3,773
VIEWS

เปิดตำนานการสร้างแบรนด์ “เบียร์สิงห์” จุดเริ่มต้นของความสุขจาก 1933 ถึง 2019

May 17, 2019 -None-

แบรนด์เครื่องดื่มที่ทำให้ความสุขมีได้ทุกวัน

ในยุคที่แบรนด์เป็นมากกว่าสินค้าหรือองค์กร เเต่แบรนด์ต้องเป็นเหมือนกับเพื่อนของผู้บริโภคที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่ของ Functional และ Emotional ไปพร้อมๆ กัน

อีกหนึ่งแบรนด์ที่เรายกมาในวันนี้คือ เบียร์สิงห์ แบรนด์ที่มีพัฒนาการในทั้งในแง่ของการสื่อสาร ในแง่ของผลิตภัณฑ์ และในแง่ของการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มต่างๆ ที่มีความหลากหลาย

เบียร์สิงห์นับเป็นอีกหนึ่งเเบรนด์ที่มีความชัดเจนในเรื่องของการสร้างแบรนด์มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของแบรนด์ ด้วยความพยายามในการทำให้แบรนด์ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในมุมของ Functional ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และในมุมของ Emotional ที่เบียร์สิงห์สามารถเข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภคได้ในฐานะแบรนด์ที่สร้างความสุข ให้กับผู้บริโภคเสมอมา

อย่างที่เรารู้กันดีว่า “เบียร์สิงห์” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีอายุเก่าแก่ เป็นแบรนด์ที่ครองใจคนไทยมาหลายยุคหลายสมัย ความเคลื่อนไหวในแต่ละครั้งของเบียร์สิงห์ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้แบรนด์เข้ากับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละยุค

แต่หนึ่งสิ่งที่เบียร์สิงห์ยังคงยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลงคือ ตัวตนของแบรนด์ ที่ต้องการสร้างความสุขให้กับคนไทย

ด้วยความที่เป็นผู้เล่นสัญชาติไทยแบรนด์เเรกที่ลงสนามเข้าสู่ตลาดเบียร์ในประเทศไทย ทำให้แบรนด์มีเรื่องเล่าและมี Heritage ที่น่าสนใจมากมาย ที่สำคัญคือเรื่องเล่าเหล่านั้นถูกนำมาใช้ในการสื่อสารจนนำไปสู่การสร้างตัวตนความเป็นเบียร์สิงห์ที่ชัดเจน และมีชีวิตมากยิ่งขึ้น

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1933 ที่เครื่องดื่มเบียร์เริ่มเป็นที่แพร่หลายและชื่นชอบของคนไทยแต่ในเวลานั้นประเทศไทยยังต้องนําเข้าเบียร์จากต่างประเทศ แต่ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหน ก็มีแค่คนไทยที่เข้าใจพฤติกรรมความชอบของคนไทยด้วยกันเอง

ในปีนั้นเจ้าพระยาภิรมย์ภักดีริเริ่มการสร้างโรงงานผลิตเบียร์ชาติไทยขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของเบียร์สิงห์ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

3 เมษายนปี ค.ศ.1933 จึงเป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์ ที่สิงห์ได้เริ่มต้นในการสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับคนไทย เป็นวันที่มีการก่อตั้งโรงงานผลิตเบียร์สัญชาติไทยแห่งแรกประเทศ โดยวัตถุดิบหลักอย่าง “น้ำ” ในประเทศไทยกลายเป็นกุญแจสําคัญที่ทําให้เบียร์สิงห์เป็นเบียร์เลิศรสชวนดื่มด้วยรสสัมผัสที่ไม่แพ้เบียร์ต่างประเทศประกอบกับความใส่ใจในการเฟ้นหานักปรุงเบียร์และการนําเข้าเครื่องผลิตเบียร์จากประเทศต้นตํารับอย่างเยอรมนี ทำให้ ตัวอักษร ESTd 1933 บนกระป๋อง หรือฉลากข้างขวดเบียร์สิงห์ที่บอกเล่าถึงปีก่อตั้งบริษัท สามารถบอกเล่าเรื่องราวทุกช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทยได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะในยุคสมัยใดก็ตาม

“ความสุข” จึงเป็น Key Message ที่เบียร์สิงห์ใช้ในการสื่อสารถึงความเป็นตัวตนของแบรนด์มาโดยตลอด แม้ว่าเวลาจะผ่านมาถึงปี 2019 แต่ตัวเลข 1933 ก็ยังสร้างความสุขให้กับลูกค้าของเบียร์สิงห์ได้เสมอ

ความตั้งใจของเบียร์สิงห์ในการทำให้แบรนด์เบียร์ เป็นแบรนด์ที่ทำให้ผู้บริโภคมีความสุข โดยตอกย้ำถึงจุดยืนและสิ่งที่แบรนด์เป็นตลอดผ่านการสื่อสารด้วยคำว่า “LIFT IT UP” ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนนิยามความสุขในแบบเบียร์สิงห์ได้ดีที่สุด โดยมีตัวเลข 1933 นี่แหละที่เป็นรหัสลับของความสุขที่จับต้องได้ ถูกถ่ายทอดสอดแทรกกิมมิค เล่ามาในคลิปหนังโฆษณาเบียร์ตัวล่าสุด

แน่นอนว่าการตอกย้ำโทนการสื่อสาร “LIFT IT UP” ในครั้งนี้ของเบียร์สิงห์ ถูกดึงขึ้นมาจาก Insight ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพราะในทุกๆ วัน ความสุขก็อยู่รอบตัวเราทั้งสิ้น ในบางครั้งที่เราสั่งอาหารมาดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่มันก็เข้ากันได้ หรือบางครั้งอยู่ในสถานการณ์ที่คิดไม่ออกแค่ลองออกไปหาบรรยากาศใหม่ๆสมองก็แล่นปรื๊ด

จากแนวคิดเล็กๆสู่ความเชื่อที่ยิ่งใหญ่กว่าใครๆก็สามารถสร้างความสุขให้ตัวเองได้ “LIFT IT UP” จึงเป็นข้อความที่เบียรสิงห์อยากชวนให้ทุกคนมองเห็นความสุขในแบบของตัวเอง

สำหรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมเบียร์ก็ยังคงดุเดือดอยู่เสมอมีการแข่งขันในแง่ของตัวสินค้าตลอดเวลา สิ่งที่จะทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำเเละถูกยอมรับจนเข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภคได้ คือการสร้างแบรนด์ให้เเข็งแกร่ง ทำให้เห็นถึงความมีชีวิตของแบรนด์เบียร์สิงห์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ “LIFT IT UP” คือความหมายที่ลึกซึ้งลงไปที่ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความสุขที่เกิดขึ้นจากการดื่มเบียร์สิงห์เท่านั้นแต่ยังมีความหมายถึงการ LIFT ช่วงเวลาแห่งความสุขเหล่านั้นในทุกๆโมเม้นต์ไม่ว่าจะเป็นวันพิเศษการสังสรรค์ช่วงเวลาวันหยุดยาวปาร์ตี้หลังเลิกงาน หรือแม้แต่วันธรรมดาๆวันหนึ่งเพราะเบียร์สิงห์เชื่อว่า ความสุขมีได้ทุกวันนั่นเอง

นับตั้งแต่การถือกำเนิดครั้งแรกของเบียร์สิงห์ในปี ค.ศ. 1993 เป็นต้นมา ได้เพิ่มมวลแห่งความสุขให้คนไทยจนถึงตอนนี้เบียร์สิงห์ยังคงเป็นผู้นำมาซึ่งความสุขของทุกๆ คน ในทุกๆ โมเม้นต์เสมอมา

ในครั้งนี้ก็เป็นการสร้างแบรนด์โดยตอกย้ำถึงตำนานของความเป็นตัวจริงที่สร้างความสุขให้กับผู้บริโภค จนวันนี้เข้าสู่ ค.ศ. 2019 ไปแล้ว

ทั้ง Functional ที่ยังคงควบคุมคุณภาพและสร้างความหลากหลายให้กับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม และ Emotional ที่เชื่อมโยงเข้าไปถึงความรู้สึกมีความสุขในการดื่ม ถูกผสมผสานผ่านเครื่องมือทางการตลาดและ DNA ของแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง

นี่แหละที่เรียกว่า แบรนด์มีชีวิต

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.