9,115
VIEWS

นวัตกรรมความอร่อย สูตรสำเร็จที่มาม่าครองใจลูกค้า

May 03, 2019 -None-

ผลการสำรวจของ Thailand’s Most Admired Brand 2019  ในหมวด “อาหารและเครื่องดื่ม” พบว่า กลุ่ม “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป”  “มาม่า” เป็นแบรนด์ที่กลุ่มเป้าหมายในการทำวิจัยทั่วประเทศให้ความสนใจ และครองใจผู้บริโภคเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ที่ “มาม่า” ยืนอยู่ในตำแหน่งนี้อย่างแข็งแกร่ง

ปัจจัยที่ทำให้แบรนด์เก่าแก่กว่า 45 ปี อย่างมาม่าครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน คือการพัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แบรนด์มีความทันสมัย แม้ว่าจะอยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน แต่มาม่าก็สร้างความแปลกใหม่ให้ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคมีความซับซ้อน รวมถึงมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากที่ผ่านมา

“นโยบายของมาม่ามีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ยิ่งในยุคนี้เราจะทำอะไรซ้ำแบบเดิมไม่ได้ เพราะฉะนั้นทีมของเราจะเต็มไปด้วยพนักงานที่อายุน้อยลง ที่สำคัญคือผู้ใหญ่ในองค์กรต้องรับฟังเสียงของเด็กมากขึ้น เพื่อที่จะกำหนดนโยบายเพราะแบรนด์มาม่าอยู่มา 45 ปีแล้ว การที่จะอยู่ต่อไปต้อง Cover ทุก Generation ให้ได้ มาม่ามีความแมสอยู่แล้วแต่ทำอย่างไรที่จะให้แบรนด์รักษาอันดับ 1 ไปได้เรื่อยๆ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่านโยบายของแบรนด์ต้องปรับไปเรื่อยๆ ตามผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป” คุณเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)

ในยุคที่ผู้บริโภคมีความซับซ้อน มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง คุณเวทิต เสริมว่า ตำราการตลาดแบบเดิมใช้ไม่ได้ ยุคนี้ไม่มีใครรู้และเก่งที่สุด ประสบการณ์ที่ยาวนานของคนรุ่นเก่าอาจจะมีมากกว่าเด็กรุ่นใหม่ แต่นั่นก็เป็นกับดักที่ล็อกให้อยู่แต่ในตำราเดิมๆ มาม่าจึงใช้วิธีการ Brainstorm ไอเดียใหม่ๆ จากทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่

“การทำงานระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่อาจจะไม่ได้ปรับอะไรมากเพียงแต่เวลาที่มีประชุมสำคัญ เราจะไม่ได้จำกัดเอาไว้เฉพาะผู้บริหารระดับสูงที่อยู่มานานแต่เราให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่เข้ามาเสนอไอเดียร่วมกันด้วย เรามองว่าเด็กต้องฟังเราเพราะเราเป็นเจ้านายแต่เราเองก็ต้องฟังเด็กด้วย เด็กรุ่นใหม่จะกล้าออกความเห็นทำให้เรารู้ถึงไอเดียใหม่ๆ รวมทั้งทำให้เรารู้ว่าคนรุ่นใหม่อย่างเขาทานข้าวที่ไหน เที่ยวที่ไหน เด็กเหล่านี้เรามองว่าเป็นส่วนหนึ่งของเสียงผู้บริโภคด้วยถ้าเราเข้าใจเขา เราก็จะเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้นด้วย”

หากมองถึงจุดแข็งของมาม่าที่ทำให้ยืนอยู่ในใจผู้บริโภคมายาวนาน ต้องยอมรับว่าเรื่องของรสชาติความอร่อยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมาม่าคือสินค้าที่นำเข้าปากหากรสชาติไม่ถูกใจผู้บริโภคก็ยากที่จะทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ รวมทั้งมาม่ายังพัฒนารสชาติใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความแปลกใหม่อยู่เสมอ

“เรื่องรสชาติของมาม่าเราแทบจะไม่ต้องปรับอะไรมากนักเนื่องจากผู้บริโภคยังคงชื่นชอบรสชาติหลักอย่างต้มยำกุ้งและหมูสับ แต่อย่างไรก็ตามรสชาติอื่นก็สำคัญเพราะผู้บริโภคยุคใหม่สนใจอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โมเดลหนึ่งที่เราทำก็คือ การออกรสชาติเป็นฤดูกาลเห็นได้ว่า 3 ปีที่ผ่านมา เรามีรสชาติคาโบนาร่าที่เป็น Limited Edition แบบถ้วยขายแค่ช่วง 4 เดือนในหนึ่งปี ซึ่งได้รับการตอบรับดีเมื่อเราขายแค่ปีละ 4 เดือน คนก็เริ่มเรียกหาและรอคอยเวลาที่รสชาตินี้จะออกมา อันนี้เป็นตัวอย่างที่เราเริ่มมีรสชาติตามฤดูกาล”

ล่าสุดมาม่าส่งสินค้านวัตกรรมตัวใหม่ คือมาม่าโอเค รสผัดไข่เค็ม ซึ่งพัฒนารสชาติโดยใช้ระยะเวลาปีกว่าเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทย และจากการทำ Test รสชาติผัดไข่เค็มได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดย 98% ของกลุ่มตัวอย่างตอบว่าตัดสินใจซื้อแน่นอนหากรสชาตินี้ออกสู่ตลาด

“กว่ารสผัดไข่เค็มจะออกมาสู่ตลาดเรามีการปรับรสชาติหลายครั้ง เพราะเรามองว่าถ้าออกมาแล้วไม่อร่อยเราก็จะไม่ทำออกมาขาย เราพัฒนารสชาติจนในที่สุดก็ได้รสชาติอร่อยตามที่ต้องการ และเมื่อ Test กับผู้บริโภคผลปรากฏว่าผู้บริโภคตอบรับกับรสชาตินี้ถึง 98% ซึ่งไม่เคยมีรสชาติไหนได้เปอร์เซ็นต์มากแบบนี้มาก่อน”

มาม่าโอเค รสผัดไข่เค็ม จึงออกสู่ตลาดตอนปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่คุณเวทิต ยอมรับว่าวัตถุดิบต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะผลิตเพื่อขายได้ทุกช่องทาง ครั้งแรกจึงขายผ่านออนไลน์ รวมถึงแจกให้ลองชิมในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ดังนั้นนอกจากโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว มาม่ายังวางแผนสื่อเต็มรูปแบบมีทั้งแร็พรถไฟฟ้าและลงสื่อ LED บน BTS รวมถึงการออกหนังโฆษณาในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพื่อโปรโมทอย่างเต็มที่

“ยุคนี้มีของดีก็ต้องรีบเอาออกมาเลย เราเชื่อว่าไอเดียดีที่เราคิดได้อีก 1 นาทีอาจจะมีคนคิดได้เหมือนเรา ผมบอกทีมเสมอว่าถ้าสินค้าที่ออกใหม่อย่างมาม่าโอเค รสผัดไข่เค็ม ประสบความสำเร็จให้เก็บไว้เป็นความรู้ ทำรสชาติใหม่เราอาจจะไม่สำเร็จแบบนี้ ยุคนี้เป็นยุคที่ไม่มีใครเขียนตำราได้แล้ว เป็นยุคที่คุณต้องลองทำไปเรื่อยๆ ต้องกล้าทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ทำอะไรใหม่ๆ ถ้าผลออกมาดีก็ดีแต่ถ้าผลออกมาไม่ดีเราก็ไม่ว่ากัน แต่เราเป็นองค์กรที่อยากให้มีบรรยากาศของการนำเสนอไอเดียใหม่ ไอเดียแปลกอยู่ตลอดเวลา ความสำเร็จที่มีเราเก็บไว้เป็น Database ถามว่าจะเอามา Repeat กับสินค้าใหม่ตัวอื่นได้ไหมก็ต้องตอบว่าไม่แน่ใจ ความสำเร็จในวันนี้อาจจะใช้กับครั้งต่อไปไม่ได้”

ในฐานะของผู้นำ ความท้าทายของมาม่าก็คือ การรักษาความเป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภคต่อไปให้ได้ ซึ่งคุณเวทิต กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การทำความรู้จักและเข้าใจผู้บริโภค

“การที่เราจะเป็นที่ 1 ต่อไปเราต้องรู้ว่าผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ต้องรู้ว่าเขาชอบอะไร เขาดูอะไรอยู่ เขาไปที่ไหน อันนั้นคือการที่เราต้องมองว่าเราจะเข้าถึงเขาอย่างไร และทำอย่างไรที่เมื่อเข้าถึงแล้วต้องอยู่ในใจเขาให้ได้ สิ่งสำคัญคือสินค้าของเราต้องมีความอร่อย นั่นคือ Key Success ของมาม่า ของเข้าปากอย่างไรก็ต้องอร่อยเหมือนกับสโลแกนของเราที่พูดว่ามาม่า อร่อย” คุณเวทิต กล่าวสรุป  

นอกจากนั้นในแง่ของการสื่อสารในยุคที่ดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค คุณเวทิตมองว่านั่นเป็นเรื่องที่ทั้งท้าทายและสนุก

“สมัยนี้เราสามารถสื่อสารเจาะเข้าไปสู่ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้โดยไม่ต้องเหวี่ยงแหเหมือนสมัยก่อน ผมดีใจที่เรายังมีชีวิตอยู่ในยุคของการตลาดยุคใหม่เพราะมันเป็นอะไรที่สนุก เพราะฉะนั้นทันทีที่มีอะไรใหม่เราก็ให้คนของเรารุกเข้าไปทันทีแล้วดูว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง รับมือไหวไหม เราจะใช้สื่อนี้ดีหรือเปล่า ไม่ว่าจะมีสื่ออะไรมาใหม่เราก็ให้ทุกคนลองทำดูแล้ววัดผลดูว่ามันเวิร์คไหม”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn