9,257
VIEWS

ทำไมการลงทุนในโฆษณาถึงเปลี่ยนเมื่อแบรนด์ติดตามยอดขายไม่ใช่การ Clicks

May 15, 2019 BrandAge Team

งบประมาณทางการตลาดกำลังเพิ่มขึ้น ตามที่ IPA Bellwether รายงาน นักการตลาดพบว่าพวกเขาได้งบประมาณเพิ่มมา 8.7% ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ ซึ่งช่องทางดิจิทัลเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการลงทุนมากที่สุด

แน่นอนว่านี่เป็นข่าวใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมโฆษณา แต่ด้วยการที่มีงบประมาณก้อนโตถูกอัดฉีดเข้าไปในช่องทางดิจิทัล แบรนด์ต้องเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับธุรกิจของตัวเองก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่มีเหตุผลในการไปของบประมาณก้อนโตได้อีกสำหรับที่จะใช้กับกิจกรรมในอนาคต

ต้องออกจากสิ่งเดิมๆ ก้าวเข้าสิ่งใหม่

เมื่อนานมาแล้ว จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกเห็นและจำนวนอัตราการคลิกเข้าชม เคยเป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จของแคมเปญต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณค่าของหน่วยวัดเหล่านั้นย่อมลดลงตามกาลเวลา ไม่จำเป็นที่เราต้องมาตามดูว่าผู้บริโภคของเรานั้นได้รับโฆษณาจากเราไหม หรือว่าพวกเขาได้คลิกเข้ามารึป่าว

มันถึงเวลาที่นักโฆษณาจะก้าวข้ามผ่านหน่วยวัดแบบเดิมๆ และไปพิจารณาสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพทางธุรกิจอย่างแท้จริง ตั้งแต่การรับรู้และเข้าใจ ไปจนถึงการมีส่วนร่วมและการขาย สิ่งเหล่านี้มันอาจจะวัดได้ยาก แต่จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีบวกกับข้อมูลที่มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นแล้วการจะวัดก็ไม่ใช่แค่เรื่องฝันอีกต่อไป

ต้องเชื่อมต่อการตลาดเข้ากับการขาย

นักโฆษณาจะต้องเปลี่ยนการใช้จ่ายกับช่องทางการโฆษณาที่ไม่เพียงแต่จะผลักดันประสิทธิภาพ ให้เข้าถึงผู้รับสาร แต่ให้พวกเขาติดตามผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น ยอดขาย

เว็บอีคอมเมิร์ซเป็นตัวเลือกที่ดีอีกเว็บนึง เนื่องจากสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทุกสิ่งตั้งแต่เวลาอยู่บนเว็บไซต์ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในเว็บ ซึ่งช่วยให้แบรนด์เรียนรู้เกี่ยวกับลูกค้า และยิ่งแบรนด์มีความรู้เกี่ยวกับผู้ใช้มากเท่าไร ความพยายามของแบรนด์นั้นจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า และที่สำคัญเว็บอีคอมเมิร์ซนั้นยังช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมทางการตลาดกับยอดขายของแบรนด์ได้ โดยเปลี่ยนจากมูลค่าทางการตลาดสู่การลงทุน

ต้องทำการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในการวัดผล

เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มีความต้องการอย่างมากที่จะลงทุนในด้านการโฆษณา และความคาดหวังที่จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น แต่ก็ยังมีนักการตลาดหลายคนยังติดอยู่กับการวัดแบบเดิมๆ เมื่อเขาจะวัดผล ติดอยู่กับสิ่งที่พวกเขารู้ ถึงเวลาแล้วที่นักการตลาดจะเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่ และพิจารณาวิธีการใหม่ๆ ในการวัดผลของค่าใช้จ่ายทางการตลาด แบรนด์ต้องบอกกับตัวเองว่าวัดผลแคมเปญแบบไหนดีที่สุด เพื่อช่วยลดการพึ่งพาตัวชี้วัดแบบเดิมๆ และหาวิธีวัดผลที่เหมาะสมกับแคมเปญนั้นๆ

 

Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.