0% ที่เติบโตในสหราชอาณาจักรกว่า 15% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ได้รับความนิยมมากขึ้น จนเริ่มแผ่ขยายมาในแถบทวีปแถบเอเชียรวมถึงประเทศในไทย ทำให้ผู้เล่นตลาดเบียร์ในไทยต่างให้ความสนใจและออกผลิตภัณฑ์เบียร์ 0.0 เพื่อรองรับกลุ่มที่ชื่นชอบรสชาติของเบียร์แต่ยังคงรักสุขภาพ

หนึ่งในนั้นคือ บาวาเรีย ที่ทำตลาดในไทยมาแล้วกว่า 6 ปี สำหรับ “บาวาเรีย 0.0% มอลต์ ดริ้งค์” เป็นสินค้าเบียร์ 0.0% ตัวแรกในพอร์ตที่ได้นำเข้ามา โดยช่วงแรกมี 2 รสชาติ ออริจินัล และพีช หลังจากนั้นรสพีชไม่ได้รับความนิยมจึงได้ตัดออกและนำเข้าสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติมคือ รสแอปเปิ้ล เลมอน สตรอเบอรี่ เพื่อสร้างความหลากหลายในกับสินค้ากลุ่มนี้

บาวาเรีย แบรนด์เบียร์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 300 ปี จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ทำให้มีองค์ความรู้ในการผลิตเบียร์มากมาย เช่นเดียวกัน  บาวาเรีย 0.0% มอลต์ ดริ้งค์ ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติใต้พื้นดินแหล่งเก่าแก่ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ โดยผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของโรงเบียร์บาวาเรีย กระบวนการผลิตที่ว่านี้คือ “การใช้ยีสต์หมักที่ไม่ผลิตแอลกอฮอล์” ซึ่งแต่ต่างจากผลิตภัณฑ์รูปแบบเดียวกันในท้องตลาด ที่โดยทั่วไปจะใช้วิธีการผลิตแบบเดียวกับเบียร์ปกติ แต่จะนำไปสกัดเอาแอลกอฮอล์ออกมาในภายหลัง

อีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาเล่นในตลาดนี้ก็คือ ไฮเนเก้น ซึ่งได้เปิดตัว “เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ตรา ไฮเนเก้น 0.0” (ไฮเนเก้น ศูนย์จุดศูนย์) ครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยนวัตกรรมเครื่องดื่มล่าสุดนี้ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติ หมักบ่มจากส่วนผสมพิเศษที่ให้รสชาติกลมกล่อม มีความหวานจากกระบวนการผลิตโดยที่ไม่ได้มีการเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มความหวาน และให้พลังงานเพียง 69 แคลอรีต่อขวด ผลิตภัณฑ์นี้รองรับทั้งกลุ่มนักดื่มชายและหญิง (ที่ถึงเกณฑ์สามารถบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตามกฎหมาย) ผู้ชื่นชอบรสชาติเบียร์ แต่ไม่ต้องการได้รับปริมาณแอลกอฮอล์ในช่วงใดช่วงหนึ่งของวัน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักดื่ม และสอดรับกับแนวโน้มของการดื่มอย่างรับผิดชอบ
และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

ก่อนที่ไฮเนเก้น จะเปิดตัว ไฮเนเก้น 0.0 ก็ได้มีการศึกษาตลาดมากว่า 7 ปี และทำรีเสิร์ชกับกลุ่มมิลเลนเนียลจนพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า “ชาวมิลเลนเนียลมองว่า ความพอดีและความพอประมาณ คืออะไรที่เจ๋งสำหรับพวกเขา เพราะ 71% เชื่อว่า ชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้น เมื่อพวกเขาใช้ชีวิตด้วยความพอดี”

การสร้างโอกาสในการดื่มใหม่ๆ

ดังนั้นไฮเนเก้น จึงตอบโจทย์ Pain Point ของกลุ่มมิลเลนเนียล ด้วย ไฮเนเก้น 0.0 เพื่อนำแบรนด์เข้าไปจับตลาดกับคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ รักในความพอดี สิ่งที่ไฮเนเก้นทำคือการนำแบรนด์เข้าไปเชื่อมโยงกับความรู้สึก และทัศนคติที่มีต่อการใช้ชีวิตของกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งถ้าทำสำเร็จแบรนด์ไฮเนเก้นก็จะแข็งแรงในเชิงของ Brand Love กับกลุ่มเป้ามหายคนรุ่นใหม่รวมถึงยังสร้างโอกาสในการดื่มใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ที่ชื่นชอบรสชาติเบียร์และคนที่ไม่เคยดื่มมาก่อนให้เกิดการทดลองสินค้า ซึ่งสามารถดื่มได้ในระหว่างวัน ต่างจากเบียร์ที่มักดื่มกันในโอกาสพิเศษและช่วงดึก เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นขยายพอร์ตสินค้า และขยายโอกาสทางการตลาดของตลาดเบียร์ในอีกทางหนึ่ง

เพราะเทรนด์สุขภาพที่กำลังฮอตฮิตกันทั่วโลก ใครจะไปรู้ว่าแบรนด์เบียร์จะสามารถเข้าไป Blend กับเทรนด์เหล่านั้นได้ สร้างความตื่นเต้นความแปลกใหม่ในมุมของผู้บริโภคให้เกิดขึ้นได้

ความท้าทายของการทำตลาดนี้ คือ การเปลี่ยน Perception ของกลุ่มผู้บริโภคที่รู้สึกว่ายังไงเบียร์ก็คือ เบียร์ ให้เข้าใจคุณสมบัติของสินค้า และที่ท้าทายกว่าคือจะทำอย่างไรให้คนไม่ดื่มเบียร์ หันมาดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.