ส่อง 4 เทคโนโลยีคลังสินค้าไฮเทคอัจฉริยะแห่งใหม่ของออฟฟิศเมท

May 03, 2019 J.Wara

ออฟฟิศเมท ผู้นำและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงาน ไอที เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าเพื่อธุรกิจ  ทุ่มกว่า 1,000 ล้านบาท เนรมิตคลังสินค้าไฮเทคอัจฉริยะแห่งใหม่บนพื้นที่โครงการพัฒนา  ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อยกระดับการบริการและมอบประสบการณ์ที่ครองใจลูกค้า B2B โดยนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารจัดการคลังสินค้าและบริการจัดส่ง มุ่งให้บริการอย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล พร้อมทะยานสู่การเป็นผู้นำธุรกิจ B2B E-Commerce ชูจุดเด่นในการมอบความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าธุรกิจทุกระดับแบบ Omnichannel

โดยการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมคลังสินค้าไฮเทคอัจฉริยะแห่งใหม่ของออฟฟิศเมทในครั้งนี้จะสามารถยกระดับการบริการเพื่อมอบประสบการณ์ที่ครองใจลูกค้าองค์กรและผู้ประกอบการ SMEs พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อต่อยอดสู่การเติบโตในอนาคตภายใต้กลยุทธ์ O-F-M คือ

 

 

O – O2O Service Excellence :  มุ่งมั่นยกระดับการบริการที่ครองใจลูกค้า B2B แบบ One-Stop Solutions ด้วยสินค้าที่ครอบคลุมความต้องการของทุกธุรกิจ ไม่เว้นแม้ธุรกิจเฉพาะทาง ด้วยการเพิ่มกลุ่มสินค้าโรงงานและสินค้าธุรกิจ HORECA ผ่านประสบการณ์การช้อปแบบ Omnichannel พร้อมบริการจัดส่งสินค้าที่แม่นยำ รวดเร็ว มั่นใจได้ ด้วยต้นทุนโลจิสติกส์ที่ต่ำลง จากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าและบริการจัดส่งมาตรฐานสากล

F – Franchise Stores Nationwide : เกื้อหนุนให้ธุรกิจชุมชนหรือร้านค้าปลีกรายย่อยที่เป็น  ร้านแฟรนไชส์ “ออฟฟิศเมท พลัส” เติบโตไปพร้อมกัน ด้วยการทลายข้อจำกัดในด้านพื้นที่แสดงสินค้าของร้านค้าปลีกท้องถิ่น โดยใช้เทคโนโลยีและระบบการจัดการเพิ่มศักยภาพให้สามารถขายสินค้าได้เหมือนออฟฟิศเมททุกประการ ผ่านบริการรับสั่งซื้อออนไลน์ที่หน้าร้าน พร้อมให้บริการจัดส่งถึงที่ทั่วประเทศ   คลังสินค้าของออฟฟิศเมทจึงเป็นเสมือนคลังสินค้าของร้านแฟรนไชส์

M – Marketplace for B2B Solutions : ผลักดันการเป็นผู้นำ B2B E-Commerce โดยออฟฟิศเมทเตรียมเปิดตัว B2B Marketplace ในปลายปีนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจ B2B รายย่อย เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า โดยสามารถขายสินค้าได้มากขึ้นและเติบโตไปพร้อมกับออฟฟิศเมทโดยไม่ต้องกังวลกับการลงทุนในด้านโลจิสติกส์

 

คลังสินค้าอัจริยะแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 45 ไร่ ถ.สุวินทวงศ์ จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 30 ไร่ หรือกว่า 50,000 ตร.ม.ใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่นมาตรฐานสากล รองรับคำสั่งซื้อ มากกว่า 10,000 ออเดอร์/วัน และรองรับรถขนส่งมากกว่า 200 คัน/วัน เปิดทำการ 24 ชม. (5 วันทำการ)

โดย 4 เทคโนโลยีอัจฉริยะในการบริหารคลังสินค้า และบริการจัดส่งของออฟฟิศเมทมีดังนี้

1. ASRS  (Automated Storage & Retrieval System) เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าในแนวสูงบนชั้นวางสูง 12 เมตร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่เพื่อรองรับสินค้าพร้อมขายสูงสุดมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า ด้วยพื้นที่จัดเก็บจำนวน 10 แถว 21 คูหา 28 ชั้น ที่สามารถจุกล่องที่ใช้ในการจัดเก็บสินค้าขนาดกว้าง 25-45 ซ.ม. ลึก 23-60 ซ.ม. สูง 9-50 ซ.ม. ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ได้กว่า 30,000 รายการ (ขึ้นอยู่กับขนาดกล่อง) และทำงานด้วยแขนกลอัจฉริยะแบบแขนคู่ที่สามารถหยิบสินค้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งซ้ายและขวา ทำให้สามารถหยิบและจัดเก็บสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

โดย ASRS จะทำงานร่วมกับระบบ WMS (Warehouse Management System) เพื่อนำสินค้าลงมาให้พนักงานจัดสินค้าตามคำสั่งซื้อ พร้อมนำสต็อคสินค้าที่เหลือขึ้นไปเก็บโดยอัตโนมัติ เมื่อนำขึ้นไปเก็บระบบจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลในการจัดเก็บ โดยคำนวณพื้นที่จัดเก็บแบบอัตโนมัติเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดเก็บ ด้วยการคำนวณพื้นที่ช่องจัดเก็บตามขนาดกล่องสินค้า คำนวณเรื่องระยะทาง และเวลา เพื่อนำไปจัดเก็บในจุดที่ใกล้ที่สุด และใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมรองรับคำสั่งถัดไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในแนวราบ 250 เมตรต่อนาที และแนวดิ่ง 110 เมตรต่อนาที และสามารถทำงานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคำสั่งซื้อ ทำให้จัดส่งสินค้าได้ตามมาตรฐานการจัดส่ง และยังสามารถรองรับคำสั่งซื้อได้เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าต่อวัน ลดเวลาการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ B2B ในอนาคต

 

2. I-PACK (Automatic Forming & Packing System) ทำงาน 2 ฟังก์ชั่น คือ

- การขึ้นรูปกล่อง: ติดบาร์โค้ด ด้วยระบบ Automatic Forming System ซึ่งสามารถขึ้นรูปกล่องได้อย่างรวดเร็วถึง 12 กล่องต่อนาที ทำให้ทุกกล่องแข็งแรงและได้มาตรฐานเดียวกัน

- การแพ็ค: ปิดกล่องสินค้าอัตโนมัติ ด้วยระบบ Automatic Packing System ที่ทำงานพร้อมกับสมาร์ทเซ็นเซอร์อัจฉริยะ ที่วัดความสูง และปรับขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้าที่บรรจุเพื่อลดช่องว่างภายในกล่อง โดยพับ และปิดฝากล่องให้พอดีกับสินค้า ซึ่งสามารถปิดกล่องพร้อมติดบาร์โค้ดได้มากกว่า 10 กล่องต่อนาที และยังสามารถตรวจสอบความครบถ้วนของสินค้าด้วยการคำนวณน้ำหนักสินค้าในกล่องอย่างแม่นยำ โดยกล่องที่มีสินค้าไม่ครบถ้วน จะถูกแยกออกทันที่เพื่อทำการตรวจสอบ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของออฟฟิศเมทว่าจะได้รับสินค้าครบถ้วน และส่งถึงมือลูกค้าในวันทำการถัดไปอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานและเงื่อนไขการจัดส่ง

 

3.UNI-SHUTTLE เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติเพื่อรอนำส่ง โดยจะทำงานร่วมกับระบบ Route Planning เพื่อคำนวณเส้นทางการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เทคโนโลยี Uni-Shuttle นี้มีระบบอัตโนมัติในการจัดเรียงสินค้าเพื่อรอนำส่ง โดยมีการคำนวนพื้นที่จัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีพื้นที่ในการรองรับสินค้าพร้อมส่งได้มากถึง 12,000 กล่อง บนชั้นวางจำนวน 8 แถว 14 คูหา 15 ชั้น  ที่สามารถจัดเก็บกล่องหลากหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดกว้าง 25-45 ซ.ม. ลึก 23-60 ซ.ม. สูง 9-50 ซ.ม. ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม

เทคโนโลยี Uni-Shuttle นี้จะทำงานร่วมกับระบบ Route Planning ซึ่งเป็นโปรแกรมวางแผนเส้นทางการจัดส่งตามระยะทางและความสามารถบรรทุกของรถ โดยทำการคัดกรอง รวมกลุ่ม และลำเลียงสินค้าเพื่อเตรียมจัดส่งด้วยความเร็วในการค้นหาสินค้า 300 เมตรต่อนาที รวมถึงคำนวนพื้นที่ภายในรถขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรียกกล่องสินค้าที่รอนำส่งออกมายังจุดจ่ายสินค้าที่ใกล้ที่สุด เพื่อนำขึ้นรถที่จะส่งไปยังพื้นที่เดียวกัน ซึ่งตัวเครื่อง Uni-Shuttle นั้นมีช่องทางในการลำเลียงสินค้าออก 8 ช่อง ครอบคลุมจุดจ่ายสินค้าหรือ Shooting ได้มากถึง 48 ช่องในเวลาเดียวกัน  ลดเวลาการขนถ่ายสินค้าเพื่อให้จัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น พร้อมรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้มั่นใจว่าลูกค้ากว่า 99% จะได้รับสินค้าที่ถูกต้อง ครบถ้วน อย่างรวดเร็ว ตามมาตรฐานการบริการ*

 

4.TMS (Transportation Management System) ระบบบริหารการจัดส่งอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ช่วยสร้างความมั่นใจตลอดการขนส่งด้วยเทคโนโลยี Delivery Tracking โดยระบบจะสามารถติดตามพนักงานโดยการ Track จากหมายเลขประจำตัวของพนักงาน และทะเบียนรถ เพื่อตรวจสอบจำนวนและรายการคำสั่งซื้อที่ต้องจัดส่งในแต่ละวัน โดยพนักงานจัดส่งจะอัพเดตสถานะการจัดส่งผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพื่อรายงานผลการจัดส่งแบบ Real time อย่างแม่นยำ ให้ผู้ควบคุมงานสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งของรถแต่ละคันได้แบบ Real Time ผ่านจอแสดงผล Dash Board ทำให้สามารถติดตาม ควบคุมงาน และตัดสินใจได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุขัดข้องในด้านการจัดส่ง ทั้งนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการยกระดับมาตรฐานการจัดส่ง

ภายใน 5 ปีข้างหน้า ออฟฟิศเมทตั้งเป้าอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 15%  ภายใต้แนวคิด “Go Further Go Faster”  เดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์กลุ่มเซ็นทรัลในการก้าวสู่ผู้นำดิจิ-ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม (Digi-Lifestyle Platform)  ออฟฟิศเมทพร้อมเดินเครื่องเต็มรูปแบบสู่การเป็นผู้นำตลาด B2B Solutions ที่เน้นจุดเด่นการบริการลูกค้าแบบ Omnichannel

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.