Apple Music, Spotify เปิดศึกเดือดชิงผู้นำ Music Streaming

Apr 09, 2019 P.Patikom

การเติบโตในตลาด Music Streaming อย่างรวดเร็วของ Spotify ในสหรัฐและทั่วโลกนั้น ทำให้ Spotify เป็นคู่แข่งสำคัญของ Apple Music ที่เป็นของค่าย Apple
 
ปัจจุบัน Apple Music ได้ชิงขึ้นเป็นผู้นำในตลาดสหรัฐด้วยการมีจำนวนสมาชิกชำระเงินมากกว่า Spotify, อ้างอิงจากรายงานข่าวของ The Wall Street Journal 
 
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Apple Music มีสมาชิกชำระเงิน 28 ล้านคนในสหรัฐ และ Spotify มีสมาชิกชำระเงิน 26 ล้านคน นี่เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนในการแข่งขันเพื่อครองตลาดบริการ Music Streaming นอกจากนี้ยังเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความสำเร็จสำหรับกลยุทธ์ใหม่ของ Apple ในการบุกตลาดด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เป็น “บริการ” ด้านซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ Apple มีความโดดเด่นไม่แพ้ผลิตภัณฑ์กลุ่มฮาร์ดแวร์ และมีจุดมุ่งหมายเพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้ iPhone ทั่วโลกนับพันล้านคน 
 
ในรายงานข่าวยังกล่าวอีกว่า อัตราการเติบโตของ Apple Music ในตลาดสหรัฐและทั่วโลกสูงกว่า Spotify แต่ในภาพรวม Spotify ยังมีจำนวนสมาชิกทั่วโลกมากกว่าและมีผู้ใช้ในสหรัฐมากกว่าด้วยถ้านับรวมจำนวนสมาชิกที่ใช้บริการฟรีด้วย
 
สำหรับจำนวนสมาชิกชำระเงินในประเทศอื่นๆทั่วโลก Spotify มีสมาชิกมากกว่า Apple Music รายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาระบุว่า Spotify มีสมาชิกผู้ใช้บริการแบบชำระเงินทั่วโลก 96 ล้านคน และเมื่อรวมสมาชิกที่ใช้บริการฟรีด้วย Spotify มีผู้ใช้บริการถึง 207 ล้านคน ขณะที่ Apple Music มีสมาชิกชำระเงินทั่วโลก 56 ล้านคน
 
แต่ Apple Music มีจุดที่เป็นข้อได้เปรียบที่ Spotify ไม่มี คือ Apple Music ได้ติดตั้งแบบ Pre-installed มาพร้อมกับสมาร์ทโฟน iPhone ของ Apple ซึ่งมีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 900 ล้านคน, Verizon ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐได้ Bundles สมาชิกบริการ Apple Music ฟรีมากับแผนบริการพร้อมโทรศัพท์มือถือ iPhone ที่ Verizon ขาย, แต่ Spotify ก็มีข้อตกลงที่คล้ายคลึงกันกับ Sprint และ Samsung
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้ว CEO ของ Spotify ได้โจมตี Apple สำหรับสิ่งที่เรียกว่านโยบาย "ไม่ยุติธรรม" ของ Apple เกี่ยวกับ App Store และยื่นเรื่องร้องเรียนในกฎหมายการต่อต้านการผูกขาดต่อคณะ กรรมาธิการยุโรป ซึ่ง Apple ตอบกลับในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ที่กล่าวว่า Spotify กำลังปิดบัง “สาเหตุทางการเงินในการใช้โวหารที่ทำให้ผู้คนเข้าใจผิด” แต่ทั้ง Apple และ Spotify ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้
 
Cr : CNBC
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.