14,575
VIEWS

ออลล์ อินสไปร์ เติบโตด้วยความแตกต่างและความมีสไตล์

Aug 21, 2017 -None-

แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยจะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง แต่ยังคงมีช่องว่างที่ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่ๆสามารถกระโดดเข้าไปสร้างสีสันให้ตลาดได้ไม่ยากนัก อย่าง “ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์” ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการน้องใหม่ ที่น่าสนใจด้วย “ราคา ทำเล และดีไซน์”  ที่เหมาะสมถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่ทำให้ชื่อของ ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์  เป็นที่น่าจับตามองในการสร้างความแตกต่างอย่างมีสไตล์ให้กับตลาดอสังหาฯ แนวตั้งได้ไม่ยากนัก

ออลล์ อินสไปร์ มีจุดเด่นอยู่ที่ทำเลซึ่งอยู่ในเมือง เน้นไม่ห่างจากรถไฟฟ้าเกิน 1 กิโลเมตร แต่การเดินทางต้องสะดวก ปลอดภัย อยู่ในแหล่งชุมชน อาทิโซน อ่อนนุช บางนา ซึ่งเป็นทำเลที่มีการเติบโตค่อนข้างเร็ว  โดย คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)มองว่า การเดินทางที่เพิ่มขึ้นแค่ 5 นาที แต่อยู่บนพื้นฐานของความสะดวกสบาย และเราก็เติมเต็มในส่วนของฟังก์ชั่นห้องและส่วนกลางที่ครบครัน สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัวที่สุด   เราก็สามารถทำราคาที่สมเหตุผล ที่ มนุษย์เงินเดือนสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้อย่างแน่นอน

“ในขณะที่โครงการอื่นๆในตลาด อยู่ที่ตารางเมตรละ1.5 –2แสน เราอาจจะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้ามาหน่อย แลกกับการเดินทางเพิ่มเพียงไม่กี่นาที แต่เราให้ในส่วนของฟังก์ชั่นที่ครบครัน พื้นที่อยู่อาศัยที่ลงตัว ตอบโจทย์ลูกค้าส่วนใหญ่ได้อย่างแท้จริง เช่น กลุ่มคนทำงาน ช่วงอายุ 25-35 ปี รายได้ต่อปี ไม่เกิน 600,000 บาท ซึ่งนี่ถือเป็นฐานลูกค้าใหญ่ อัตราสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย อนุมัติเฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท เพราะฉะนั้นทุกทำเลที่เราเลือกพัฒนา ถือได้ว่าเป็นทำเลที่ลูกค้าเข้าถึงได้ทั้งในแง่ของ ความสะดวก และราคา

ถ้ามองถึงปัจจัยในการตัดสินใจซื้อที่พักอาศัยของกลุ่มคนรุ่นใหม่  3 สิ่งสำคัญที่คนจะพิจารณา คุณธนากร บอกกับเราว่ามีอยู่ 3 ข้อ คือเรื่องของ ทำเล ราคา และดีไซน์

“แบรนด์ของเราเป็นที่สนใจของมนุษย์เงินเดือนเพราะทำเลและราคาของเราตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ นอกจากนั้นคนกลุ่มนี้ยังสนใจในเรื่องของดีไซน์ที่สามารถ Represent ตัวตนของเขาด้วย แน่นอนว่าทำเลและราคาสำคัญแต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชั่น รวมถึง Facilities ที่ตอบโจทย์ คอนโดของเราเริ่มต้นที่ 25 ตารางเมตร ห้องหน้ากว้าง 5 เมตร ซึ่งเรามองเรื่องการอยู่อาศัยเป็นหลัก พร้อม Fully Furnished ไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มอีกแล้ว ทุกโครงการ ผมลงไปทุกๆรายละเอียด  ส่วนกลางนี่ผมเน้นมาก ต้องการให้มีพื้นที่ให้ลูกค้าได้พักผ่อนเยอะๆ อย่างเช่น สระว่ายน้ำ แบบ 30 เมตรที่สามารถว่ายได้จริง รวมถึงพื้นที่สีเขียวสำหรับผ่อนคลาย เรามองถึงการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง เราไม่ได้ต้องการพัฒนาแค่ที่อยู่อาศัย แต่เราต้องการส่งมอบการอยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพ

ก่อนที่เราจะเลือกพัฒนาโครงการ ในแต่ละทำเล เรารู้ว่าตรงใหนที่ยังมีช่องว่างของตลาด Segment ลูกค้าของ ออลล์ อินสไปร์ ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 25-35 ปี เป็นคนกลุ่มใหญ่ชอบที่จะอยู่ในเมืองเพราะว่าถึงมีรถไฟฟ้าแต่ถ้าไปอยู่นอกเมืองก็ไกลสำหรับเขา แหล่งทำงานของเขาจะอยู่เส้นสุขุมวิทและรัชดาเป็นfหลัก ตรงนั้นจะมีห้างสำนักงาน โรงแรม Commercial Area มีไลฟ์สไตล์ รวมถึงเรายังได้ Database จาก google ว่าพระโขนง ห้วยขวาง เป็นทำเลที่มีคนค้นหาที่อยู่อาศัยมากถือได้ว่าเป็นArea ที่เป็น Top 5 ในตอนนี้

กลยุทธ์หลักสำคัญอีกส่วนที่ทำให้ ออลล์ อินสไปร์ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดีคือเรื่องของการเปิดโครงการใหม่ในทำเลที่ใช่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ออลล์ อินสไปร์ พัฒนาโครงการมาแล้วรวมทั้งหมด 15 โครงการ ซึ่งจะเป็น โซนสุขุมวิท ตอนปลาย พระราม 9 รัชดา ภายใต้แบรนด์ The Excel และ Rise  โดยปลายปีนี้จะมีการขยายไปยังโครงการแนวราบในลักษณะของ Town Home โดยใช้ชื่อว่า The Vision

 “ถ้าพูดถึงกลยุทธ์ในการแข่งขันของเราก็คือเราเน้นเรื่องของรูปแบบการดีไซน์ฟังก์ชั่น ให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้า และราคาที่สมเหตุผล  เรามองว่าทำเลเราไม่อยู่ติดรถไฟฟ้ามาก แต่ราคาถูกกว่า แต่มีดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ เน้นทำตลาดที่รวดเร็ว ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้เลยรู้สึกคุ้มค่า และสามารถแนะนำและบอกต่อได้ ที่ผ่านมาช่องทางในการสื่อสารของเราสื่อสารผ่านออนไลน์ ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่กว่า 70% อีก 20% เป็น Out Of Home และ 10% เกิดจากการที่ลูกค้าบอกต่อ นั่นทำให้เราใช้งบการตลาดน้อย ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้าได้ในราคาที่สมเหตุผล

เราพยายามสื่อสารคอนเซ็ปท์ “Class of Livingให้กับลูกค้า เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า บนความแตกต่างของความชอบและรสนิยมที่ไม่เหมือนกัน ทุกคนสามารถมีคลาสของการใช้ชีวิตที่ดีในแบบฉบับของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องตามใคร  นั่นคือ ที่มา ของ “Class of Living” ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณเลือกเอง

ล่าสุดออลล์ อินสไปร์ ตอกย้ำภาพของ" Class of Living" ด้วยการจับมือกับ นาสเกต รีเทล  เปิดตัว “ Nasket” ยกทุกห้างมาไว้ที่ห้อง ซึ่งถือเป็นรายแรกในประเทศไทยสำหรับคอนโด Low-rise ที่เปลี่ยนชีวิตคนอยู่คอนโด แค่สแกนบาร์โค้ด สินค้าก็ส่งถึงห้องได้ทันที ตอบโจทย์ ความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตได้จริง  ตามแบบฉบับ "ชีวิตที่ดี คือชีวิตที่คุณเลือกเอง"

“เราจับมือกับทางคุณ ผรินทร์ สงฆ์ประชา ซีอีโอ บริษัท  นาสเกต รีเทล จำกัด ผู้พัฒนาอุปกรณ์ Internet of Things สำหรับ E-commerce ฝีมือคนไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง Nasket หรือบริการยกห้างมาไว้ที่ห้องเพื่อให้ลูกบ้านสั่งสินค้าอุปโภค บริโภค จากซุปเปอร์มาเก็ตทั่วกรุงเทพ เพื่อความสะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของลูกค้าได้อย่างลงตัวที่สุด  โดยการบริการของ Nasket จะแบ่งเป็น Grocery สั่งของง่ายๆ แค่สแกนบาร์โค้ด Home Service บริการเรียกแม่บ้านทำความสะอาดและซ่อมบำรุง Food Ordering สั่งอาหารอร่อยจากร้านดังได้ทันที Bill Payment จ่ายบิลง่ายๆ แค่สแกนบาร์โค้ด Video Door Bell ไม่ว่าใครมาหาก็สามารถเห็นหน้าก่อน และMessage Broadcasting บริการส่งข่าวจราจรตอนเช้า ทั้งหมดจะทำให้ชีวิตในเมืองง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเราจะนำร่องโครงการแรกที่ โครงการ ดิเอ็กเซล กรูฟ ลาซาล 52 Phase 3 และเตรียมต่อยอดโครงการอื่นอีกในอนาคต

ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คุณธนากร มองว่า ความท้าทายคือ การหาที่ดินบนทำเลที่คนอื่นมองไม่เห็นหรือมองข้าม และนำมาพัฒนาเป็นโครงการที่คุ้มค่า“การที่เราหาที่ดินที่คนอื่นมองไม่เห็นแล้วนำมาพัฒนาได้นั่นเป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่งของเรา”

เป้าหมายของออลล์ อินสไปร์ วันนี้ คุณธนากร บอกกับเราว่าการสร้างอินสไปร์แก่พนักงานนั้นสำคัญมาก เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบัน คือ เรื่องของไลฟ์สไตล์ ถ้าองค์กรดูแลพนักงานดี สร้างอินสไปร์ในการทำงาน เค้าจะสามารถพัฒนาและส่งต่อประสบการณ์เหล่านั้นออกมาเป็นผลงานที่ดีส่งต่อให้ลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

เราดูแลพนักงานให้เขาอยู่อย่างมีความสุข ดูแลสวัสดิการ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม มีมุมเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ เราทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน สร้างความสุข สร้างไลฟ์สไตล์ให้เขาเพื่อให้เขาส่งต่อความสุขในการอยู่อาศัยเหล่านี้ต่อไปยังลูกค้า ให้คนทำงานสามารถคิดออกแบบเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า เราต้องสร้างรากฐานความสุขในองค์กรให้แน่น ผมเชื่อในเรื่องของอินสไปร์ เขาจะส่งต่อสิ่งเหล่านี้ไปถึงลูกค้าได้จริง ส่วนเป้าการเติบโต เรามองว่าเรามีแผนจะเป็นแบรนด์ Top 10 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยภายใน 5 ปีและภายในอีก 2 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้เราน่าจะทำรายได้จากการเปิดโครงการเพิ่มเป็น 9000 ล้านบาท ได้

เราเองก็เชื่อว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของการมองเห็นช่องว่าง และความแตกต่างในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง ความเร็วในการลงมือทำ การใส่ใจทุกรายละเอียดที่เป็นความคาดหวังของคนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย และการจับต้องราคาได้  ของออลล์ อินสไปร์ น่าจะทำให้สามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.