6 เรื่องใหม่ ที่เกิดขึ้นหลังการ Brightening the Brand ของ MTL

Apr 05, 2019 P.Narata

หลังการ Rebranding ครั้งใหญ่เมื่อปี 2547 ได้ผลักดันให้ “เมืองไทยประกันชีวิต” ก้าวขึ้นสู่บริษัทประกันชีวิตชั้นนำของไทยภายใต้กลยุทธ์การเป็นแบรนด์แห่งความสุข วันนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ประกาศปรับภาพลักษณ์องค์กร (Brightening the Brand) อีกครั้ง เพื่อรับมือกับกระแส Digital Disruption ที่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ

ตลอดระยะเวลา 68 ปีที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิตสามารถสร้างความโดดเด่นในดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และมุ่งสร้างความสุข และรอยยิ้มแก่ทุกคน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย สร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรมสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์

อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่มีความทันสมัยเป็นสากล โดยมีการขยายตลาดไปในหลายประเทศ (Regional Company) จนก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตไทยชั้นนำของประเทศที่อยู่ในใจคนไทยมาอย่างยาวนาน

สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวถึง สาเหตุสำคัญของการขับเคลื่อนในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการถูก Disruptive จากหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไป และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิตก็พยายามปรับเปลี่ยน พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และการบริการ เพื่อให้สามารถไล่ตามให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะในมุมของการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

Brightening the Brand จึงเป็นการผลักดันพลังแห่งความเป็นตัวตนของเมืองไทยประกันชีวิต ให้เกิดความโดดเด่น และชัดมากขึ้น เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง และการเข้ามาของกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยการปรับภาพลักษณ์องค์กรในครั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิตมีการทำสิ่งใหม่ๆ ใน 6 เรื่องสำคัญ คือ

1.การ Refresh Brand เมืองไทยประกันชีวิต ให้มีความสดใส ทันสมัย และเป็นสากลมากขึ้น ภายใต้สโลแกน “Happiness Means Everything: เพราะความสุขคือทุกอย่าง” มุ่งเน้นการส่งมอบความสุขในทุกด้านให้กับลูกค้า พนักงาน พันธมิตร และผู้เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน มีการเปลี่ยนรูปแบบยูนิฟอร์มพนักงาน ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง “หมู อาซาว่า” พร้อมเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่โลโก้ด้วยรูปลักษณ์โค้งมน สื่อสารผ่านสีที่หลากหลายสะท้อนถึงความสดใส เข้าถึงง่าย สร้างความใกล้ชิดกับลูกค้า พร้อมเปิดตัวสัญลักษณ์แห่งความสุข หรือ “Celebration” เพื่อตอกย้ำตัวตนของเมืองไทยประกันชีวิตมากยิ่งขึ้น หมายถึง “การปกป้องดูแล” ที่จะติดตามไปทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

ความหมายของสีโลโก้ “เมืองไทยประกันชีวิต”

สีชมพู (Fuchsia)                 สีของพระอาทิตย์ยามเช้า ที่สื่อถึงความสุข และการไม่ยอมแพ้

สีฟ้า (Light Blue)                 สีของท้องฟ้า สื่อถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และความคิดที่สร้างสรรค์

สีแดง (Red)                         สีของพลังแห่งความมุ่งมั่นที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า

สีขาว (White)                       สีของความโปร่งใส บริสุทธิ์ และเปิดเผย

สีน้ำงเงิน (Navy Blue)           สีของความมั่นคง ความปลอดภัย และความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

สีเขียว (Green)                     สื่อถึงชีวิต การเจริญเติบโต สุขภาพที่ดี และความอ่อนเยาว์

 

2.สร้าง Transformation Work Place ในชื่อ “The Garage by Muang Thai Life” เพื่อเป็นพื้นที่การทำงานของพนักงานที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่กับการทำงานในโครงการพิเศษต่างๆ ที่มีความสามารถแบบรอบด้าน (Multi Skill) ด้วยกระบวนการทำงานที่ส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการให้บริการ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าแบบ Outside In

3.เปิดตัว “เอ็กซ์ตร้า แคร์ พลัส” ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต และสุขภาพที่โดดเด่นด้านนวัตกรรม ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างเหมาะสม และตรงจุด โดยลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษา พยาบาลแบบเหมาจ่ายแบบท็อปอัพ (Top Up) จากสวัสดิการ หรือประกันสุขภาพที่มี ทำให้เบี้ยประกันภัยถูกกว่าความคุ้มครองสุขภาพทั่วไป ไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อเข้ารับการรักษากับสถานพยาบาลในเครือข่ายกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ พร้อมนำเบี้ยประกันภัยไปใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษีได้    

4.สร้าง Journey Experience ในด้านการบริการด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งรูปแบบการบริการเชิงรับ และเชิงรุก ผ่านโมเดลการให้บริการที่ เรียกว่า “MTL Smile Service” ประกอบด้วย "MTL Smile Care” “เมืองไทย Smile Club” “MTL Smile Tech” และ “MTL Smile Touch” เพื่อส่งมอบความสุข และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า นับตั้งแต่การให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ ทุกกระบวนการนำเสนอ ตลอดจนการส่งมอบบริการหลังการขายอย่างเป็นเลิศให้กับลูกค้า

5.สร้างภาพลักษณ์ใหม่ เมืองไทย Smile Club” ต้นตำรับกิจกรรมเพื่อความสุขและรอยยิ้ม เข้มข้นด้วยกิจกรรม และสิทธิประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติ อีกทั้งยังมีการพัฒนาด้าน Innovation Trend, Personal Life และไลฟ์สไตล์ต่างๆ รวมถึงกระบวนการพัฒนาเรื่องของ Ecosystem ในการผนึกกำลังกับพันธมิตรให้มีความแข็งแรง และตอบโจทย์ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สมาชิกได้ "Smile is All Around" สุขรอบกาย สไมล์รอบตัว ตลอดทั้งปี

6.เปิดตัว “MTL Smile App” เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริการดูแลลูกค้า และตอบสนองความต้องการในยุคดิจิทัล แอพพลิเคชั่นใหม่ สามารถให้ลูกค้าดู Portfolio ของตนได้ แบ่งตามรูปแบบของผลิตภัณฑ์เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย เห็นภาพรวมความคุ้มครอง และการลงทุนของตัวเอง ลูกค้าสามารถทำบริการผ่านแอพพลิเคชั่น ไม่ว่าจะเป็นการเคลม ติดตามผล ดูประวัติการเคลม ชำระเบี้ยประกันภัย ขอเอกสารต่าง ๆ เช่น หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย

 

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่น  “My Health Care” ที่สามารถหาโรงพยาบาลคู่สัญญาที่สามารถใช้สิทธิ์ความคุ้มครองสุขภาพที่ใกล้ลูกค้ามากที่สุด และการพบแพทย์ผ่าน Virtual Hospital สำหรับประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่ม ที่ปัจจุบันทำร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช โดยที่ผู้มีประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่มกับเมืองไทยประกันชีวิตสามารถปรึกษาแพทย์และรับยาตามสิทธิ์ที่ได้เสมือนการพบแพทย์ผ่านโรงพยาบาล

รวมถึงการให้บริการ “My Shared Policy” ที่ให้สมาชิกในบ้านสามารถแชร์ข้อมูลกรมธรรม์ให้แก่กันบนแอพพลิเคชั่น โดยผู้ที่เป็นหลักของครอบครัวสามารถจ่ายเบี้ยประกันภัยให้สมาชิกในครอบครัวผ่านแอพพลิเคชั่นได้เช่นกัน และเพื่อความปลอดภัยการแชร์จะต้องผ่านการยอมรับจากทั้งผู้แชร์ และผู้รับ

สาระ กล่าวเสริมว่า บริษัทได้ยกระดับองค์กรสู่ความเป็นสากล ทันสมัย และสามารถรับมือกับโลกยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มตัว ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า (Data Analytics) หรือการนำระบบกระบวนการทำงานอัตโนมัติ (Robotic Process Automation หรือ RPA) มาใช้เพื่อให้การทำงานเป็นแบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) มาใช้ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็ว สะดวก และง่ายยิ่งขึ้น

“หลังจากนี้ ตัวตนของเมืองไทยประกันชีวิตจะยังคงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Products) กระบวนการทำงาน (Process) และการให้บริการ (Services) ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย ในรูปแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) มากยิ่งขึ้น” สาระ กล่าว   

 

ประกันชีวิต

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.