ดีแทค ทีโอที CAT จับมือทดสอบ 5G พร้อมหาแนวทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

Apr 02, 2019 M.Pussapol

Focus Point

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมในการทดสอบ 5G  มีการจัดทำแผนสู่ 5G (5G Road Map) ประสานความร่วมมือกับ กสทช. เพื่อกำหนดอนาคต 5G แผนการทดสอบร่วมกัน รวมถึงพิจารณาเรื่อง Spectrum Road Map

ดีแทคเปิดสนามทดสอบ 5G ทั้งพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและพื้นที่ EEC ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา เพื่อทดสอบการใช้งานจริง (Use Case)

ทีโอทีรุกสมาร์ทโพล ต้องตอบโจทย์สมาร์ทซิตี้โครงข่าย 5G เพื่ออุตสาหกรรม

CAT ร่วมทดสอบเซ็นเซอร์ PM 2.5 ฝ่าวิกฤตคุณภาพอากาศ ผ่านโครงข่าย LoRa บนสมมุติฐาน 5G

วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า บริการ 5G จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนในประเทศ ภาครัฐจะต้องเริ่มต้นตระหนักถึงภาระหน้าที่ในการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมทดสอบทดลอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง IoT (Internet of Things), ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) หุ่นยนต์ (Robotic) ระบบคลาวด์  (Cloud Computing) ผสานกับ 5G ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมในประเทศ เพื่อนำไปสู่การสร้างการใช้งานจริง (Use Case) ในอนาคต  

รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  ให้ข้อมูลว่า ความคืบหน้าล่าสุด กระทรวง มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมในการทดสอบ 5G ร่วมกัน จัดทำแผนสู่ 5G (5G Road map) พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับ กสทช. เพื่อกำหนดอนาคต 5G และแผนการทดสอบ นอกจากนั้นยังมีการพูดคุยเรื่องการจัดทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่ หรือ  Spectrum Road Map ด้วย

อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้การนำ 5G มาใช้ปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศไทยสำเร็จต้องเริ่มต้นที่การสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐบาล กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มผู้ใช้งาน และการทดสอบโครงการธุรกิจตามการใช้งานจริง (Use Case) ร่วมกัน เพื่อนำสู่การวิเคราะห์ภาพรวมทั้งเทคโนโลยี และข้อกฎหมายสู่บริการเพื่อผู้ใช้งาน หาจุดสมดุลของความเป็นไปได้ในทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อน 5G ทั้งระบบนิเวศ จึงร่วมกับ CAT และทีโอที เป็นพันธมิตรในการทดสอบ 5G ร่วมกัน

สำหรับทีโอทีได้ร่วมมือในการทดสอบโดยการนำโครงการเสาอัจฉริยะ หรือสมาร์ทโพล (Smart Pole) ซึ่งเป็นเสาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุค 5G ที่ออกแบบให้ใช้งานโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน (Infrastructure Sharing) โดย เสาอัจฉริยะ Smart Pole นี้จะถูกนำไปทดสอบ 5G Testbed  ในพื้นที่ตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. มาร่วมทดสอบ

ทีโอที  ย้ำ  Infrastructure Sharing สร้างประโยชน์ให้ทุกฝ่าย

ดร. มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที (จำกัด) มหาชน กล่าวว่า ความร่วมมือการทดสอบ 5G เป็นสิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมเพื่อหาข้อสรุปและแนวทางก่อนจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์

ดร. มนต์ชัย กล่าวต่อไปว่า ทีโอทีมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ 5G ก้าวหน้า คือเรื่อง Infrastructure Sharing  รวมถึงต้องมีหน่วยงานกลางที่ดูแลเสาอัจฉริยะ (Smart Pole) ซึ่งจะทำให้การขยายสัญญาณ 5G และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสส่งเสริมผู้ให้บริการรายใหม่ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมได้มากขึ้น รวมถึงเป็นการลดต้นทุนและเวลาของประเทศในการติดตั้งซ้ำซ้อน ที่สำคัญสามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

“ทั้งนี้ ทีโอที พร้อมเป็นหน่วยงานกลางในการพัฒนาโครงข่าย 5G ของประเทศ ทั้งด้านเงินทุน ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ  และบุคลากรที่มีประสบการณ์ที่พร้อมจะร่วมเป็นกลไกหลักของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี 5G”

กสท  : Use Case ยกระดับดัชนีคุณภาพอากาศ

สำหรับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)  หรือ CAT ได้เห็นความสำคัญกับความร่วมมือทดสอบ 5G ร่วมกันทั้งการใช้โครงสร้างพื้นฐาน ฐานข้อมูลความรู้ และประสบการณ์ร่วมกัน  โดยนำโครงการ “PM 2.5 Sensor for All” วัดค่าคุณภาพอากาศ มาร่วมทดสอบ

พันเอก ดร. สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  CAT ได้ร่วมมือทดสอบ 5G โดยนำโครงการ “PM2.5 Sensor for All” เข้าร่วม โดยข้อมูลของคุณภาพอากาศที่ได้ จะจัดเก็บไว้แบบเรียลไทม์ด้วยระบบคลาวด์ ผ่านเซ็นเซอร์ในพื้นที่แต่ละแห่ง ในอนาคตเมื่อใช้งานบนโครงข่าย 5G แล้ว จะสามารถยกระดับจาก IoT สู่ Massive IoT โดยการติดตั้งเซ็นเซอร์จำนวนมากได้เพิ่มขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น และยังสามารถนำมาออกแบบสู่แหล่งข้อมูลกลางที่นำเก็บค่าดัชนีคุณภาพอากาศจากทุกพื้นที่นำมาประมวลผลร่วมกัน (Calibrate) เป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) บนคลาวด์ที่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศของไทยมาตรฐานกว่าที่เคยมีรายงานมาก่อน”

ความก้าวหน้า Use Case ดีแทค

ดีแทคได้ยื่นดำเนินการขออนุญาตทดสอบ 5G ต่อ กสทช เรียบร้อยแล้ว ทั้งข้อเสนอใช้คลื่นความถี่ และการทดสอบทั้งแบบ Standalone (SA) ซึ่งเป็นการทดสอบโดยใช้เฉพาะคลื่น 5G และ Non-Standalone (NSA) หรือการทดสอบการทำงานของเทคโนโลยี 5G ร่วมกับ 4G โดยจะทดสอบทั้งในห้องปฎิบัติการ (Lab Testing) ก่อนนำสู่การทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง และการทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง (Live Environment Testing เช่น พื้นที่บริเวณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ เป็นต้น และรวมถึงการทดสอบทางไกล (Remote Testing) เป็นการทดสอบโดยเชื่อมต่อสถานีฐาน 5G จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปยังโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่หลัก (Core Network) ต่างพื้นที่ ในโครงการทดสอบ 5G EEC ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา เพื่อใช้ทดสอบกรณีใช้คลื่น 5G ต่างพื้นที่ร่วมกัน ตัวอย่างเช่นการรักษาผ่านทางไกล หรือสมาร์ทเฮลธ์แคร์(Smart Healthcare) เป็นต้น

นอกจากนั้น ดีแทคได้จัดทำโซลูชั่น “ฟาร์มแม่นยำ” เพื่อเตรียมพร้อมสู่ 5G ที่สามารถปลดล็อกมูลค่ามหาศาลให้แก่เกษตรกรของประเทศไทยได้ ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าการทำเกษตรกรรมยุคใหม่จะต้องใช้ประโยชน์ของดิจิทัลและความสามารถของ 5G มาต่อยอดเพื่อทำรายได้เพิ่มมากขึ้น และยังเตรียมยกระดับสู่โซลูชั่นฟาร์มแม่นยำ (Precision Farming) แบบเรียลไทม์ด้วยการใช้โดรน 5G ต่อไป

 

ประโยชน์ภาพรวมของการ Sharing

ความร่วมมือในการทดสอบ 5G ระหว่าง 3 องค์กร คือ ดีแทค ทีโอที และ CAT เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย

1. การใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Resource sharing) ทั้งอุปกรณ์โครงข่ายและคลื่นความถี่ต่างๆ

2.การนำความรู้มาใช้ร่วมกัน (Knowledge sharing) นำความรู้ความเชี่ยวชาญโทรคมนาคมของแต่ละฝ่ายมาแบ่งปัน และต่อยอดการทดสอบร่วมกัน

3. การแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน (Experience sharing) ทำให้แต่ละฝ่ายไม่ต้องเริ่มต้นใหม่แต่นำประสบการณ์ที่ได้มารวมกันเพื่อพัฒนาไปข้างหน้า รวมถึงศึกษาถึงข้อจำกัดและอุปสรรคทั้งด้านเทคโนโลยีและระเบียบข้อกฎหมายต่างๆ

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.