Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos porn videos film porno swinger Xvideos Boa Foda Porno Doido Sexlog Xnxx Voglioporno
9,484
VIEWS

PTT Station และ PTT Lubricants นวัตกรรมครองใจผู้บริโภค

Apr 23, 2019 -None-

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ PTT Station และ PTT Lubricants ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มของสถานีบริการน้ำมันและน้ำมันหล่อลื่นจนได้รับความไว้วางใจให้เป็นอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคจากผลสำรวจของ BrandAge Thailand’s Most Admired Brand 2019 และได้รับรางวัลพิเศษ Most Admired Brand & Company คือความพยายามสร้างความแตกต่างให้เกิดการจดจำในแง่ดีต่อตัวแบรนด์ด้วยนวัตกรรมที่นำความสะดวกสบายมอบให้แก่ผู้ใช้บริการ ซึ่ง คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที โออาร์ ย้ำว่าแม้ PTT Station จะได้เปรียบในฐานะผู้นำ และมีความแข็งแกร่งในการรับรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับเรื่องของความสะดวกครบครันของสินค้าและบริการสำหรับคนเดินทาง แต่โมเดลธุรกิจแบบนี้คู่แข่งก็เริ่มทำตาม ดังนั้น PTT Station ต้องมีการพัฒนานวัตกรรมการดำเนินธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการและรูปแบบในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสถานีบริการน้ำมันต่อไป

คุณจิราพร เสริมว่ากลยุทธ์หลักที่แบรนด์ PTT Station ทำมาอย่างต่อเนื่องคือ “การทำให้สถานีบริการน้ำมันเป็นมากกว่าสถานีบริการน้ำมัน” Brand Character ของ PTT Station จึงชัดเจนในแง่ของการเป็นที่พึ่งให้กับผู้เดินทางด้วยจำนวนสาขาที่มีครอบคลุมทั่วประเทศ มีสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่มีประสิทธิภาพ ร้านค้ารวมถึงสินค้าที่ครบครัน และการออกแบบสถานีบริการด้วยแนวคิด Friendly Design เพื่อให้ลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย สามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย โดยปัจจุบันสถานีบริการรูปแบบ Friendly Design มีอยู่กว่า 400 สถานี และจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ คำว่าเป็นที่พึ่งยังหมายรวมถึงการเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือชุมชนที่อยู่ใกล้สถานีบริการไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องประสบกับภัยพิบัติต่างๆ หรือแม้กระทั่งเมื่อพืชผลทางการเกษตรราคาตก PTT Station ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ช่วยเหลือให้เกษตรกรสามารถเข้ามาขายสินค้าเพื่อบรรเทาทุกข์ได้ 

“เรามีสินค้าและบริการที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า รวมถึงเรายังจัดสรรพื้นที่ในสถานีให้มีพื้นที่สีเขียวสร้างความสดชื่นแก่ผู้เข้ามาใช้บริการ และขยายเครือข่ายให้ PTT Station ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทยมากขึ้น ในอดีตอาจจะเห็นว่า PTT Station โดยส่วนใหญ่เป็นสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ ตั้งอยู่เฉพาะในเส้นทางหลักแต่ในอนาคต PTT Station จะพัฒนาโมเดลสถานีขนาดเล็กให้ตอบสนองความสะดวกในการเข้าถึงของผู้บริโภคที่อยู่ในถนนสายรองให้มากยิ่งขึ้น

ในสถานการณ์ที่คู่แข่งก็พยายามเดินตามโมเดลทางธุรกิจแบบเดียวกับที่เราทำ แต่สิ่งที่ยังทำให้ PTT Station คงความโดดเด่นก็คือการมีธุรกิจเสริมที่เป็นของ PTTOR เอง และเป็นของ Business Partner ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ทุกคนรู้จักและมีความแข็งแกร่งเช่นกัน นอกจากนั้นบางสถานียังมีร้านค้าที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่นเข้าเป็นส่วนเสริมและดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station”

นอกเหนือจากการพัฒนาทั้งตัวผลิตภัณฑ์และบริการแล้ว ในมิติของการสื่อสารกับผู้บริโภค PTT Station ให้ความสำคัญกับการช่องทางในการสื่อสารไปถึงผู้บริโภคในยุคที่สื่อดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคปัจจุบันมีความหลากหลาย การสื่อสารในแต่ละแพลตฟอร์มไปสู่ผู้บริโภคจึงต้องใช้ Content ที่มีความแตกต่างกัน หรือแม้กระทั่งการสื่อสาร Message เดียวกันในแต่ละท้องถิ่นก็ต้องมีความแตกต่างให้เหมาะสมกับคนรับสารในพื้นที่นั้นๆ

“ปัจจุบันการจะสื่อสารกับผู้บริโภคสิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจก่อนว่าเราจะสื่อสารอะไรไปกับคนกลุ่มใดด้วย Content แบบไหน และด้วยช่องทางอะไร Social Network เป็นหนึ่งช่องทางที่ PTT Station ใช้ในการสร้าง Engagement กับผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางที่เราสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้แบบ Two Ways Communication ซึ่งนั่นเป็นโอกาสในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นกับผู้บริโภค รวมทั้งยังทำให้เราได้ยินเสียงของผู้บริโภค และรับรู้ความต้องการของพวกเขาแบบเรียลไทม์อีกด้วย”

การสื่อสารอย่างตรงจุดไปสู่ผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม มีส่วนช่วยอย่างมากในการที่ทำให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจ เข้าถึง และรู้สึกดีกับ PTT Station อย่างต่อเนื่องจนทำให้แบรนด์ PTT Station ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน 

ในขณะที่ PTT Station ได้รับรางวัลพิเศษ Most Admired Brand &Company ในส่วนของ PTT Lubricants ก็ถือเป็นแบรนด์ไทยที่มีความโดดเด่นและเติบโตอย่างน่าสนใจในตลาดต่างประเทศจนได้รับรางวัลพิเศษ Global Thai Brand ด้วยเช่นเดียวกัน

คุณบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จุดแข็งของ PTT Lubricants คือการเป็นแบรนด์ไทยที่มีมาตรฐานในระดับโลก

“เราเป็นแบรนด์ของคนไทยตรงนี้เรามีโพซิชั่นชัดเจนอยู่แล้วแต่สิ่งที่เราแตกต่างจากแบรนด์อื่นคือการที่เราเป็นแบรนด์ไทยที่มี International Standard เราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองผู้บริโภค ดังนั้น ไม่ว่าจะมีมาตรฐานใดที่เกิดขึ้นมาเราจะเป็นรายแรกที่มีมาตรฐานนั้น”

การตัดสินใจก้าวจากแบรนด์ไทยไปสู่แบรนด์ระดับโลกของ PTT Lubricants ถือเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าคนไทยเชื่อมั่นว่าแบรนด์ไทยสามารถก้าวไปแข่งขันในระดับโลกได้ ขณะเดียวกันตลาดต่างประเทศก็เริ่มให้การยอมรับด้วยเหตุผลที่แม้ประเทศไทยจะไม่มีน้ำมันเหมือนมหาอำนาจรายอื่นแต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ ลำดับต้นๆ
ของโลก ทำให้มีความเข้าใจในเรื่องของเครื่องยนต์เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าชื่อขององค์กรใหญ่อย่าง PTT ที่ถือเป็นอันดับ 1 ของประเทศเป็นจุดที่ช่วยเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นในระดับสากลได้

“เราไม่ได้หวังแค่ว่าเราจะเป็นที่ 1 ในประเทศไทยแต่เราหวังให้ PTT Lubricants ต้องเป็นแบรนด์ระดับโลกนี่คือจุดมุ่งหมายของเรา สิ่งที่สำคัญก็คือการทำแบรนด์ของเรา เราทำแบรนด์ควบคู่กับการดำเนินงาน เรียกได้ว่าเราเป็นแบรนด์ที่เป็นของจริง พูดจริง ทำจริง ซึ่งเรามองว่านี่เป็นบุคลิกของแบรนด์ผู้นำอย่างเรา”

PTT Lubricants ขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย Innovation และ Marketing ซึ่งคุณบุรณิน อธิบายเพิ่มว่าทั้ง 2 สิ่งมีความเชื่อมโยงกับคน ดังนั้นแบรนด์จึงนำความรู้สึก ความต้องการของคนมาเป็นตัวตั้ง ซึ่งคนในที่นี้รวมถึงพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า

“เพราะฉะนั้นคอนเซ็ปต์ของ Marketing Model เราก็คือ Innovation + Marketing และทำงานภายใต้ Be More Data, Deep Learning และ Fast Action นี่คือการทำงานแบบโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องผสมผสานการทำงานระหว่าง Marketing และ Innovation ให้แมตช์กับคน”

สำหรับการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ คุณบุรณิน เสริมว่า การแข่งขันจะรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับประเทศที่เข้าไปทำตลาด ดังนั้น PTT Lubricants จึงเลือกพื้นที่ในการเจาะเข้าไปโดยอาศัยปัจจัย 3 ข้อ คือต้องเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะประเทศเหล่านี้มีโอกาสเติบโต สองต้องเป็นประเทศที่ไม่โดน Disrupt ในช่วงระยะใกล้ๆ นี้ สุดท้ายคือต้องเป็นประเทศที่มีดีมานด์ในการใช้น้ำมันคุณภาพที่ราคาจับต้องได้

“เราใช้กลยุทธ์สร้างการรับรู้และเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปทำตลาด นอกจากนั้นเราต้องสร้างการยอมรับเวลาที่เราไปทำตลาด เราส่งทีม Technical เข้าไปให้ความรู้ว่าน้ำมันเราดีอย่างไร ช่วยแก้ปัญหาให้คุณอย่างไร อีกส่วนคือ ตัวแทนจำหน่ายที่เราเข้าไปผูกกับผู้เล่นรายเล็กและกลางในประเทศนั้น เพื่อเวลาเรื่องของมาร์เก็ตติ้งเราจะได้สนับสนุนเขาได้อย่างเต็มที่และคล่องตัว ทำให้เขาเติบโตไปพร้อมกับเรา ซึ่งตอนนี้เราสามารถขยายไปได้แล้วกว่า 41 ประเทศ ซึ่งสเตปต่อจากนั้นเราก็มองว่าเราจะขยับจากยานยนต์ไปสู่อุตสาหกรรม และมองไปถึงเรื่องของการตั้งโรงงานผลิตในอนาคตด้วย” คุณบุรณิน กล่าวปิดท้าย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort