ไม่ใช่แค่ Brand Portfolio ฟู้ดเชนที่จะประสบความสำเร็จต้องมี 5 สิ่งนี้

Mar 22, 2019 R.Somboon

Brand Portfolio Strategy เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการทำตลาดร้านอาหารที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเชนร้านอาหารชื่อดังหลายๆ ราย....

ทั้งนี้ เพราะการมีแบรนด์ร้านอาหารที่หลากหลายอยู่ในพอร์ตนั้น สามารถเข้ามารองรับ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ปัจจุบันค่อนข้างจะ Demanding และเบื่อง่าย โดยแต่ละแบรนด์ที่ทำตลาดอยู่ในเซ็กเม้นต์ที่ต่างกันนี้ จะช่วยให้เข้ามาแชร์พื้นที่กระเพาะของลูกค้าทั้งที่เป็นมื้อหลัก และมื้อรองได้เป็นอย่างดี

ต่อเรื่องดังกล่าวนี้ ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า การมี Brand Portfolio ที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตแบบแข็งแกร่งในระยะยาวให้กับผู้ประกอบการ ทำให้ที่ผ่านมา ฟู้ดแพชชั่น มองหาโอกาสที่จะขยายธุรกิจทั้งแนวลึกและแนวกว้าง  ซึ่งการเพิ่มแบรนด์ใหม่เข้ามาใน Portfolio ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ต้องการเติมเต็มโอกาสในการกินที่หลากหลาย ให้กับผู้คนจำนวนมากผ่านแบรนด์และช่องทางต่างๆ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่จะเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในเชิงรายได้ แต่ยังหมายถึงการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ตลาดใหม่ สู่เป้าหมายสำคัญในการสร้างอาณาจักรความสุขผ่านมื้ออาหารให้กับคนไทย

 

ล่าสุดกับการปิดดีลซื้อร้านอาหารเกาหลีแบรนด์ “เรดซัน” คือคำตอบที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ โดยจะเป็นการเข้าซื้อหุ้น 74% ของเรดซันที่รวมถึงสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านทั้งหมดของ Red Sun ที่มีอยู่ 12 สาขา แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 10 สาขา และ ในต่างจังหวัดอีก 2 สาขา คือที่พัทยา และนครราชสีมา สัญญาเช่า พนักงาน Trademark และสิทธิ์ในการเปิด Red Sun ทั่วโลก โดยฟู้ดแพชชั่นจะได้สิทธิ์ในการขยาย Red Sun ในต่างประเทศทั่วโลก ยกเว้น 3 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี จีน และกัมพูชา

การมี Brand Portfolio ที่แข็งแกร่ง ยังจะช่วยตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคของคนการซื้อธุรกิจครั้งนี้ จะเป็นการช่วยเสริมกลยุทธ์ Brand Portfolio ของฟู้ดแพชชั่น ได้อย่างลงตัว และจะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการทำตลาด ทั้งนี้ก็เพราะการมี Brand Portfolio ที่แข็งแกร่งจะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้องค์กร ขณะเดียวกัน ยังเป็นตัวช่วยในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่ม เพราะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกช่วงโอกาสในการบริโภคทั้งที่เป็นมื้อหลัก และมื้อรอง

ไม่เพียงเท่านั้น การมีแบรนด์ร้านอาหารที่หลากหลายอยู่ในพอร์ต ยังช่วยทำให้สามารถรองรับกับการมีหลากหลายฟอร์แมตของศูนย์การค้าในบ้านเรา รวมถึงการเข้าถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ในโลเกชั่นที่มีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดีอย่างพื้นที่รีเทลของอาคารสำนักงานต่างๆ ที่ปัจจุบันเริ่มที่จะมีการทำออฟฟิศออกมาในลักษณะของ “มิกซ์ยูส” ที่มีทั้งพื้นที่ที่เป็นสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และพื้นที่ที่เป็นร้านอาหาร ซึ่งเป็นการปรับรูปแบบการใช้พื้นที่ของอาคารสำนักงานเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนเมืองรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ปัจจุบัน ฟู้ดแพชชั่นมีแบรนด์ร้านอาหารอยู่ในพอร์ตคือ บาร์บีคิวพลาซ่า มีสาขาทั้งหมด  150  สาขา จุ่มแซบฮัท มีจำนวนสาขาทั้งหมด 22 สาขา Charna มีจำนวนสาขาทั้งหมด 1 สาขา และ SPACE Q ร้านอาหารปิ้งย่างแบรนด์ใหม่ในคอนเซ็ปต์ “SOCIAL GRILL” ที่มีจุดเด่นคือ มีทั้งอาหารปิ้งย่าง และเมนูอาหารจานเดียว ในราคาเริ่มต้น 120 บาท เปิดให้บริการสาขาแรกเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ตึก The Taste ชั้น 2 ซอยทองหล่อ 11 โดยมีที่นั่งภายในร้านจำนวน 80 ที่นั่ง ส่วนสาขาในต่างประเทศ จะมีที่ประเทศมาเลเซีย จำนวน 18 สาขา อินโดนีเซีย จำนวน 2 สาขา และ กัมพูชา จำนวน 5 สาขา

 

อย่างไรก็ตาม การมี Brand Portfolio ที่แข็งแกร่งนั้น จำเป็นที่จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญใน 5 เรื่องดังต่อไปนี้ ซึ่งทั้ง 5 อย่างที่จะกล่าวมานี้ จะเป็นตัวช่วยในการทำให้กลยุทธ์ Brand Portfolio มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่

1.สาขาของแต่ละแบรนด์นั้น จะต้องครอบคลุมทุกช่องทางขายทั้งการนั่งทานในร้าน เทกโฮม และดิลิเวอรี่ โดยเฉพาะในเรื่องของดิลิเวอรี่ที่กำลังมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ โดยสาขา นอกจากการรองรับลูกค้าแล้ว ยังต้องเข้ามาทำหน้าที่ในการเป็นเครือข่ายที่ช่วยส่งเสริมการทำดิลิเวอรี่ได้อีกด้วย ทำให้เราได้เห็นการลงทุนสาขาในรูปแบบของฮับ ที่กระจายออกไปในย่านชุมชน หรืออาคารสำนักงานที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะกับการตั้งอยู่ในห้างหรือศูนย์การค้า และสาขาเหล่า นั้นในปัจจุบันก็เริ่มที่จะมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับนั่งทานในร้านเข้าไปด้วย จากเดิมที่จะเน้นการขายแบบเทคโฮม ดิลิเวอรี่เป็นหลัก

2.เนื่องจาก ดิลิเวอรี่ กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการแข่งขันในตลาดฟู้ดเชนที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ของบ้านเราต่างก็หันมาให้น้ำหนักในการเพิ่มการเติบโตในช่องทางนี้ แน่นอนว่า กลยุทธ์ในเรื่องของพาร์ทเนอร์ชิพ จะกลายเป็นหัวใจสำคัญที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำตลาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยลดข้อเสียเปรียบให้กับฟู้ดเชนรายที่ไม่ใหญ่นัก ทำให้เราได้เห็นการจับมือกันระหว่าง Food Aggregator หรือแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการในเรื่องของฟู้ดดิลิเวอรี่อย่างไลน์แมน แกร็บ และฟู้ดแพนด้า ถูกเลือกให้เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์กับบรรดาฟู้ดเชนหลายๆ ราย โดยเทรนด์ของการแข่งขันในปีนี้จะย้ายสนามเข้ามาแข่งในตลาดฟู้ดที่เป็นเชนมากขึ้น หลังจากที่ 2 – 3 ปีก่อนหน้านั้น ฟู้ดดิลิเวอรี่จะเข้าไปเติบโตในตลาดร้านอาหารที่เป็นสตรีทฟู้ด

3.ไม่ใช่แค่รอลูกค้าเข้ามาหา แต่ต้องรุกประชิดตัวลูกค้า และดิลิเวอรี่ก็คือคำตอบของเรื่องนี้ โดยการมี Brand Portfolio ที่แข็งแกร่ง และหลากหลาย จะเข้ามาช่วยเสริมในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะในช่วงที่ผ่านมา พฤติกรรมของลูกค้าถูกทำให้เปลี่ยนไปโดยบรรดา Food Aggregator ที่เข้ามาสร้างการบริโภคที่หลากหลายให้กับพวกเขา 

ส่วนอีกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเข้ามาเขย่าตลาดฟู้ดดิลิเวอรี่ของ Food Aggregator ก็คือ การก้าวข้ามจากการสั่งผ่านคอลเซ็นเตอร์เลขโทรศัพย์ 4 หลัก มาสู่การสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นที่ง่าย สะดวก และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการสั่ง ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เห็นการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของบรรดาฟู้ดเชนในบ้านเราออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งแอพ 1112 ของกลุ่มไมเนอร์ฟู้ด ที่รวบรวมเอา 7 แบรนด์มาไว้ในแอพให้ลูกค้าสามารถสั่งได้ทั้งมื้อหลักอย่างเดอะพิซซ่า คอมปะนี เบอเกอร์คิง และมื้อทานเล่นอย่างแดรี่ควีน

เช่นเดียวกับซีอาร์จี หรือเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ ที่จะมีการเปิดตัวแอพ 1312 ในเดือนเมษายนนี้ โดยจะมีการแพ็กร้านอาหารทั้ง 13 แบรนด์ เข้ามาไว้ในแอพนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการรวบรวมเอาร้านอาหารสตรีทฟู้ดชื่อดังมาไว้ในแอพเพื่อรับกับความต้องการบริโภคที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่

4.นอกจากจะต้องมีแบรนด์ร้านอาหารที่หลากหลายแล้ว สิ่งที่จะต้องมีการปรับเพื่อรับกับเทรนด์การเติบโตของฟู้ด ดิลิเวอรี่ ก็คือ การปรับเมนูให้สอดรับกับพฤติกรรมการกินของลูกค้า โดยเฉพาะกับการเพิ่มข้าวหน้าต่างๆ เข้าไป เพื่อรองรับการสั่งในช่วงมื้อเที่ยงหรือเย็นของบรรดาพนักงานในออฟฟิศต่างๆ เพราะอย่าลืมว่า การเติบโตของ Food Aggregator อย่างไลน์แมนในช่วงที่ผ่านมานั้น ส่วนหนึ่งจะเป็นการเข้าไปทลาย Pain Piont ของผู้บริโภคในเรื่องของความยุ่งยากในการสั่งอาหาร โดยคนไทยส่วนใหญ่อยากกินอาหารจากร้านสตรีทฟู้ดชื่อดัง แต่ติดอุปสรรคในเรื่องของการต้องเสียเวลาเดินทางไปซื้อ หาที่จอดรถลำบาก หรือบางครั้งต้องรอคิวนาน ปัญหาเหล่านี้กลายเป็น Pain Point สำคัญที่ไลน์แมนมองเห็น และทลายมันลง

ฟู้ดเชนเองคงต้องมองในเรื่องนี้ด้วยว่า จะทำเมนูหรือประเภทของอาหารอย่างไรเพื่อให้สามารถตอบโจทย์พวกเขาได้อย่างตรงจุดที่สุด โดยผู้บริหารของไลน์แมน เคยออกมาพูดถึงเทรนด์ของการสั่งอาหารว่า ปัจจุบัน การสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ด ดิลิเวอรี่นั้น จะเป็นการสั่งมาเพื่อรับประทานกัน 2 คน แต่แนวโน้มของการสั่งมาทานคนเดียวก็มีเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยจะเป็นการตอบโจทย์ความต้องการในรูปแบบของ “อยากกิน ต้องได้กิน” ทันทีทันใด ทำให้เราได้เห็นการสั่งชานมไข่มุกจากร้านชื่อดังมาทาน โดยยอมเสียค่าส่งที่บางครั้งแพงกว่าค่าชานมไข่มุก เพื่อตอบสนอง Need ในเรื่องของการอยากกินต้องได้กินของตัวเอง

5.ต้องตอบโจทย์ O2O เพราะว่ากันว่า ดิจิทัล ดิสรัปชั่น กำลังถาโถมเข้ามาหาธุรกิจในบ้านเรา และในสเตปนี้เป็นเรื่องของธุรกิจบริการซึ่งรวมเอาธุรกิจร้านอาหารเข้าไปด้วยที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อไม่ให้เจอผลกระทบจากการดิสรัปท์ของดิจิทัล

 

ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด พูดถึงเรื่องนี้ว่า ดิจิทัล จะเข้ามาเป็นไฮไลท์หนึ่งที่มีบทบาทต่อการทำตลาดร้านอาหารในปีนี้ ไล่ตั้งแต่เรื่องของการสั่งอาหาร จองคิว การเลือกเมนูอาหาร โดยเฉพาะในเรื่องของการสั่งอาหารผ่านช่องทางดิลิเวอรี่ ที่ดิจิทัลจะเข้ามาทำให้การเข้าถึงบริการของลูกค้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา เราเห็นเทรนด์การเติบโตของมัน และส่วนหนึ่งได้เข้ามาส่งผลกระทบต่อร้านอาหารในศูนย์การค้าหรือในห้าง เพราะพวกเขามีทางเลือกมากขึ้นนั่นเอง

“แทนที่จะรอให้ถูกดิสรัปท์ เราต้องใช้ดิจิทัลให้เป็นประโยชน์ต่อการทำตลาด โดย Seamless การให้บริการแบบไร้รอยต่อซึ่งจะตอบโจทย์การทำตลาดแบบ O2O ซึ่งดิลิเวอรี่ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำ โดยการทำแอพพลิเคชั่นนั้น ไม่ใช่แค่เป็นช่องทางในการสั่งอาหารเท่านั้น แต่ต้องทำให้มันเป็น Online Vertual Store ที่ลูกค้าจะได้ประสบการณ์เหมือนกับการใช้บริการที่ร้าน”

ทั้งหมดนั้น จะเป็นตัวเข้ามาช่วยเพิ่มแรงส่งให้การมี Brand Portfolio ที่แข็งแกร่ง สามารถเดินไปสู่จุดหมายคือการเติบโตแบบยั่งยืนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี.....

 

Strategy

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.