ค้าปลีกในยุค 4.0 จะ Beyond Shopping Experience กลายเป็น The Really Inner Experience

Aug 10, 2017 R.Somboon

“การก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลแบบเต็มตัวของบ้านเรา ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจทุกประเภท เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในลักษณะที่เรียกว่า Evolution ทำให้แต่ละองค์กรต่างต้องมีกลยุทธ์ออกมาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิตอล ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกองค์กรต้องมีการปรับตัว โดยต้องใส่ทั้ง Evolution และ Revolution ในหลายๆ เรื่อง โดยองค์กรที่ประสบความสำเร็จก็คือ องค์กรที่เข้าใจตัวเอง  มีการประเมินและวิเคราะห์ตัวเองตลอดเวลาว่า มีจุดอ่อนอยู่ที่ตรงไหน มีจุดเด่นอย่างไร  และต้องปรับตัวให้ทันกับกระแสของโลก  กระแสของผู้บริโภค  พฤติกรรมของผู้บริโภค และมีความสามารถในการปรับตัวได้  เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเข้ามา  และก้าวทันต่อเหตุการณ์ต่างๆ  ที่เกิดขึ้น”

นั่นคือคำกล่าวของ ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ที่เป็นการแสดงทรรศนะถึงการปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจในยุคดิจิตอล

ระยะเวลาใน 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายสู่การทำธุรกิจในยุคใหม่ที่คนรุ่นใหม่ อายุราว 20 -30 กว่าปี  หรือกลุ่มเจนวาย กลุ่มมิลเลนเนียล  เข้ามามีบทบาทในแต่ละอุตสาหกรรม คนกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมการบริโภคที่คนรุ่นเก่าไม่สามารถตามทันได้  ดังนั้นการติดตามพฤติกรรมคนกลุ่มเหล่านี้ว่ามีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตอย่างไร ขณะเดียวกัน เรื่องของเทคโนโลยี ก็เข้ามามีบทบาทต่อการขับเคลื่อนธุรกิจค่อนข้างมาก   

“เดอะมอลล์ กรุ๊ป จะให้ความสำคัญในเรื่องของ Re-organization  เพื่อทำให้คนทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถที่จะตัดสินใจได้ดี โดยมองว่าองค์กรขนาดใหญ่ต้องทำให้สเกลเล็กลงในแต่ละหน่วยงานเพื่อให้สามารถตัดสินใจ และเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อชิงความได้เปรียบในเรื่องของความรวดเร็วได้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ

แม้แต่เรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภค เราก็ต้องศึกษาอย่างรวดเร็ว  โดยกลุ่มเดอะมอลล์ ได้ลงทุนในการพัฒนาระบบต่างๆ เหล่านี้ไปหลายร้อยล้านบาท เป็นการเดินตามกลยุทธ์ที่เรียกว่า M –Change ที่เป็นการทรานส์ฟอร์เมชั่น มีการวางโรดแม็บไว้ประมาณ 3 ปี ตอนนี้ได้ทำมาประมาณ 2 ปีแล้วในการเตรียมตัว ทุกอย่างจะต้องเสร็จสิ้นไม่เกินภายในปี 2020   เพื่อให้ได้ระดับ International Standard  โดยที่การทำงานหรือขับเคลื่อนจะไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล  แต่จะเป็นองค์กรที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง  โดยที่ทุกคนมีบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน และมีรูปแบบในการทำงานที่เป็นเหมือน Ownership  ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก” 

อย่างไรก็ตาม คุณศุภลักษณ์ มองว่า คำว่า Professional  ในปัจจุบันถือว่าไม่เพียงพอแล้ว ต้องมีความเป็นเจ้าของด้วยถึงจะทำให้งานประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันการเป็นเจ้าของมาทำงาน ไม่ใช่อาศัยเพียงแค่ประสบการณ์เท่านั้น  แต่จำเป็นต้องใส่เรื่องของ Spirit และ Soul ลงไปด้วย 

เหมือนกับการทำค้าปลีกยุคใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของประสบการณ์ที่คนรุ่นใหม่ค้นหา ที่ต้องการความเป็นของจริง  ไม่ได้ต้องการสิ่งที่เป็นผิวเผิน  ต้องมีเรื่องราว  มีที่มาที่ไป มี Storytelling  ให้น่าค้นหา ไม่ใช่แค่การ Copy & Development  อีกต่อไป แต่ต้องเป็นสิ่งกลั่นกรองออกมาจากความรู้สึก ประสบการณ์  Inspiration  และจากแนวคิดใหม่ๆ  หรือต้องการความรอบรู้ในเรื่องใหม่ๆ  ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการ

“จะเห็นว่าคนทุกวันนี้มีการเดินทางเพิ่มมากขึ้น  แม้จะไม่ได้เดินทางด้วยตัวเองก็เป็นการเดินทางในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้คนมีข้อมูลมาก เดินทางและรู้เรื่องเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ มากขึ้น  ดังนั้น  การที่เขารับรู้มากๆ  ก็จะทำให้การทำงานต่างๆ ยากยิ่งขึ้น  เพราะคนรู้มากขึ้นกว่าเดิม  ดังนั้น  ต้องพยายามที่จะเป็น Trendsetter ให้ได้  ซึ่งการที่จะเป็นผู้นำเทรนด์ได้ต้องมีความกล้า  มีความรอบรู้ว่าตอนนี้คนไปอยู่ตรงจุดไหน  แต่หากเทรนด์ที่มาเร็วไปก็จะไม่ยั่งยืน จึงต้องบาลานซ์สิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม  ระหว่างคำว่า  Sustainability  กับคำว่า Trendsetter  เพราะบางครั้งการตามเทรนด์มากๆ ก็อาจจะทำให้ไม่มีความยั่งยืน ซึ่งก็เป็นเรื่องของผู้บริหารที่ต้องกำหนดในจุดเหล่านี้ให้สำคัญมาก

เพราะค้าปลีกในยุค 4.0 จะ Beyond Shopping Experience กลายเป็น The Really Inner Experience ที่ค่อนข้างจะมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น แต่ละคนก็จะมีความต้องการที่แตกต่างกันไปไม่เหมือนกัน  อาจจะมีการคาดการณ์จากเทรนด์ต่างๆ  ได้  แต่ว่าเทรนด์ก็จะมีความหลากหลายมาก ทำให้ต้องมีกลุ่มที่เป็นเซ็กเม้นต์ กลุ่มคนที่แตกต่างกันไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก  ทำให้ต้องดูแล และให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ในเรื่องของ Data Mining  เพื่อให้รู้ว่าต้องสื่อสารกับลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างไร แต่ละเจนต้องสื่อสารให้แตกต่างกันอย่างไร  เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนที่ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”

ศุภลักษณ์ ทิ้งท้ายถึงความท้าทายของกลุ่มเดอะมอลล์ว่า ความท้าทายของกลุ่มเดอะมอลล์ก็ไม่ต่างจากคนอื่น  โดยเฉพาะก้าวต่อไปในฐานะผู้บุกเบิกในเรื่องของการคิดที่มาก่อนคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การที่จะแข่งกับตัวเอง เราต้องไม่มองแค่เรื่องของการสร้างศูนย์การค้า แต่เราต้องมองในเรื่องของการสร้างย่าน  ทำอย่างไร เพื่อให้สถานที่ของเรามีความยูนีค และโดดเด่นของโลก อย่างที่เราเคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากการทำสยามพารากอน โดยที่ในก้าวต่อไปของเราที่จะต้องทำในทิศทางต่างๆ  ยังมีอีกหลายจุด ที่เราจะต้องขยายตัวออกไป  แต่ละจุดถ้าทำแล้วต้องมีความหมาย ต้องมี Meaningful  ไม่ใช่เพียงแค่สร้างเป็นอีกหนึ่งห้างใหม่ออกมา  เพราะไม่ใช่สไตล์ของเรา  ศูนย์การค้าทุกแห่งที่เราทำมา ต้องมีความหมายต่อองค์กร  ความหมายต่อคอมมูนิตี้  และความหมายต่อประเทศชาติ   ดังนั้น  โครงการต่างๆ ที่เราจะทำออกไป  จะเป็น  International Perception  เป็นโครงการระดับที่ทำให้เกิดการรับรู้ที่ไม่เพียงเฉพาะในประเทศ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.