Starbucks เพิ่มจุดขายใหม่จาก Aroma สู่ Excited

Apr 05, 2019 S.Vutikorn

แรกเริ่มเดิมทีร้านกาแฟส่วนใหญ่ในบ้านเรามักจะชูจุดขายในเรื่องของ Fresh หรือเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นเป็นหลัก เพราะกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

ครั้นพอตลาดกาแฟมีการแข่งขันมากขึ้น ตลาดก็ค่อยๆ Educated มากขึ้นตาม

ทุกวันนี้ประเทศไทยมีบาริสต้าที่มีความรู้ในเรื่องกาแฟแบบลึกซึ้งจนสามารถสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับกาแฟไปยังผู้บริโภคมากมาย

การแข่งขันในตลาดร้านกาแฟจึงพัฒนาไปสู่การส่งมอบประสบการณ์หรือ Experience

จากจุดขายในเรื่อง Fresh ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็น Aroma คือเป็นการดื่มกาแฟเพื่อความเพลิดเพลิน

ใน Stage นี้เราจะได้ยินผู้บริโภคสั่งเครื่องดื่มกาแฟที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

Americano, Mocha, Cappuccino, Latte, Macchiato ฯลฯ หลายแบรนด์ก็มีการตั้งชื่อเมนูเฉพาะของตัวเองจนเป็น Signature ไป

ส่วนวิธีการชงกาแฟก็มีให้เลือกมากมายตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Drip, Siphon Cold Brew ฯลฯ ซึ่งแต่ละวิธีการชงย่อมได้ Aroma ได้ Body ที่แตกต่างกัน

ทางด้านเมล็ดกาแฟที่มีจำหน่ายก็มีความหลากหลายมากขึ้นตามความนิยม  จนกลายเป็นเทรนด์ที่เรียกว่า Specialty Coffee และแพร่หลายอย่างมากในประเทศไทยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

แต่ทุกวันนี้ในหลายเมืองใหญ่ของโลก เทรนด์ร้านกาแฟกำลังเดินทางไปสู่คำว่า  Mixologist

Mixologist มีต้นกำเนิดมาจากร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พัฒนาวิธีการผสมเครื่องดื่ม  Cocktail ให้มีความน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น มีการเพิ่มเทคนิคในการนำเสนอให้น่าตื่นตาตื่นใจจนเกือบจะกลายเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์

สำหรับร้านกาแฟแบบ Mixologist นี้เพิ่งจะมานิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นร้าน Specialty Coffee ที่นำมาวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการทำกาแฟ Nitro Cold Brew ที่ทำออกมาให้มีสัมผัสที่เหมือนดื่มเบียร์จนเชนร้านกาแฟต้องมีการปรับตัวตาม

ไม่นานมานี้ Starbucks ประเทศไทยก็เพิ่งจะมีการเปิดตัว Starbucks DRAFT นวัตกรรมเครื่องดื่มเย็นผสมไนโตรเจน เวอร์ชั่น 2 ที่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ไม่นิยมดื่มกาแฟดำ โดย Starbucks ได้เพิ่มเมนูเครื่องดื่มเย็นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟผสม Nitro Milk และชา

แต่ขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีการเสิร์ฟเครื่องดื่ม Starbucks DRAFT ในต่างประเทศ Starbucks ได้มีการพัฒนารูปแบบร้านใหม่ที่เรียกว่า Starbucks Reserve Roastery ซึ่งเป็นร้านที่ทันสมัยและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของ Starbucks

Starbucks Reserve Roastery เปิดให้บริการสาขาแรกที่เมืองซีแอทเทิล สหรัฐอเมริกา ก่อนจะขยายไปเมืองใหญ่ๆ อีกหลายเมือง อาทิ นิวยอร์ก, เซี่ยงไฮ้, มิลาน ล่าสุดคือ โตเกียว

ความพิเศษของ Starbucks Reserve Roastery นี้ก็คือ นอกจากจะมีกาแฟหายากจำหน่ายแล้ว ยังมีเมนูเครื่องดื่มใหม่ๆที่สร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับลูกค้าของ Starbucks ได้มากกว่าร้าน Starbucks ทั่วไปหลายเท่า

ที่สำคัญ คือมีเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์จำหน่ายด้วย ในส่วนที่เรียกว่า ARRIVIAMO BAR

แม้ว่าเมืองไทยจะยังไม่มีร้าน Starbucks Reserve Roastery แต่ Starbucks ประเทศไทยก็สร้างสีสันทางการตลาดด้วยการเปิดตัวเมนูเครื่องดื่มใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Starbucks Reserve Roastery ณ เมืองซีแอทเทิล สหรัฐอเมริกา ที่เสิร์ฟกาแฟอาราบิก้าคุณภาพเยี่ยมคู่กับไอศกรีมวานิลลาเข้มข้น จนมาเป็น Coffee Meets Ice Cream

ความเป็นจริงเมนูเครื่องดื่มกาแฟกับไอศกรีมในบ้านเราก็มีจำหน่ายมาพักใหญ่แล้วในหลายร้าน เพียงแต่ไม่ได้มีการโปรโมทแบบจริงจังมากนัก

แต่การเปิดตัวของ Starbucks ครั้งนี้ ทางผู้บริหารของ Starbucks ประเทศไทยคาดหวังไว้ค่อนข้างสูง จึงตัดสินใจจำหน่ายเมนูใหม่นี้พร้อมกันทีเดียวถึง 107 สาขา จากสาขาที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 370 สาขา

งานนี้ Starbucks ตั้งใจว่าเมนูใหม่นี้จะเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

“สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) รู้สึกตื่นเต้นกับการเปิดตัวแพลตฟอร์มเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษในวันนี้ ภายใต้แนวคิด Coffee Meets Ice Cream เครื่องดื่มกาแฟที่เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม ซึ่งเป็นการต่อยอดนวัตกรรมของกาแฟโคลด์ บรูว์ และกาแฟไนโตร ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี การผสานไอศกรีมกับกาแฟจะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มใหม่ ที่เป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้รื่นรมย์กับการดื่มกาแฟคุณภาพเยี่ยมในรูปแบบใหม่ได้สนุกสนานยิ่งขึ้น สตาร์บัคส์ มุ่งมั่นในการสรรหาเมนูพิเศษเปี่ยมคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้าง ประสบการณ์สตาร์บัคส์ ที่สดชื่น และตอบสนองกับหลากหลายไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคคนไทยในวงกว้างขึ้น“ เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) อธิบาย

เมนู Coffee Meets Ice Cream นี้มีให้ลิ้มลอง 3 เมนู คือ

Affogato ช็อตเอสเพรสโซ่หอมกรุ่นราดลงบนไอศกรีมวานิลลา ซึ่งความหวานในไอศกรีมจะตัดกับความเข้มของกาแฟได้อย่างลงตัว  ทั้งนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกสั่งเป็นกาแฟ Reserve (เฉพาะสาขาที่จำหน่ายกาแฟ Reserve) ได้อีกด้วย   

ColdBrew Float เมนูที่เพิ่มสีสันและรสชาติให้กับกาแฟดำยอดนิยมด้วยไอศกรีมวานิลลานอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกสั่งกาแฟเป็นแบบไนโตรที่ให้ฟองเนียนนุ่มเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อย (เฉพาะสาขาที่จำหน่ายกาแฟไนโตร)

Cold Brew Malt เมนูกาแฟโคลด์ บรูว์ที่นำมาปั่นรวมกับผงมอลต์และไอศกรีม

นอกจากนี้ เพื่อเอาใจสายหวาน สตาร์บัคส์ยังได้นำเสนอไอศกรีมคู่กับของหวานยอดนิยมจากสตาร์บัคส์อีก 3 เมนู ได้แก่

Espresso Choc Chip Brownie Ice Cream บราวนี่เนื้อแน่นรสช็อกโกแลตที่เพิ่มความอร่อยอย่างลงตัวด้วยไอศกรีมวานิลลาและวิปครีมที่ราดด้วยซอสคาราเมล

Caramel Pancake Ice Cream แพนเค้กเนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำไปด้วยซอสคาราเมล รับประทานคู่ไอศครีมวานิลลา ให้ความอร่อยที่ลงตัวและคัสตาร์ด โมจิ วาฟเฟิล ไอศครีม

Custard Mochi Waffle Ice Cream เบลเยียมวาฟเฟิลไส้กรีมคัสตาร์ดและโมจิ ด้านในนุ่ม ผิวนอกกรอบหอมกลิ่นเมเปิ้ล เข้ากันได้ดีกับไอศกรีมวานิลลา และวิปครีมหอมหวานละมุน

การเพิ่มไลน์เครื่องดื่ม Mixologist และเมนูของหวานไอศกรีมของ Starbucks ในครั้งนี้ เป้าหมายของ Starbucks คือต้องการเพิ่มประสบการณ์ในการดื่มกาแฟจาก Sensory ไปสู่ Excited

 รับรองว่าจากนี้ต่อไป เราจะได้เห็นเมนูเครื่องดื่มที่สดใหม่เข้ามาสร้างสีสันในร้าน Starbucks เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วน Starbucks Reserve Roastery in Bangkok คอกาแฟก็คงต้องรอลุ้นกันอีกพักใหญ่ๆ เพราะเป็นรูปแบบร้านที่ต้องลงทุนมหาศาล

รวมถึงบ้านเรายังติดเรื่องข้อกฏหมายที่จะขออนุญาติให้ร้านกาแฟสามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย)

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.