3,723
VIEWS

Hotel Gaga Koteller โมเดลสร้างโรงแรมใหม่ไร้ขีดจำกัด

Apr 29, 2019 M.Pussapol

ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคเรื่องการรับบริการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึง Disruption ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรม นำสู่การเกิดขึ้นของโมเดลธุรกิจล่าสุด ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการใหม่ที่ต้องการทำธุรกิจโรงแรมทุกระดับ  สร้างรูปแบบการนำเสนอแบบไร้ขีดจำกัด  ยิ่งกว่านั้น ยังสามารถทำให้เศรษฐกิจภาพใหญ่เติบโตยั่งยืน

โมเดลธุรกิจที่กล่าวถึงข้างต้น มีชื่อเรียกว่า Hotel  Gaga  Koteller เป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญวงการโรงแรม 3 คน ประกอบด้วย จิตติพันธ์ ศรีกสิกรณ์  อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท Heritage Stay ผู้ก่อตั้งร่วมโฮสเทล “หลับดี” ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก เป็นกรรมการผู้จัดการ 

โอภาส ลิมปิอังคนันต์ อดีตประธานกรรมการประกวดแบบ Thailand Boutique Awards อดีตนายกสมาคมเลขานิเทศศิลป์แห่งประเทศไทยสองสมัย ที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการ Design Hotel ในประเทศไทยหลายแห่ง ซึ่งจะดูแลเรื่องการตลาด

วรพันธ์ คล้ามไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบูติคโฮเต็ล เป็น Creative Director

วรพันธ์ เท้าความที่มาของบริษัทว่า หลังจากร่วมงานกับจิตติพันธ์เปิดโรงเรียนทำโครงการ เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเต็ล นำจุดแข็ง และองค์ความรู้จากการทำ Small Hotel Boutigue Hotel Hostel มารวมกัน สร้างผู้ประกอบการจำนวนมาก จากนั้นต่อยอดสร้าง  Application เป็น  Management System เรียกว่า Homemade Stay ขึ้น เพื่อให้โรงแรมขนาดเล็กใช้ โดยออกแบบมาให้ประหยัด ใช้ง่าย

เมื่อโรงแรมต่างๆใช้ ก็พบว่ายังมี Pain อื่นอีก คือ ไม่ใช่แค่มีตึก มีที่แล้วเปิดกิจการได้ แต่ยังมีปัญหาต่อเนื่อง คือ การจัดการเรื่อง  Marketing & Sale ด้วย   

“ ช่องว่างหนึ่งที่เราเห็น คือ  เขาไม่อยากทำเอง อาจเพราะไม่มีทักษะ ไม่มีช่องทาง หรืออาจมีหมด แต่อาจยุ่งก็ได้ ดังนั้น เราคิดว่ามันน่าจะมีเซอร์วิสอีกแบบหนึ่งที่ช่วยเข้าไปดูเรื่อง Branding ตั้งแต่เริ่มดีไซน์ ช่วยดูเรื่อง Marketing & Sale เพราะฉะนั้น โมเดลนี้เป็นโมเดลกึ่งๆ เชิงที่ปรึกษา ดูแลจัดการให้”  

Hotel  Gaga  Koteller  เป็นการรวมตัวของคนทำงานโรงแรมคนละสเกล  โอภาสถนัดเรื่อง Resort & Luxury Hotel จิตติพันธ์ ถนัดเรื่องโฮสเทล วรพันธ์ ถนัดเรื่อง บูติคโฮเต็ล แชร์ Knowledge ของสามกลุ่มเข้าด้วยกัน

โอภาส เพิ่มเติมถึงความเปลี่ยนแปลงสำคัญของธุรกิจ  Accommodation ในช่วงที่ผ่านมาว่า นอกจากการถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยี จนทำให้เกิดกิจการอย่าง  Airbnb แล้ว จุดที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง คือ  Customer Base ก็ถูกย่อยเป็นหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มที่อยากนอนกับดินกินกับทรายเยอะขึ้น กลุ่มที่อยากอยู่โรงแรม 7- 8 ดาวมากขึ้น  เรียกว่า  Segmentation ละเอียดมากขึ้น

“ทำให้คนทำโรงแรมสนุก  มีการผสมผสานประสบการณ์ของโฮสเทลมารวมกับ Luxury กับบูติค  สามสี่ก้อนที่เป็นจิ๊กซอว์ ทำให้เกิด Solution ที่เป็น Koteller ณ วันนี้”

“เมื่อก่อนเวลาพูดถึงการทำโรงแรม มันจะเป็นแพลตฟอร์มเดิม ต้องมีเตียงขนาดเท่านี้  แต่วันนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป จริงๆแล้ว เราบอกว่าเราทำอะไร แต่ Product ที่จะออกมาหลากหลายมาก Endless เป็นอะไรก็ได้แล้วแต่ลูกค้าอยากได้ แล้วเราก็ใส่ความคิดลงไป ซึ่งขึ้นอยู่กับ Fact ที่มีและ Story ที่จะเล่า”

ส่วนของ Business Model โอภาส ให้ข้อมูลว่า คำว่า Gaga มีเพื่อให้ดูโมเดิร์น ความหมายว่า สนุกสนาน เหมือนเลดี้ กาก้า คิดว่าคนนี้พิเศษ ไม่ธรรมดา จี๊ดจ๊าด

นอกจากนั้น การออกเสียง Gaga ให้ความรู้สึก  Friendly  สามารถใช้กับแพลตฟอร์มทั้งหมด  คือ ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง Gaga ที่เชียงใหม่ อาจไม่เหมือนกับที่ภูเก็ต  Gaga มีความ Lively ที่เหมาะกับ Customer Base ที่ไม่เหมือนกัน จึงมี  3 แบบ

Casa Gaga  เป็น Budget Hotel  กลุ่ม  Affordable  เป็นโปรเจ็คท์ สเกลเล็ก จำนวนห้องไม่เยอะ เน้นคนสนใจทำโรงแรมเล็กๆ เอาบ้านมาทำเป็นโรงแรม

Hotel Gaga  เป็น Design Hotel มีราคาที่สูงขึ้น อยู่ในตัวเมือง  ใช้ดีไซน์นำ

Legend Gaga  มี Story มีความพิเศษ

โอภาสเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น  มีกลุ่มที่เรียกว่า Koteller Luxury Collection  ด้วย เป็นกลุ่ม High End มากๆ  มีภาพของการเป็น Private Island มี Private Beach เป็นภาพของ Resort 7-8 ดาว ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ Koteller ต้องทำการบ้านตามแต่ละขนาดของแต่ละ Property และความต้องการของเจ้าของโครงการ

วรพันธ์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน มีผู้สนใจขอคำปรึกษาจำนวนมาก โดยยกตัวอย่างลูกค้า  Hotel Gaga เป็นตึก 10 ชั้น ถนนสุรวงศ์ ซึ่งมูลค่าที่ดินประมาณ 400 ล้านบาท  งบประมาณปรับปรุงใหม่ประมาณ 175 ล้านบาท

ตึกดังกล่าว เจ้าของเดิมเป็นเจ้าของห้องเสื้อแฟชั่น ซึ่งออกแบบโดยพันเอกจิระ ศิลป์กนก อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม และผู้ออกแบบโรงภาพยนตร์สกาลา ขณะที่เจ้าของปัจจุบัน กิจการผลิตจิวเวลรี ฯลฯ

โครงการใหม่จะเป็น Design Hotel ห้องพักไม่เกิน 80 ห้อง ที่ตั้งใจว่าจะทำให้โดดเด่นมากที่สุด บนถนนสุรวงศ์

“เราไม่ได้เลือกที่จะทุบตึกนี้ แต่เลือกที่จะแปลงร่างของตัวเขาให้ได้สัมผัส 40 ปีก่อน แต่ในยุคที่ Lifestyle เป็นปัจจุบัน  นี่ก็จะเป็นโจทย์ที่สนุกขึ้น รูปแบบของการพักไม่ทำเหมือน 40 ปีก่อน สินค้าที่ทำก็ไม่ใช่แบบเดียวกัน เป็นการ Combine Lifestyle ซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายยุคนี้”

มีลูกค้า ซึ่งเดิมเป็นตึกโรงเรียน ริมคลองบางกอกน้อย ใกล้ๆแยกบางขุนนนท์ เป็นโรงเรียนเก่าอายุ 80 ปี มีทั้งหอพัก หอประชุมที่เป็นไม้ทั้งหลัง จะเปลี่ยนเป็นโครงการ School of Creative Hotel Maker เป็นโรงเรียนสร้างผู้ประกอบการ สร้างแรงงานในธุรกิจโรงแรม  งบประมาณ 10 ล้านบาท 

มีลูกค้าบริเวณภูเขาทอง วรจักร ตึกแถว 2 ห้อง 5 ชั้น  เป็นร้านขายของชำเก่า อายุประมาณ 40 ปี ปัจจุบันให้เช่าเป็นโกดัง ลูกค้าต้องการอยู่ในที่พักที่ขายประสบการณ์ จะเปลี่ยนเป็น Small Design Hotel งบประมาณ 10 ล้านบาท

จิตติพันธ์ ให้ความเห็นว่า เขามักใช้คำว่า สิ่งที่ Hotel Gaga Koteller ทำคือ  Make Your Dream It Happen  ทำความฝันของลูกค้าให้เป็นจริง พร้อมขยายความ

“ เราไม่ได้จำกัดเฉพาะโรงแรม  เราจะเน้นว่า เราเห็น Lifestyle ไหนอีกไหมที่ดี มีพาร์ทเนอร์อื่นๆด้วยอีกไหม ที่ทำให้เกิดกิจกรรมเช่นมีทัวร์อะไรที่เป็นพิเศษๆ  เพราะมันคือการใช้ชีวิต

“มันเปลี่ยนจากการพักอาศัยในโรงแรม เป็นการใช้ชีวิตในโรงแรม เพราะแต่เดิม คอนเซ็ปต์มันคือ     การหาที่นอน แต่ตอนนี้คือ การใช้ชีวิตในโรงแรม ซึ่งแต่ละคนมีความคิดแตกต่างกัน “

โอภาส สรุปว่า Hotel Gaga Koteller  เกิดขึ้นเพราะวิสัยทัศน์ของวรพันธ์ ภายใต้คำถามที่ว่า  มีวิธีใดบ้าง ที่จะพัฒนาประเทศได้เร็วที่สุด คำตอบคือ ต้องทำให้ชุมชนทุกอณู ตอบรับเรื่องของการท่องเที่ยว การทำ Outlet สำหรับที่พักขนาดเล็ก ให้ประสบความสำเร็จ เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เกิดการพัฒนาประเทศเป็นไปได้อย่างยั่งยืน

ยกตัวอย่าง เช่น ชุมชนในแม่ฮ่องสอน ถ้าทำ  Boutigue Hotel Boutigue Homestay ได้ รัฐก็สามารถทำเรื่องอื่นต่อ เช่น ทำถนนลาดยาง มีไฟเข้าถึง มีทุกอย่างเข้าไปซัพพอร์ต ทำให้คนที่อยู่ตรงนั้น มีชีวิตดีขึ้น มีชีวิตใหม่ ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องของการสร้างที่พักอย่างเดียว

“ภาพนี้ เป็น Core Value ของเรา ส่วนที่มันจะมาต่อยอด จะเป็น Design Hotel เป็นอะไรก็ตาม มันก็เป็นการ Support Business เป็นเรื่องของ Business Side แต่ Core ลึกๆ เรามองว่า โปรเจ็คท์ของเรา  สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างไร นำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆให้กับธุรกิจ กับลูกค้าอย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่เราอยากเห็น”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.