เครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่น “รุ่ง” หรือ “ร่วง”

Aug 07, 2017 R.Somboon

หากมองเข้ามาที่เทรนด์การเติบโตของตลาดเครื่องดื่มซอฟต์ดริงค์ในทั่วโลก จะพบว่า เครื่องดื่มเมนสตรีมหรือเครื่องดื่มเซ็กเม้นต์หลักๆ แทบไม่มีการเติบโต หรือเติบโตตัวในตัวเลขที่ไม่สูงนัก แต่เครื่องดื่มในเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ที่แทรกอยู่ระหว่างเครื่องดื่มในเซ็กเม้นต์เดิมๆ กลับมีการเติบโตค่อนข้างดี

เหตุผลน่าจะมาจากเครื่องดื่มที่เป็นลูกผสมระหว่างเครื่องดื่มในรูปแบบเดิมกับเครื่องดื่มแบบใหม่ สามารถตอบโจทย์การดื่มของคนรุ่นใหม่ๆ ที่ต้องการความแปลกใหม่และประสบการณ์ในการดื่มที่ไม่เคยมีการนำเสนอมาก่อนในตลาด

ทำให้เราได้เห็นการเข้ามาครีเอทเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ในตลาดเครื่องดื่มเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในบ้านเรา เริ่มมีให้เห็นหนาตามากขึ้น โดยเฉพาะกับการที่ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดนี้ ต่างเข้ามาร่วมกันสร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ให้กับตลาดที่เป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สโตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready To Drink : RTD) มีมูลค่าประมาณ 2.25-2.30 แสนล้านบาท และในเชิงปริมาณ 8,500-8,600 ล้านลิตร (สถานการณ์ตลาดรวมเครื่องดื่มอาร์ทีดี หดตัวลง 3.2-5.3% จากปีก่อนที่มีมูลค่าตลาด 2.37 แสนล้านบาท แต่เชิงปริมาณเติบโตขึ้นเล็กน้อย 1.0-2.2% จาก 8,415 ล้านลิตร2 แสนล้านบาท

เครื่องดื่ม 3 ประเภทแรกที่เป็น “ขาใหญ่” ของตลาดนี้ และมีมูลค่าสูงสุดประกอบไปด้วย น้ำอัดลม มีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท น้ำดื่มบรรจุขวด มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท และชาพร้อมดื่ม มีมูลค่าประมาณ 1.5 - 1.6 หมื่นล้านบาท

ที่ผ่านมา อาจจะแบ่งตลาดเครื่องดื่มออกเป็นได้หลายประเภท แต่ในแง่ของสินค้าแล้ว น่าจะแบ่งออกเป็น 2 ขั้วหลักๆ คือ เครื่องดื่มที่เป็น Functional Soft Drink ที่สามารถจับต้องคุณค่าทางกายภาพได้อย่างชัดเจน อาทิ น้ำผลไม้ ชาพร้อมดื่ม

ส่วนเครื่องดื่มอีกขั้วก็คือ Emotinal Soft Drink หรือเครื่องดื่มที่นำเรื่อง Emotional เข้ามาเป็นจุดขาย เครื่องดื่มในขั้วนี้ก็คือน้ำอัดลม ที่เราคุ้นชินมากว่าครึ่งศตวรรษ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตลาดเครื่องดื่มเริ่มมีการเอาเรื่องของไลฟ์สไตล์แบบลงลึกเข้ามาเป็นตัว Approach ตลาด โดยมีการครีเอทเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อมุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่โดยตรง ที่เป็นไฮไลท์ของตลาดในช่วงที่ผ่านมาก็คือการเข้ามาสร้างเซ็กเม้นต์เครื่องดื่มที่เรียกว่า “ไฮเดรชั่น” หรือเครื่องดื่มที่ช่วยเติมความสดชื่นระหว่างวัน เป็นการเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเจนวาย ที่อยู่นอกบ้าน และมี Activity ตลอดทั้งวัน จึงต้องการเครื่องดื่มที่เข้ามาช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับตัวเอง 

การเปิดตัวเครื่องดื่มแนวไฮเดรชั่นที่เข้ามาช่วยเติมความสดชื่นระหว่างวันนี้ ถือเป็นการสร้างเซ็กเม้นต์ใหม่ที่อยู่ระหว่างกึ่งกลางของเครื่องดื่มเดิมๆ โดยมีการเติมคุณประโยชน์ในเรื่องของวิตามิน หรือเกลือแร่ต่างๆ เข้าไป แต่ยังคงความเป็นเครื่องดื่มอัดคาร์บอเนตซึ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มความสดชื่นจากการดื่มได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ น่าจะเป็นการเห็นโอกาสจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเจนวาย ที่อยู่นอกบ้าน และไม่หยุดนิ่งที่จะค้นหาสิ่งใหม่  คนกลุ่มนี้ขี้เบื่อ และชอบลองอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา จึงกลายเป็นโอกาสทางการตลาดชั้นดี เพราะคนเจนวายในปัจจุบัน กลายเป็นผู้บริโภคที่มีฐานค่อนข้างใหญ่ คือมีสัดส่วนประมาณ 30% ของจำนวนประชากรในบ้านเรา

ในตลาดนี้ ถูกเริ่มจากโค้ก ที่มีการเปิดตัว อควาเรียส ซึ่งเป็นเครื่องดื่มเติมความสดชื่นที่มีเบสจากตัวน้ำเกลือแร่ และน้ำผลไม้ โดยได้ทำการปรับสูตรให้เข้ากับเมืองไทยด้วยการเพิ่มน้ำมะพร้าวเข้าไป แต่ไม่ได้อัดคาร์บอเนต หรือเป็นสปาร์คกิ้ง

ขณะที่ยักษ์ใหญ่ในตลาดเครื่องดื่มของโลกอีกรายอย่างเป๊ปซี่ก็มีการเปิดตัว  อควาฟิน่า วิตซ่า ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่เพิ่มความสดชื่นระหว่างวัน ที่เกิดจากการสร้างเซ็กเม้นต์ใหม่ขึ้น ระหว่างตัวน้ำดื่มกับน้ำอัดลมที่ถูกมองว่ามีช่องว่างและมีโอกาสในการเติบโตค่อนข้างสูง โดยอควาฟิน่า วิตซ่า เป็นเครื่องดื่มสปาร์กิ้งหรืออัดคาร์บอเนตที่มีการเติมวิตามินบี 3 และ บี 6 ซึ่งเป็นคุณสมบัติในแง่ของการช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายเข้าไป มี 2 รสชาติคือ แอปเปิ้ล และส้ม 

ทั้งอควาเรียส และอควาฟิน่า ถือเป็นแบรนด์หลักของยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 ราย โดยอวาเรียส เป็นแบรนด์หลัก 1 ใน 500 แบรนด์ของโค้กในทั่วโลก ส่วนอควาฟิน่านี้ เป็น 1 ใน 26 แบรนด์ในพอร์ตของเป๊ปซี่ ที่มีมูลค่าของแบรนด์เกิน 1 พันล้านเหรียญ

อควาฟิน่า วิตซ่า เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับกลยุทธ์ และทิศทางการทำตลาดของค่ายเป๊ปซี่ ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้พลังงานต่ำกว่า 100 แคลอรี เพราะเป๊ปซี่ วางแผนไว้ว่า ภายใน 10 ปีจากนี้ไป เครื่องดื่มในพอร์ต 2 ใน 3 จะต้องให้พลังงานต่ำกว่า 100 แคลอรี ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องของการบริโภคสินค้ามากขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาครีเอทเซ็กเม้นต์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างน้ำอัดลมนี้ ก่อนหน้านั้น 100 พลัส จากค่ายไทยดริ้งค์เป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาทำตลาดด้วยการสร้างตลาดน้ำอัดลมที่มีคุณประโยชน์ขึ้นมาเป็นการนำคุณประโยชน์ของเกลือแร่มาเติมคาร์บอเนตที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนให้เกิดขึ้นกับตลาดเครื่องดื่มโดยมีแรงผลักดันมาจากการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการสิ่งที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันที่โลดแล่นอยู่ตลอดเวลาได้

 

“ไลฟ์” เติมเต็มภาพ

เฮ้าส์ออฟแบรนด์ของกระทิงแดง

การเปิดตัว ไลฟ์ บาย สปอนเซอร์ ของค่ายกระทิงแดง เพื่อเข้ามาทำตลาดเครื่องดื่มไฮเดรชั่น ที่เป็นสปาร์คกิ้ง หรืออัดคาร์บอเนตนั้น สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความน่าสนใจของเครื่องดื่มเซ็กเม้นต์นี้ได้เป็นอย่างดีว่ามีโอกาสในการเติบโตมากน้อยแค่ไหน

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องกลยุทธ์การขับเคลื่อนทัพของกลุ่มกระทิงแดงว่ากำลังจะมุ่งไปสู่การเป็น “เฮ้าส์ ออฟ แบรนด์” ที่จะมีแบรนด์สินค้า และเครื่องดื่มที่หลากหลาย เพื่อใช้เป็นตัวรุกตลาดทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่กำลังเป็นเป้าหมายสำคัญของค่ายกระทิงแดง

การรุกแบบเต็มพอร์ตโฟลิโอ จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญ เพราะจะมีแบรนด์ และเครื่องดื่มที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ทุกการดื่มของผู้บริโภค ในทุกที่ทุกเวลาได้เป็นอย่างดี เป็นแนวทางเดียวกับที่บริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างโค้ก และเป๊ปซี่ทำกัน

สำหรับ ไลฟ์ บาย สปอนเซอร์นั้น เป็นการแตกแบรนด์ออกมาภายใต้อัมเบรลล่าของแบรนด์สปอนเซอร์ ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มสปอร์ต ดริงค์ ที่มีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท โดยค่ายกระทิงแดงใช้งบในการเปิดตัวประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อเล่นกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบค้นหาความท้าทายใหม่ๆ ให้กับชีวิต

ไลฟ์ บาย สปอนเซอร์ ภายใต้แนวคิดใช้ชีวิตให้สมกับที่มีชีวิต เพื่อลงในเซ็กเม้นต์เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งผสมวิตามินหรือเครื่องดื่มเติมเต็มความสดชื่น มี 2 รสชาติ ได้แก่ กลิ่นซิตรัส และกลิ่นเลมอน ไลม์ บรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ท 440 มล.ราคา 16 บาท โดยกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์จะเน้นไปที่โซเชียลมีเดีย เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ และวัยทำงาน

เครื่องดื่มตัวใหม่ที่เปิดมานี้ จะตอบโจทย์กลุ่มคนดื่มที่ต้องการเติมความสดชื่นให้กับร่างกาย ซึ่งจะแตกต่างออกไปจากสิ่งที่สปอนเซอร์ที่จะเป็นสปอร์ตดริงค์นำเสนอให้กับตลาด เพราะสปอนเซอร์ จะเป็นการชดเชยเกลือแร่ที่เกิดจากการเสียเหงื่อมากกว่าแค่ต้องการในเรื่องของการเติมความสดชื่นระหว่างวัน

ถือเป็นการเติมเต็มพอร์ตสินค้าที่มีเรื่องของไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน และจะเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ช่วยเข้ามาเขย่าให้ตลาดเครื่องดื่มไฮเดรชั่นที่อัดคาร์บอเนตมีสีสัน และมีความซ่า น่าสนใจมากยิ่งขึ้น......

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.