Facebook เตรียมสร้างระบบ “คัดกรอง” การ “live” ของผู้ใช้งาน

Apr 02, 2019 S.Worapol

เหตุการณ์การลอบทำร้ายและกราดยิงที่ Christchurch ในนิวซีแลนด์ สร้างความวิตกกังวลและคำถามต่อการใช้งานโซเชียลมีเดียทั่วโลก เนื่องมาจากการที่ผู้ก่อการร้ายได้ Facebook ในการ Live เหตุการณ์การลงมือของตนเพื่อหวังจะให้วิดิโอน้ันแพร่สะพัดออกไปอย่างกว้างขวาง และนั่นก็เกิดขึ้นจริง ภาพเหตุการณ์อันน่าสลดได้ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ในที่สุด

สิ่งนี้ก่อให้เกิดความกังวลว่า การที่เหล่าผู้ก่อการร้ายใช้เครื่องมือโซเชียลมีเดียนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ Live ที่สร้างความนิยมในทางไม่ดี อาจก่อให้เกิดการลอกเลียนแบบในทางที่ผิดๆได้ในอนาคต

และในความเป็นจริงคือ คอนเทนต์ประเภทนี้ ไม่สามารถที่จะตรวจสอบพิจารณาก่อนการเริ่ม “Live” ได้ มันสด ใหม่ จึงเป็นการยากต่อแพลตฟอร์มในการที่จะควบคุมให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้สายตาของระบบ

ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในอดีตหลายๆครั้ง กับการใช้การ live ในทางไม่สมควร เช่น ในปี 2016 หญิงคนหนึ่งมีการใช้งานฟีเจอร์นี้เพื่อถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตายของเธอ ในปี 2015 พนักงานชายคนหนึ่งยิงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิตขณะที่เขากำลัง live อยู่และนำวิดิโอนั้นออกมาปล่อยในโลกออนไลน์ และในปีที่ผ่านมานั้น หญิงชาวลุยเซียร์นารายหนึ่งถูกฆาตกรรมโดยแฟนหนุ่มและถูก live ลง Facebook

การ Live นั้น เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกออนไลน์ แต่คำถามคือ คุ้มกันไหมกับการเอาไปใช้ในทางที่ผิด และการแพร่สะพัดไปไกลของคอนเทนต์ในทางที่ไม่ดีนั้น

เมื่อไม่นานมานี้ Facebook ได้เข้าพบรัฐบาลของประเทศนิวซีแลนด์เพื่อออกมาแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ และนำไปสู่การพิจารณาการ “คัดกรอง” คอนเทนต์ Live ก่อนที่มันจะถูกเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ

COO อย่าง Sheryl Sandberg นั้น ได้กล่าวว่า “เรากำลังทดลองการควบคุมการ live ของผู้ใช้งาน โดยพิจารณาจากหลายปัจจัยเพื่อไม่ให้คอนเทนต์เหล่านั้น ขัดต่อระเบียบและข้อกำหนดของแพลตฟอร์มนั่นหมายความว่าผู้ใช้งานบางคนที่เคยโดนรายงานในความไม่เหมาะสม อาจจะได้รับการ “ยกเว้น” ให้ไม่สามารถ live ได้อีกต่อไป

การก้าวออกมาแสดงความรับผิดชอบ Facebook นั้น ตีความได้ว่า Facebook สามารถที่จะกำหนดนโยบายการไม่อนุญาตให้ Live ได้กับผู้ใช้งานบางรายได้ จากการพิจารณาปัจจัยแวดล้อมของผู้ใช้งานคนนั้น โดยไม่กระทบกับการใช้งานฟีเจอร์นี้ของผู้ใช้งานคนอื่นๆ ในอีกแง่หนึ่งนั้น คือการที่ Facebook ออกมาตระหนักรู้ว่าในความเป็นผู้นำของโซเชียลมีเดีย ฟีเจอร์ live นำไปสู่ความเสียหายได้อย่างใหญ่หลวง ถึงแม้จะไม่สามารถรื้อฟีเจอร์ Live ออกจากแพลตฟอร์มได้ แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่ Facebook ให้ความสนใจในการพิจารณาและรับผิดชอบต่อสังคม

มากไปกว่านั้น Facebook กำลังมีแผนพัฒนา AI ของแพลตฟอร์ม เพื่อให้ตรวจจับคอนเทนต์อันตรายและนำมันออกได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม จากรายงานของ Facebook นั้น ใน 24 ชั่วโมงหลังจากเหตุการณ์ Christchurch ระบบได้ทำการนำคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องและไม่เหมาะสมลงกว่า 1.5 ล้านคอนเทนต์ และกว่า 1.2 ล้านของคอนเทนต์พวกนั้น โดนบล็อคตั้งแต่ขั้นตอนการ upload นั่นหมายความว่าจะไม่มีใครเห็นวิดิโอจำนวน 1.2 ล้านชิ้นนั้นเลย ซึ่งก็ถือว่าน่าประทับใจแต่ COO อย่าง Sanberg ได้ย้ำว่าเรายังคงจะปรับปรุงต่อไป

ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการที่แพลตฟอร์มออกมาแสดงความรับผิดชอบและหาิธีการป้องกันและรับมือ เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมานั้น Facebook แสดงจุดยืนมาตลอดว่าตัวเองไม่ใช่ Media Company ดังนั้น นโยบายในการรับมือความรุนแรงในคอนเทนต์อาจจะยังไม่ได้แข็งแรงเท่าใดนัก แต่เหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ได้ทำ Facebook นั้น ไม่มีทางเลือกมากนักและจำเป็นต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบเพื่อไม่ให้เหตุการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มไปในทางความรุนแรงเกิดขึ้นอีก

ภายใต้ความเศร้าเสียใจของเหตุการณ์ Christchurch นั้น อย่างน้อยที่สุดก็ได้ทิ้งบทเรียนมากมายให้เราเตรียมรับมือในการใช้งานโซเชียลมีเดียในทางที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี

 

Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.