ย้อนดู 4 ดีล Collaboration บาร์บีคิวพลาซ่า ได้อะไรจากการใช้กลยุทธ์นี้

Apr 02, 2019 R.Somboon

กลายเป็น 1 ในกลยุทธ์หลักของบาร์บีคิวพลาซ่าไปแล้วสำหรับการทำ Marketing Collaboration เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ร้านปิ้งย่างแบรนด์นี้มีการต่อเนื่องการทำตลาดด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว

หากไล่เลียงดูแล้วจะพบว่า การทำ Marketing Collaboration ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา มีด้วยกันถึง 4 แคมเปญใหญ่ 3 ใน 4 จะเป็นการ Collaboration ด้วยการใช้มาสคอตที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์อย่างบาร์บีกอนเป็นตัวเดินเรื่อง ขณะที่ในมีแคมเปญล่าสุด “ฟินเว่อร์ ฮัทเจอก้อน” เท่านั้นที่เป็นการใช้แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าเข้าไปจับมือร่วมกับพันธมิตรที่เป็นร้านอาหารด้วยกันอย่างพิซซ่าฮัท ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในการทำตลาดเชนร้านอาหารที่ 2 แบรนด์ดังมาแชร์จุดแข็งร่วมกันเพื่อสร้างสีสันให้กับตลาด

บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด บอกกับเราว่า Marketing Collaboration ถือเป็น 1 ในกลยุทธ์สำคัญที่บาร์บีคิวพลาซ่าเลือกใช้ในการผลักดันแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยกลยุทธ์นี้ นอกจากจะช่วยในแง่ของการเทรดฐานลูกค้ากับพาร์ทเนอร์แล้ว ยังเข้ามาช่วยสร้างอะแวร์เนสในโลเกชั่นที่แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่ายังไม่มีหรือไม่ได้เข้าไป ถือเป็นการนำแบรนด์เข้าไปปะทะกับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ การ Collaboration จึงเป็นการช่วยขยายฐาน และสร้างแบรนด์ เพอร์เซ็ปต์ชั่นในฐานะของแบรนด์ที่มีนวัตกรรมเหมาะกับคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

“การ Collaboration ยังเป็นการช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกันของแบรนด์ที่เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ โดยเฉพาะกับการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของทั้ง 2 แบรนด์ อย่างการจับมือกับพิซซ่าฮัท เป็นการตอบโจทย์การคิดนอกกรอบที่ยังไม่เคยมีใครที่เป็นเชนร้านอาหารด้วยกันเคยทำมาก่อน ซึ่งนอกจากความแปลกใหม่แล้ว ยังเป็นการสร้างสีสันที่จะสะท้อนกลับมาสู่การเป็นแบรนด์ที่มีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี”

หากไล่ย้อนดูการใช้กลยุทธ์นี้ในการทำแคมเปญใหญ่ๆ แล้ว จะพบว่า มี 4 แคมเปญที่เรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอความแปลกใหม่ให้กับตลาด ไล่ตั้งแต่

1.จับมือกับ Grab ร่วมกันทำตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์  “ Gon กลับ Grab” ให้เพื่อนบาร์บีกอนได้ใช้บริการ Grab กลับบ้านอย่างสนุกและสุขใจ ด้วยการนำรถ Grab  5 คัน มาตกแต่งเป็นบาร์บีกอนฟลีต ติดสติกเกอร์รอบคันด้วยลายบาร์บีกอน เสริมด้วยพร็อบด้านในรถด้วยของสะสมจากบาร์บีกอนให้ผู้โดยสารได้เซลฟี่แบบจัดเต็ม พร้อมไฮไลท์ใช้บริการนั่ง Grab ฟรี สำหรับสมาชิกบัตรบาร์บีกอนคลับ และส่วนลดสุดพิเศษ 70 บาท ทั้งสำหรับลูกค้าสมาชิกบาร์บีกอนแและผู้ใช้บริการ Grab  แคมเปญดังกล่าวนี้ทำไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย. –    31 ธ.ค.60

ในครั้งนั้นจะเป็นการเข้ามาเติมเต็มกลยุทธ์ Character Marketing ในการสร้างแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจคน โดยมีบาร์บีกอนเป็นสื่อกลางสำคัญในการเชื่อมโยงแบรนด์ไปสู่ลูกค้า เรียกได้ว่า เป็นการนำพี่ก้อนเข้าไปอยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของการเดินทาง ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของการทำ Collboration ของบาร์บีคิวพลาซ่า

2.ในปี 2560 เช่นเดียวกันยังมีจับมือกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอย่างแอนิเทค ให้ไลเซ่น (License) บาร์บีกอน ไปจัดทำเป็นสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ ลิมิเต็ด อิดิชั่น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านลายบาร์บีกอนสุดน่ารัก น่าสะสม ให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ทั้งกาต้มน้ำไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องปั่นสมูทตี้ และเตาอบ

ความร่วมมือดังกล่าว ช่วยให้เจ้ามังกรตัวเขียวบาร์บีกอนสามารถผลักดันตัวเองให้เข้าไปอยู่ในครัวของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นการนำแบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันได้อีกทางหนึ่ง

3.จับมือร่วมกับมาชิตะ สาหร่ายทอดกรอบของค่ายสิงห์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นเป็นอีก 1 แคมเปญที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี

 

ภายใต้การทำแคมเปญร่วมกันดังกล่าว นอกจากจะมีการออกเมนูใหม่แล้ว ยังมีการนำเมนูของบาร์บีคิวพลาซ่าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการออกมาชิตะรสชาติใหม่นั่นคือ รสเบคอนย่างซอสบาร์บีคิวพลาซ่า ซึ่งเป็นการผลักดันให้แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าเข้าไปอยู่ในช่องทางร้านค้าปลีก

ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยเทรดฐานลูกค้าจากแฟนของมาชิตะที่ส่วนใหญ่นิยมชมชอบความเป็นเกาหลีของแบรนด์นี้มาสู่แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าได้อีกทางหนึ่ง

ผลลัพธ์จากการ Collaboration อีกอย่างก็คือ การทำให้เกิดกระแส Word of Mouth ที่ถูกพูดถึงต่อในวงกว้าง และสิ่งที่ตามมาก็คือ การสร้างแรงดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้าไปถามหาสินค้าในร้านค้าปลีก ซึ่งนั่นจะทำให้แบรนด์มาชิตะมีพื้นที่ขายที่โดดเด่นในร้านค้าปลีกมากขึ้น จากเดิมที่พื้นที่บนเชลฟ์จะเป็นรองผู้นำตลาดที่มียอดขายดีกว่า

เช่นเดียวกับบาร์บีคิวพลาซ่าที่สามารถขยับเข้าไปอยู่ในร้านค้าปลีก ซึ่งเป็นการนำแบรนด์เข้าไปปะทะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญที่แบรนด์ปิ้งย่างรายนี้วางเป้าหมายในการขยับเข้าไปหา

4.มีนาคม 2562 จับมือกับพิซซ่าฮัท เปิดตัวแคมเปญ “ฟินเว่อร์ ฮัทเจอก้อน” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เชนร้านอาหารที่อยู่ในระนาบเดียวกันมีการจับมือร่วมกันทำตลาด

บุณย์ญานุช บอกว่า การจับมือกับพิซซ่าฮัท เป็นอีกความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในการจับมือกับร้านอาหารด้วยกันเอง โดยมีการร่วมกันในการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ที่ได้ร่วมกันพัฒนาเมนูไฮไลท์ ซึ่งเป็นส่วนผสมของวัตถุดิบสำคัญหรือ Signature ของทั้งสองแบรนด์ เป้าหมายสำคัญของการจับมือร่วมกันในครั้งนี้จะอยู่ที่การสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการธุรกิจอาหาร ซึ่งถือเป็นการฉีกกฎการตลาดในการ Collaborate กันของ 2 แบรนด์ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่จะได้รับไม่ใช่เพียงแค่ยอดขาย แต่เราเชื่อว่าแคมเปญนี้จะกระตุ้นและสร้างความตื่นตัวให้กับตลาด และสะท้อนจุดยืนของทั้งบาร์บีคิวพลาซ่าและพิซซ่าฮัท ในการคิดนอกกรอบและสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้เป็นไปได้เพื่อสร้างความแปลกใหม่และประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า รวมถึงการ Cross Target ของทั้งสองแบรนด์ที่เชื่อว่าจะขยายฐานลูกค้าของแต่ละแบรนด์ได้ในอนาคต

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.