ฟู้ด ดิลิเวอรี่ เขย่าตลาดฟู้ดเชน วันนี้ใครไม่มีถือว่าตกเทรนด์

May 07, 2019 R.Somboon

การขยับตัวของ 1 ในผู้เล่นรายใหญ่อย่าง CRG ซึ่งประกาศแผนรุกตลาดที่มีทั้งการทรานส์ฟอร์มจากแค่การนอกเหนือจากการเป็นผู้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ การมุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ พัฒนา New Product Line เพื่อสร้างยอดขาย และเพิ่มโอกาสการบริโภคใหม่ๆ และพัฒนารูปแบบร้านค้าใหม่ๆ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เช่น ร้านค้าขนาดเล็กสไตล์คาเฟ่และร้านสไตล์ Mobile unit ที่เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้นและเคลื่อนย้ายตามจุดทำเลที่มีศักยภาพได้ตลอดเวลาแล้ว เรื่องของฟู้ด ดิลิเวอรี่ ยังเป็นอีกหนึ่ง Piority ของการรุกตลาดในปีนี้

ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (Central Restaurants Group) หรือ ซีอาร์จี ให้เหตุผลถึงการรุกตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่ เมื่อครั้งการแถลงแผนธุรกิจของบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ส่วนหนึ่งของการเติบโตของตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่ เข้ามาส่งผลกระทบต่อเชนร้านอาหารไม่มากก็น้อย เพราะเทคโนโลยีทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการให้บริการฟู้ด ดิลิเวอรี่ได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เข้ามาส่งผลกระทบต่อร้านอาหารที่อยู่ในห้างหรือศูนย์การค้า เราเห็นตัวอย่างของการเข้ามาดิสรัปท์ของเทคโนโลยีดิจิทัลกับวงการค้าปลีกมาแล้ว และไม่รอให้เกิดผลกระทบจากการดิสรัปท์ จึงนำเรื่องนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรุกตลาดในปีนี้

ณัฐ บอกอีกว่า บริการดิลิเวอรี่ ทำให้เราสามารถเข้าถึงตัวลูกค้า โดยไม่ต้องรอให้เขาเข้ามาใช้บริการที่ร้าน เป็นการ Seamless การให้บริการแบบไร้รอยต่อซึ่งจะตอบโจทย์การทำตลาดแบบ O2O ได้เป็นอย่างดี โดยแอพพลิเคชั่นที่เปิดตัวนี้จะถูกดีไซน์ออกมาให้เป็น Online Vertual Store ที่ออกแบบมาสำหรับการทำดิลิเวอรี่โดยเฉพาะ โดยจะเป็น มัลติแบรนด์ แพลตฟอร์ม ฮับ ที่ลูกค้าเข้ามาแล้วสามารถเลือกสั่งได้หลายแบรนด์ทั้งร้านอาหารในเครือและร้านอาหารที่เป็นสตรีทฟู้ดที่ในช่วงแรกจะเลือกร้านดังเข้ามาอยู่ในแอพประมาณ 5 ร้าน

“หัวใจสำคัญของการทำฟู้ด ดิลิเวอรี่ในครั้งนี้ก็คือการจับมือกับพันธมิตรที่นอกจากร้านอาหารสตรีท  ฟู้ดแล้ว ยังมีการจับมือกับผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นฟู้ด ดิลิเวอรี่อย่างแกร็บ ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า และ Honesbee ที่จะเข้ามาช่วยเสริมในเรื่องของการส่งอาหาร โดยเฉพาะแกร็บที่กลุ่มเซ็นทรัลเข้าไปซื้อหุ้นมูลค่า 6,000 ล้านบาทนั้น จะมีการ Collaborate โดยจะเป็นตัวช่วยในการขยายฐานการให้บริการออกไปครอบคลุมในพื้นที่ต่างจังหวัด”

 

 

ก่อนหน้านั้น CRG ก็มีการทำตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่อยู่แล้ว แต่ในครั้งนี้จะเป็นการรุกตลาดครั้งใหญ่ที่จะเข้ามาผลัก ดันการเติบโตในด้านยอดขายให้กับร้านอาหารในเครือ CRG ในปีนี้ โดยในปีที่แล้ว ยอดขายจากช่องทางดิลิเวอรี่ของ CRG หากไม่นับรวมร้านเคเอฟซีแล้ว จะมีประมาณ 70 – 80 ล้านบาท ถ้ารวมเคเอฟซีที่มีดิลิเวอรี่ 1150 แล้ว จะมีประมาณ 600 ล้านบาท โดยทางเจ้าของแบรนด์เคเอฟซีเองจะให้สิทธิ์ร้านเคเอฟซีที่เป็นของ CRG ในกรณีที่การสั่งดิลิเวอรี่ครั้งนั้น ลูกค้าที่สั่งอยู่ในละแวกใกล้ที่ตั้ง

ส่วนในปีนี้ ยอดขายจากดิลิเวอรี่จะเพิ่มขึ้นเป็น 600 ล้านบาท ไม่รวมเคเฟอซี แต่หากรวมเคเอฟซีเข้าไปด้วยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาท

“หัวใจสำคัญของการทำตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่ จะอยู่ที่การมีประเภทอาหารที่หลากหลาย รสชาติดี ราคาที่แข่งขันได้ เพราะไพร์ซิ่งตอนนี้มีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายในเรื่องของเวลาในการส่งอาหาร ซึ่งการที่จะสามารถคอนโทรลเวลาส่งให้ไม่เกิน 45 นาทีตามที่บอกกับลูกค้าได้นั้น จำเป็นต้องมีเครือข่ายสาขาในรูปแบบที่เป็นฮับกระจายเข้าไปอยู่ในชุมชนต่างๆ โดยเราไม่ได้ดูในเรื่องของระยะทาง แต่ดูในแง่ของไดรฟ์ ไทม์ คือระยะเวลาจากร้านไปถึงมือลูกค้าว่าจะคอนโทรลเวลาได้หรือไม่ ทำให้การลงทุนขยายสาขาเพิ่มอีก 120 – 130 สาขาของเรานั้น ส่วนหนึ่งจะออกมาในรูปแบบของสาขาที่เป็นฮับ”

ปัจจุบัน ซีอาร์จีในฐานะที่เป็นผู้รับสิทธิ์ (Franchisee) ที่มีความชำนาญ ประสบการณ์อันยาวนานมากกว่า 40 ปี ในการบริหาร และจัดการธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับจากเจ้าของแฟรนไชส์ (Franchisor) โดยมีแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารที่หลากหลาย ครอบคลุมเกือบทุกประเภทอาหาร โดยปัจจุบันร้านอาหารในกลุ่มซีอาร์จีมีจำนวนกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ โดยยอดขายในปีที่ผ่านมามีประมาณ 12,000 ล้านบาท เติบโต 10%

ส่วนในปีนี้มีการวางเป้าหมายของยอดขายไว้ที่ 13,4000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 12% แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งของการเติบโตจะมาจากช่องทางดิลิเวอรี่ที่ยังคงมีเทรนด์การเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง....

 

ไมเนอร์ ผนึก 7 แบรนด์

ตอบโจทย์ทั้งมื้อหลัก – มื้อรอง

ในรอบ 2 ทศวรรษมานี้ หากเปรียบเทียบในเรื่องของ Branding ของฟู้ด ดิลิเวอรี่ ขึ้นมา ภาพที่ผุดขึ้นมาในต่อมการรับรู้ของผู้บริโภคชาวไทยจะต้องมี 1112 ซึ่งเป็นเลข 4 หลักของคอลเซ็นเตอร์ที่สั่งดิลิเวอรี่ของเดอะพิซซ่า คอมปะนี แบรนด์หลักที่อยู่ในพอร์ตร้านอาหารของไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป

ในช่วงเวลานั้น 1 ในมาตรฐานที่ถูกเซตขึ้นมาในการทำตลาดดิลิเวอรี่ของเดอะพิซซ่า คอมปะนี ก็คือ การส่งพิซซ่าที่ยังร้อนๆ อยู่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที ซึ่งหากเกินเวลา จะมีการแจกคูปองส่วนลดเพื่อใช้ครั้งต่อไปให้กับลูกค้า เป็นการสร้างมาตรฐานในเรื่องของเวลาที่กลายมาเป็นสิ่งที่ “ต้องมี” ในการทำตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่

อย่างไรก็ตาม เลข 4 หลักของคอลเซ็นเตอร์ เริ่มถูกแทนด้วยแอพพลิเคชั่นของ Food Aggregator อย่างไลน์แมน แกร็บ และฟู้ดแพนด้า เพราะโลกยุคใหม่ถูกปกคลุมด้วยดิจิทัลที่เข้ามาช่วยทำให้การสั่งอาหารเป็นเรื่องง่ายขึ้นแค่ปลายนิ้วสัมผัสโดยไม่ต้องเสียเวลาพูดคุยกับโอเปอเรเตอร์ที่รับสาย

ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้น ทำให้ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ต้องมีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น 1112 เข้ามาในตลาดเพื่อให้บริการลูกค้า โดยรวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มทั้ง 7 แบรนด์ในเครือ อาทิ เดอะพิซซ่า คอมปะนี เบอร์เกอร์คิง แดรี่ ควีน ไอศกรีมสเวนเซ่นส์ เข้ามาไว้ในแอพเดียวกัน

เป็นการรุกเข้ามาบนจุดแข็งทั้งในเรื่องของ 1112 ที่คนไทยส่วนใหญ่รู้ว่าคือดิลิเวอรี่ของค่ายนี้ และการผนึกแบรนด์พอร์ตโฟลิโอของร้านอาหารในเครือ เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า

 

มร.พอล เคนนี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น 1112 ถูกพัฒนาขึ้นจากการมองเห็น Pain Point ของลูกค้าในเรื่องของการสั่งอาหารที่บางครั้งอาจจะไม่ได้ตามที่ต้องการ หรือใช้ระยะเวลาส่งนาน อาจจะเกิดจากการสื่อสารเรื่องสถานที่ส่งกันไม่เข้าใจบ้าง รวมถึงเรื่องราคาในการส่ง ซึ่งหากลูกค้าต้องการสั่งหลายแบรนด์ รวมๆ แล้วราคาส่งจะสูงเกือบครึ่งของราคาอาหาร อยากกินหลายแบรนด์ ต้องโทรสั่งหลายครั้ง เราจึงนำปัญหาในข้อนี้มาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นที่เรียกได้ว่าอิ่มครบจบในแอพเดียว สะดวกและง่ายกว่า

แอพพลิเคชั่นตัวนี้ จะเข้ามาช่วยเติมเต็มในการทำตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่ที่เป็นก้าวใหม่ของไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ที่เป็นการก้าวข้ามจากยุคของคอลเซ็นเตอร์เลข 4 ตัวมาสู่แอพพลิเคชั่น โดยจะเป็นการก้าวเข้าประชิดตัวผู้บริโภคด้วยจุดแข็งของการมีแบรนด์ที่ครอบคลุมทั้งมื้อหลัก และมื้อรอง รวมถึงการให้บริการดิลิเวอรี่ที่มีเครือข่ายที่แข็งแกร่งจากการสร้างตลาดมานาน

เป็นอีกความเคลื่อนไหวที่เข้ามาเกาะเทรนด์การเติบโตของตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่.....

5 สิ่งที่ต้องมีในการทำฟู้ด ดิลิเวอรี่ของฟู้ดเชน

1.แบรนด์ พอร์ต ฟอลิโอ ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

2.ประเภทของเมนูที่เหมาะกับการทำดิลิเวอรี่

3.เน็ตเวิร์คของสาขาในรูปแบบของ “ฮับ” ที่กระจายอยู่ในโลเกชั่นต่างๆ เพื่อทำให้สามารถคอนโทรลเวลาในการส่งได้ตามที่ Promise ไว้กับลูกค้า

4.พาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งทั้งในเรื่องของช่องทางการสั่งอาหารและการขนส่งอาหาร

5.แบรนด์ดิลิเวอรี่ที่จดจำง่าย อาทิ 1112 หรือ 1312

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.