19,290
VIEWS

เจาะลึกต้นกำเนิดธุรกิจ “ไลลา” เครื่องรางแฟชั่น ที่ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ

Apr 18, 2019 S.Ammarit

ความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน เช่น เดียวกับเครื่องรางของขลัง ที่ตามสารานุกรมเสรี ระบุไว้ว่า เครื่องรางของขลัง โดยปกติเป็นเรื่องนอกคำสอนของศาสนาพุทธ ถูกจัดอยู่ในประเภทไสยศาสตร์มากว่า แต่ก็เป็นที่นิยมกันมาแต่โบราณ ด้วยเห็นว่าพลังหรืออำนาจนั้นมาจากพุทธคุณ

ในอดีตเครื่องรางของขลัง เป็นที่นิยมสำหรับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบัน เครื่องรางของขลังกลับมาได้รับความนิยมอยากมากอีกครั้ง โดยได้ถูกนำมาผสมผสานกับเครื่องประดับ จนเกิดเป็นเครื่องรางแฟชั่น ทำให้ใส่ง่ายและมีความร่วมสมัย คนทั่วไปทุกเพศทุกวัยสามารถสวมใส่ได้ ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเรากำลังพูดถึง ‘Leila Amulets’ หรือ ‘ไลลา’  ผู้บุกเบิกตลาดเครื่องรางแฟชั่นให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยวันนี้ ทาง BrandAge Online ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณจัน – จันทรา จันทร์พิทักษ์ชัย หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Leila Amulets ที่ได้ร่วมกันทำกับ คุณเจนนี่- เจนจิรา ตรีวิชาพรรณ

เจาะลึกถึงธุรกิจไลลาว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร แนวทางการทำธุรกิจ และภาพของไลลาในอนาคตจะเป็นอย่างไร โดยสรุปออกมาเป็นสิ่งที่น่าสนใจได้ ดังนี้

 

Q : จุดเริ่มต้นธุรกิจ

A : จริงๆแล้ว เราเริ่มกัน 3 คน คือ หนู พี่และคุณแม่ เริ่มจากตัวเรา ที่ชอบทำบุญ ไปวัด คือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นสายมูเตลูอยู่แล้ว เวลาไปต่างประเทศก็จะมีเครื่องรางติดตัวกลับมาตลอด อย่างคุณแม่เวลาไปญี่ปุ่นจะชอบเอาเครื่องรางเล็กๆ กลับมาฝาก สำหรับเรื่องการเรียน ความรัก พอเรากลับมามองเครื่องรางของไทย ก็รู้สึกว่าใช้ยาก พกพาลำบาก แล้วบวกกับที่ร้านทำจิวเวอรี่อยู่แล้ว เราจึงเกิดไอเดียใหม่ขึ้น นำเครื่องรางมาปรับใช้ ทำเป็นรูปแบบใหม่ ให้ใช้ได้ในสมัยนี้ ตอนแรกก็แค่ทดลองทำดู ทำเป็นข้อมือใส่เล่น เป็นสร้อยคอ ผสมแฟชั่นเข้าไป พอเริ่มต้นธุรกิจไปสักพัก คนก็เริ่มหันมาบูชามากขึ้น

 

Q : คิดว่าทำไมไลลาถึงประสบความสำเร็จในสายตาของผู้บริโภค

A : อาจเป็นเพราะว่าประเทศไทยอยู่ด้วยความเชื่ออยู่แล้ว เมื่อความเชื่อผสมกับแฟชั่น ทำให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์คนหลายๆ คน ได้ ซึ่งเครื่องรางของขลังจริงๆ แล้วอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด เช่น เกิดมาก็มีกำไลข้อเท้าของเด็กทารก หรือผู้หญิงจะพกเป็นพวงอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้า หรือมียันต์ ส่วนเด็กผู้ชายก็จะใส่ตะกรุด ซึ่งความเชื่อเหล่านี้อยู่รอบๆ ตัวเราอยู่แล้วในสังคมไทย

 

Q : จุดยืนของไลลาคืออะไร?

A : 1. ใส่ง่าย

2. ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีสติมากขึ้น เป็นเหมือนเครื่องเตือนสติ เหมือนเป็นกำลังใจในการทำงาน เป็นที่พึ่งทางใจ

คุณค่าของไลลาที่ทำให้ต่างจากเจ้าอื่น คือเราเป็นผู้บุกเบิก ของเราจึงมีเยอะกว่าเจ้าอื่น อาจจะไม่ได้นำเจ้าอื่นมากนัก แต่เราก็ทำไปตามรูปแบบของเรามีจุดยืนของตัวเอง พอกระแสมันมาได้ดี ก็มีการทำตาม ก็เป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจอยู่แล้ว

Q : ไลลากับการสื่อสารการตลาด

A : ส่วนใหญ่เริ่มมาจากเค้ามาบูชาเอง เราก็ขออนุญาตเค้าถ่ายรูปลง โปรโมท ซึ่งเราไม่ได้ซื้อสื่อเลย แต่มันเกิดจาก Word of Mouth มากกว่า เช่น สมมติว่าคนที่ซื้อไปบูชาทำงานบริษัท คนนี้ใช้แล้วเกิดผลแล้วไปบอกต่อ คนในที่ทำงานกสนใจ อยากบูชาตาม แต่ก็ไม่ใช่แค่กลุ่มพนักงานออฟฟิศเท่านั้น จะเห็นว่าทุกกลุ่มตลาดเราก็สามารถให้บริการได้หมดเลย เหตุผลหลักของคนที่มาบูชา คือเค้าต้องการความหวัง ต้องการความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น เพราะตอนนี้ทุกอย่างก็มีปัญหาไปหมด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี หรือออาจเป็นเรื่องส่วนตัวเรื่องความรัก เป็นต้น คนเค้าก็ต้องการความช่วยเหลือในด้านของจิตใจ

 

Q : ระบบพนักงานขายของไลลา

A : จริงๆ พนักงานขายของไลลาค่อนข้างมีความสำคัญ โดยปกติเรารับสมัครพนักงานที่ร้าน เราจะมีการเทรนด์ให้ก่อน 3 เดือน ว่าผ่านโปรรึเปล่า ถ้าผ่านก็จะได้มาเป็นพนักงานไลลา ส่วนลักษณะของพนักงานขายที่ร้านก็จะมีความเป็นกันเอง คุยกันแบบเพื่อน เหมือนคุยเล่นกัน ถามไถ่กันว่าบูชาแล้วเป็นยังไงบ้าง อยากบูชาเรื่องอะไร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เช่น ลูกค้ารายหนึ่งก็มาเล่าให้ฟังว่า ใช้แมลงภู่แล้วได้ที่จอดรถฟรีด้วย เป็นต้น

 

Q : การรับมือการของเลียนแบบ หรือคนที่พูดถึงสินค้าของเราในทางที่ไม่ดี

ของเลียนแบบจริงๆ ตอนแรกเราก็เครียดเหมือนกัน แต่พอทำไปเรื่อยๆ เราพบว่าธุรกิจเรามันทำให้เศรษฐกิจมันดีขึ้นด้วย ทำให้ตลาดเครื่องรางคึกคักขึ้น อย่างท่าพระจันทร์คนก็หันมาบูชามากขึ้น มีการเลี่ยมพระกันมากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นอิทธิพลมาเราที่เป็นผู้บุกเบิกตลาดแฟชั่นเครื่องราง

ส่วนคนที่พูดถึงสินค้าเราไม่ดี เราก็ยังคงคอนเซ็ปต์เราเหมือนเดิม ก็คือทำดีไปเรื่อยๆ เราอยากให้คุณใส่ แล้วมีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ซึ่งเรายังคงเป้าหมายตรงนี้ไว้อยู่ เงินที่ได้มาเราก็ไปทำบุญ ไปสร้างวัด ทำนุบำรุงศาสนาและสังคมด้วย เพราะธุรกิจนี้เพิ่งเริ่มมาได้แค่ปีเดียว ยังไม่มี Case Study อะไรมาก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเรียนรู้กันไป ซึ่งเราก็เข้าใจคนที่พูดถึงเราไม่ดี เพราะคนไม่รู้เค้าเลยกลัว เราก็ต้องมีวิธีการให้ความรู้ และตัวเอาเองก็ต้องปรับตัวกันไปเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน

 

Q : การต่อยอดธุรกิจไลลาในอนาคต

A : เรามีการโคแบรนด์อยู่บ้าง ซึ่งเป็นการ Share ฐานลูกค้าและเป็นการสร้างลูกเล่นทางการตลาดกันมากกว่า เป็นอีกทางที่ทำให้ลูกค้าเข้าใกล้สินค้าเรามากขึ้น ด้วยสินค้าที่เป็น Exclusive Item เพราะตอนนี้ทางร้าน สาขาอาจจะมีไม่มาก ทางออนไลน์เราก็ยังไม่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการ เพราะเราก็ยังไม่พร้อม แบรนด์ไหนติดต่อมา ถ้าเราทำไหว เราก็จะทำ เพราะเราอยากขยายไปให้ไกลที่สุด

การขยายสาขาตอนนี้อาจจะยังไม่ได้วางแผน แต่เราจะทำสาขาที่เรามีอยู่ให้มั่นคงก่อน ส่วนแผนที่จะขยายไปยังต่างประเทศ ด้วยความที่ธุรกิจมันโตไวมาก เราจึงต้องคุมธุรกิจที่มีอยู่ตรงนี้ให้คงที่ก่อน เพราะถ้าไปต่างประเทศแล้วเรายังคุมไม่ได้ มันก็จะลำบาก

 

Q : กลุ่มแฟนคลับที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ เรามองว่าเป็นโอกาสยังไงกับแบรนด์?

A : อาจจะไม่ใช่แฟนคลับ แต่จะเป็นรูปแบบเป็นครอบครัวมากกว่า แบบคุยเล่น มีเรื่องดีๆ ก็มาแชร์กัน ก็กลายเป็นเพื่อนกันหมด ความเป็นแฟมิลี่ของไลลา ต้องเข้ามาสัมผัสถึงจะรู้ บรรยากาศร้านเป็นยังไง ดูรอบนอกอาจจะดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วก็ดูสบายๆ คุยเล่นกัน เป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยเหลือกัน

จุดเริ่มต้นของไลลา การทำธุรกิจกันเล่นๆ 3 คนในครอบครัว เพราะอยากให้เด็กๆ กลับมาใส่เครื่องราง ของขลัง วัตถุมงคลกัน ในสมัยก่อนสิ่งเหล่านี้อาจได้รับความนิมยมสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม พกพาไม่สะดวก รูปลักษณ์ที่ไม่ร่วมสมัย ใส่ยาก จาก Pain Point ตรงนี้ เราก็เลยปรับใหม่นำเครื่องรางมาผสมผสานกับแฟชั่น ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ลงตัว และคนรุ่นใหม่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี

ถ้าถามว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจไลลามาจากอะไร เราก็ตอบได้ว่ามันเริ่มจาก Passion และด้วยพื้นฐานจากที่บ้านทำร้านจิวเวอรี่กันอยู่แล้ว ทำให้โอลิเวียไดม่อน มีให้รับบูชาเหรียญรัชกาลที่ 9 มีหินมงคล ทำเครื่องเพชร เป็นต้น ซึ่งเราทำมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคอากงอาม่า ตอนแรกก็คิดว่าทำสนุกๆ ทำเล่นๆ ทำฆ่าเวลา แต่ตอนนี้ค่อนข้างจริงจัง และเกินความคาดหมายของเรามากมาก ซึ่งนั่นก็คือการนำ Passion มาต่อยอดธุรกิจเดิมที่มี จนเกิดเป็นธุรกิจเครื่องรางแฟชั่น "ไลลา" ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

“สิ่งที่ไลลาจะให้คำมั่นสัญญากับผู้บริโภคได้คือ เราจะปรับและพัฒนาแบรนด์ของเราไปพร้อมๆ กัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเราจะค่อยๆ ปรับปรุง และทำให้ดีที่สุด เพื่อลูกค้า และสุดท้ายอยากฝากว่าเครื่องรางทุกชิ้นมีพุทธคุณคุณดีอยู่แล้ว ถ้าอยากให้เกิดสิ่งดีๆ กับตัวเรา เราก็ต้องปฏิบัติตัวให้ดี ทำความดี ทำบุญสม่ำเสมอ แล้วสิ่งดีๆ ก็จะเข้ามาหาเราเอง”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn