ไขความลับแคมเปญ Let Them See Love ‘พินัยกรรมอวัยวะ’ กับการคว้ารางวัลระดับโลก

Aug 18, 2017 -None-

โครงการ Let Them See Love เกิดขึ้นมาจากความร่วมมือของ สภากาชาดไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ได้ทำโครงการต่อเนื่องมาตลอด 11 ปี กับศูนย์บริจาคอวัยวะ ดวงตา และโลหิต เพื่อรณรงค์ให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของการให้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง เสมือนเป็นหน้าที่ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่นได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือสังคมตลอดมาและมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกๆ มิติ คุณรุ่งฟ้า เกียรติพจน์ ผู้บริหารสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรูคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “การดำเนินงานของเราครอบคลุมทั้ง 3 ส่วน ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการสร้างความยั่งยืนหรือ Sustainability จะต้องมีความสอดคล้องกับแนวทางของสหประชาชาติ (UN) สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) ตามมาตรฐานทั้ง 17 ข้อ โดยโครงการ ‘พินัยกรรมอวัยวะ’ นั้นสอดคล้องกับหลักของ UN ด้านการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Good Health & Well-being) ส่วนทั้งองค์กรก็พยายามผลักดันและสร้างความยั่งยืนในด้านอื่นๆ ร่วมด้วยเช่นกัน”

ซึ่งแนวคิดและ Insight ของแคมเปญนี้ มาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบริจาคอวัยวะ ที่ถึงแม้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่เจอปัญหาในเรื่องญาติผู้บริจาคไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตได้ประสงค์บริจาคอวัยวะและดวงตา จึงเกิดเป็นภาพยนตร์โฆษณา “พินัยกรรมอวัยวะ” ที่เป็นการทำคลิปวิดีโอเพื่อบอกญาติของผู้ป่วยให้รู้ถึงความจำนงของผู้บริจาคอวัยวะจริงๆ

“จริงๆ จุดเริ่มต้นของเรามันมาจากที่เราเห็นว่าขั้นตอนของการบริจาคอวัยวะมันมีความซับซ้อนกว่านั้น ทั้งในเรื่องความไม่เข้าใจของญาติในการอนุมัติให้บริจาคอวัยวะตามความตั้งใจของผู้ป่วย ในเรื่องของวิธีการทำงานของแพทย์และพยาบาลที่มักจะเจอปัญหากับผู้ป่วยไม่ยอมให้บริจาค ในขณะที่หน้าที่ของแพทย์และพยาบาลคือต้องรีบผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะให้ทันภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อให้อวัยวะยังคงใช้งานได้ เราจึงทำโฆษณาตัวนี้ขึ้น เพื่อเป็นตัวแทน เป็นคำพูดและความรู้สึกส่งไปถึงญาติผู้ป่วยทุกคน โดยเราหวังว่าพวกเค้าจะเกิดความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการบริจาคอวัยวะมากขึ้น” คุณรุ่งฟ้า พูดเสริม

จากแคมเปญ Let Them See Love ที่ได้ทำมาตัววัดผลที่เกิดขึ้นคือ การบริจาคอวัยวะและดวงตาของสภากาชาดไทย ได้เพิ่มขึ้นทุกปี ปีที่ผ่านมา มีผู้ได้รับการบริจาคผ่าตัดอวัยวะ 5,600 คน โดยผู้บริจาคทั้งหมดมี 50,000 รายด้วยกัน

“เป้าหมายของแคมเปญและโฆษณา นอกจากต้องการให้คนตระหนักถึงการบริจาคอวัยวะแล้ว เรายังต้องการให้แคมเปญและสื่อโฆษณานี้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือวัยรุ่น เพื่อเป็นการสร้างรากฐานความเข้าใจในเรื่องการบริจาคอวัยวะตั้งแต่ยังอายุๆ น้อย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

โดยผลงาน “พินัยกรรมอวัยวะ” ยังประสบความสำเร็จในเวทีประกวดผลงานโฆษณาอย่างสูงในประเทศไทย และยังได้ก้าวไปสู่เวทีระดับโลกอีกด้วย อันได้แก่

Adman Awards & Symposium 2016 โดยได้รับ 3 รางวัลใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วย

1. Film (รางวัลประเภท Gold)  ในสาขา Charities, Public Health & Safety, Public Awareness Message

2. Public Relations (รางวัลประเภท Gold) ในสาขา Charities, Public Health & Safety, Public Awareness Message

3. AD That Works (Effective Communication) (รางวัลประเภท Bronze)

และรางวัล Finalist อีก 4 รางวัล คือ

    - Digital & Interactive Media ในสาขา Non-profit/Self Promotion

    - Film ในสาขา Charities, Public Health & Safety, Public Awareness Message อีก 3 รางวัล สำหรับภาพยนตร์โฆษณาทั้งหมดอีก 3 เรื่องที่ผลิตมาเสริมในแคมเปญ

 

B.A.D Award 2016 โดยได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดผลงานความคิดสร้างสรรค์แห่งปี 2016 ในประเภท Best Creativity

 

และล่าสุด กับ Cannes Lion Awards 2017 โดยได้รับคัดเลือก ให้เข้าเป็น Finalist ในรางวัล PR Lion ในสาขา Charities, Non-profit หรือแผนประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมสังคมยอดเยี่ยม

ลองมาชมแคมเปญโฆษณา “พินัยกรรมอวัยวะ”

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเรามองว่ามันมาจากความจริงใจ ของคนทำงานส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสภากาชาดไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น และครีเอทีฟเอเจนซี่ (บริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จำกัด) เพราะว่าเราต้องการทำให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว และผลงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่เกิดจากการให้ที่ไม่มีสิ้นสุดของทุกๆ คน”

ความสำเร็จของผลงาน “พินัยกรรมอวัยวะ” เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า “การเป็นผู้ให้” คือหน้าที่ที่มนุษย์ทุกคนต้องทำ และการช่วยเหลือคน 1 คนด้วยการบริจาคอวัยวะก็เหมือนเป็นการช่วยทั้ง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน เพราะ 1 คนก็คือ 1 ในกำลังครอบครัว เมื่อพวกเค้าได้รับชีวิตใหม่เค้าก็จะมีกำลังที่จะสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคม และเป็นกำลังที่สำคัญต่อเศรษฐกิจในประเทศได้ต่อไป

การสร้างความยั่งยืน หรือ Sustainability มันคือหน้าที่ที่ทุกองค์กรควรทำ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การสร้างความยั่งยืน คือการให้นั่นเอง เมื่อทุกคนมีกำลังและมีความสามารถในการให้ในเรื่องต่างๆ ก็จะเป็นการเติมเต็มให้โลกใบนี้สมบูรณ์ขึ้นได้ในที่สุด

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ โฮลดิ้ง จำกัด. All rights reserved.