อะไรที่ทำให้ “FWD” กลายเป็น Digital Engagement Leader

Aug 17, 2017 -None-

ในบรรดาบริษัทประกันชีวิต คงไม่มีแบรนด์ไหนที่จะมีความโดดเด่นในแง่ของการทำการสื่อสารผ่านดิจิทัลเทคโนโลยีได้เท่า FWD โดยเฉพาะแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลต่างๆ จนสามารถสร้าง Engagement สูงสุด เพราะจากตัวเลขล่าสุดยอด Active แฟนเพจของ Facebook อยู่ที่ 5.85 แสนแฟนเพจ LINE 8.9 ล้าน USERS ยอดการดูวิดีโอ YouTube 1.2 ล้านวิวต่อเดือน  ในขณะที่ Instagram มี Follower ที่เติบโตแบบออร์แกนิกส์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และปีหน้าเตรียมเพิ่ม Twitter ไว้เป็นอีกช่องทางหนึ่ง หลังมองเห็นแนวโน้มการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น  

Engagement ที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มาจากอะไร เราไปหาคำตอบกัน

  1. พัฒนาคอนเทนต์ที่เหมาะกับโซเชียลมีเดีย เพราะธรรมชาติของกลุ่มคนในแต่ละแพลตฟอร์มไม่เหมือนกัน
  2. ในการทำหนึ่งแคมเปญมีจุดตั้งต้นจากการครีเอทคอนเทนต์ก่อน ถึงจะดู Mechanic ว่าควรจะ Engage คอนเทนต์นั้นยังไง แล้วเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับกิจกรรมที่จะทำ
  3. วางตำแหน่งแต่ละแพลตฟอร์มให้ทำหน้าที่ต่างกันออกไป เช่น โดย Facebook จะทำหน้าที่สร้าง Brand Engagement ส่วน LINE ใช้เป็นช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าเวลามีกิจกรรมสนุกๆ ทุกสัปดาห์ และ YouTube เป็นที่ที่เก็บวิดีโอคอนเทนต์ เป็นต้น
  4. เน้น Brand Endorsement  ในเรื่องของการ Celebrate Living ให้คนออกมาใช้ชีวิต โดยไม่ฮาร์ดเซลส์สินค้า วิธีนี้จะทำให้ทุกคนเกิด Brand Recall ว่า FWD ทำอะไร โดยผ่านการทำคอนเทนต์สร้างรับรู้สนับสนุนให้คนออกมาใช้ชีวิต
  5. FWD สร้างความแตกต่างกับบริษัทประกันชีวิตทั่วไปที่ส่วนใหญ่สื่อสารผ่านความกลัว โดยวางตำแหน่งแบรนด์ให้ทุกคนออกมาใช้ชีวิตให้เต็มที่  Positive Attitude ดังกล่าว ทำให้ FWD สามารถสร้าง Brand Engagement ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. ใช้ฟังก์ชั่น LINE Business Connect ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำ Customer Service Portal ย่อยๆ เชื่อมกับระบบหลังบ้านของ FWD ถือเป็นอีกช่องทางที่เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า
  7. เพิ่มความถี่ในการผลิตวิดีโอคอนเทนต์ใน YouTube โดยจับมือกับพาร์ทเนอร์รายต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ชิลไปไหน ในการรีวิวร้านอาหาร พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ของ FWD MAX ซึ่งเป็น Engagement Application ที่ FWD ทำมา 2 ปีแล้ว
  8. ไม่เน้นจ้างทำคอนเทนต์ แต่เลือกที่จะ Co-Create Content ที่เป็นรูปแบบของ FWD กับ Online Influencer ด้านการท่องเที่ยว และค่ายเพลง  What the Duck  ลงใน YouTube
  9. นำดาต้าทุกแพลตฟอร์มมาวิเคราะห์ทุกเดือน เพื่อปรับ Content Plan ตลอดเวลา โดยจะมีธีมเฉพาะที่จะสื่อสารในแต่ละเดือน และวางแผนว่าแต่ละปีจะมีกิจกรรมใหญ่ช่วงไหนอย่างไร
  10. ทำกิจกรรมทุกสัปดาห์เพื่อให้แบรนด์มีความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็จะมีคอนเทนต์เพิ่มเข้ามาเหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยง เช่น Brand Quote ทุกๆ 2 วัน เพื่อให้แพลตฟอร์มมีความเคลื่อนไหว 

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แคมเปญ Passion Talk ของ FWD ถือเป็นกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เริ่มจากคอนเซ็ปต์หลักที่ต้องการสื่อสารว่า FWD เป็นบริษัทประกันที่มี Innovation ต่างจากแบรนด์อื่น จึงนำเรื่องเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันคนต้อง Engage และครีเอทคอนเทนต์ร่วมกันได้ กระทั่งกลายมาเป็น Passion Talk โดยให้ศิลปินมาแสดงมินิคอนเสิร์ตพร้อมแสดงทัศนะของ Passion ไปด้วย โดยไลฟ์สดแบบปกติ และแบบ 360 องศา ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่ง FWD เป็นบริษัทประกันชีวิตเจ้าแรกที่ทำ

สำหรับวิธีการนั้น ช่วงพรีอีเวนท์ใช้ Facebok และ LINE เป็นช่องทางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ วันอีเวนท์ทำผ่าน Live Streaming โดย Passion Talk ครั้งที่ 1 Live ผ่าน LINE Live Stream อย่างเดียว มียอดคนดู 2.9 แสนวิว ครั้งที่ 2 เพิ่มช่องทางผ่าน Live Facebook มียอดคนดู 3.5 แสนวิว และครั้งล่าสุดเพิ่มช่องทาง 360 องศาของ YouTube ทำให้มียอดคนดูเพิ่มเป็น 1.4 ล้านวิว ในขณะที่โพสต์อีเวนท์ ทำวิดีโอผ่านคลิปเพื่อ Engage กับคนกลุ่มอื่นต่อไป

นี่คือ การไม่หยุดนิ่งกับ Mechanic เดิมๆ เมื่อคนบนโลกโซเชียลไดนามิค ดังนั้นนักการตลาดต้องไดนามิคตามให้ทัน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.