25,118
VIEWS

AMWAY NEXT >>> ขับเคลื่อนสู่อนาคตด้วยคนรุ่นใหม่

Aug 23, 2017 -None-

จากผลวิจัยเรื่อง “ความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ SMEs ปี 2559” ใน 45 ประเทศทั่วโลก แอมเวย์พบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Young Gen ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี เป็นกลุ่มคนที่มีทัศนคติเชิงบวก

โดยสัดส่วนถึง 77% มีความเชื่อมั่นว่า ตนเองมีศักยภาพมากพอที่จะเริ่มต้นธุรกิจได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า

71% ต้องการเป็นนายตัวเอง

53% ต้องการรายได้เพิ่ม

48% ต้องการบริหารจัดการเวลาของตัวเอง และครอบครัวได้ลงตัวมากขึ้น

36% ต้องการเติมเต็มความต้องการของตัวเอง

9% ว่างงาน

ผลวิจัยดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่ต้องการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนนักธุรกิจแอมเวย์ 3.3 แสนคน และจำนวนสมาชิกทั้งหมด 7.2 แสนคน  เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

YOUNG & ACTIVE

คุณกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอมเวย์มองถึงการเข้าถึงกลุ่ม Young Generation มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ดังนั้น ภารกิจสำคัญของแอมเวย์ในวันนี้ จึงเป็นเรื่องของการขยับตัวเข้าหากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับเครือข่ายธุรกิจแอมเวย์ในอนาคต พร้อมการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของธุรกิจให้ดูร่วมสมัย ควบคู่ไปกับการสร้างความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty) ที่จะเกิดขึ้นภายใต้กลยุทธ์ “แอมเวย์เน็กซ์” (AmwayNEXT) เพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจแอมเวย์ให้ก้าวสู่อนาคตไปพร้อมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่

แอมเวย์เรียกกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ว่า Young & Active ที่มีอายุระหว่าง 18 – 35 ปี อาจยังอยู่ในวัยศึกษาหรือเพิ่งทำงาน (First Jobber) ไปจนถึงคนที่มีงานทำอยู่แล้ว

จุดขายสำคัญของธุรกิจแอมเวย์ คือ

เป็นธุรกิจที่สร้างขึ้นมาบนแพลตฟอร์มที่ใช้เงินทุนน้อย

เป็นธุรกิจแบบ Financial Freedom (Continuing Income) คือ ทำมากได้มาก

สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของ Work Life Balance ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ที่กลุ่ม Young Gen ต้องการ

 “เราเริ่มเห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่ม Young Gen  เข้าสู่ธุรกิจเมื่อประมาณ 7 – 8 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเขามีทัศนคติที่เปลี่ยนไป โดยเริ่มเปิดใจรับธุรกิจขายตรงให้เป็นหนึ่งในอาชีพทางเลือกใหม่ จากเดิมที่จะเป็นกลุ่มคนอายุ 35 ปีขึ้นไป ปัจจุบันเรามีกลุ่ม Young Gen ประมาณ 35%”

จุดที่ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจธุรกิจขายตรงมากขึ้น มาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ

หนึ่ง ทัศนคติของคนรุ่นใหม่เปิดกว้างมากขึ้น และมองว่าธุรกิจที่จะเติบโตได้ดีในอนาคต คือธุรกิจที่เป็นเน็ตเวิร์ค สามารถสร้างความมั่นคง และเอื้อประโยชน์ให้กับชีวิตของเขาในระยะยาวได้

สอง ในเชิงภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากอดีตที่ภาพลักษณ์ของความเป็นขายตรงถูกมองว่าเป็นธุรกิจสีเทา หรือเป็นธุรกิจลูกโซ่ แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงโดยรวมเปลี่ยนไป ได้รับการยอมรับมากขึ้น และดูร่วมสมัยมากขึ้น

 วันนี้ พฤติกรรมของกลุ่ม Young Gen เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับคนวัยเดียวกันเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะความต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ต้องการอิสรภาพ ไม่ชอบทำงานประจำ มีความเป็น Multi-tasking ต้องการสร้างรายได้จากหลายๆ ทาง ขณะเดียวกันก็มีความเป็น Individualism สูงมาก และสิ่งสำคัญที่สุดที่เขาต้องการ คือ Work Life Balance ในสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเขาได้

“เมื่อก่อนเราวัดความสำเร็จด้วยการสร้างความมั่นคงให้ชีวิตที่เพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สิน มีบ้านหรู มีรถยนต์ราคาแพง ใช้ของแบรนด์เนม ในอดีตเวลาเราทำ Brand Position ของธุรกิจ จุดขายของเราจึงเป็นเรื่องของ Wealthy แต่วันนี้คนรุ่นใหม่มีแนวคิดที่เปลี่ยนไป เพราะคุณค่าของชีวิตของเขา คือ สมดุล (Balance) เขาต้องการความสุข จึงชอบที่จะทำงานควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตในแบบที่ชอบไปด้วย เราจะเห็นเทรนด์ของคนยุโรปที่ทำงาน 6 เดือน เที่ยว 6 เดือน และเป็นเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองไทย สินค้าที่เป็น Mass ก็เริ่มมีเซ็กเม้นเตชั่นออกมามากขึ้น สินค้ามีความเป็น Personalized  เกิดขึ้น ความเป็น Mass ก็จะค่อยๆ หายไป สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพสังคมปัจจุบันได้เป็นอย่างดี”

WORK-LIFE BALANCE

คุณกิจธวัช ยังมองว่า ภายใต้กระบวนการสร้างแรงจูงใจให้กลุ่ม Young & Active เข้ามาหาธุรกิจแอมเวย์ ยังมีสิ่งที่ต้องทำใน 3 เรื่องสำคัญ คือ การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขาย และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจของแอมเวย์

“แอมเวย์สร้างจุดขายใหม่ด้วยการปรับ Brand Positioning จาก Wealthy สู่การเป็น Work-Life Balance เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และด้วยคุณสมบัติที่ดีของการเป็น Network Marketing ทำให้ได้เรื่องของ “อิสรภาพ” ในการทำงานในแบบที่คนรุ่นใหม่ต้องการ คือ อิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom) และอิสรภาพทางด้านเวลา (Freedom of Time) ส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็สร้างความชัดเจนในการเป็น Solution Provider ที่จะดูแลทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพ สุดท้าย เป็นเรื่องของการพัฒนา Digital Trend Technology ที่ต้องมีทั้งเรื่อง High-Tech และ High-Touch โดยสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้เขาเข้าถึงแอมเวย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังให้ความรู้สึกถึงความเป็นมิตรอยู่ด้วย”

กระบวนการสร้างแรงจูงใจในกลุ่ม Young & Active

1 สร้างภาพลักษณ์ใหม่             

-สร้างความเข้าใจว่า MLM คือ  Future Networking Business

-ปรับ Brand Positioning มาเป็น Work-Life Balance

-มีอิสรภาพในการทำงาน ทั้งด้านเวลา และทางการเงิน

2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์             

-ปรับคอนเซ็ปต์ในการขายสู่การเป็น Solution Provider

-สนับสนุนด้วย Product Solution เช่น ผลิตภัณฑ์ บอดี้ คีย์ บาย นิวทริไลท์

3 การพัฒนาเทคโนโลยี             

-เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งเรื่อง High-Tech และ High-Touch

-ปรับกระบวนการสื่อสารจาก Print-to-Digital ในระดับที่พอดี

-พัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้เขาเข้าถึงแอมเวย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ไม่ Hard Sale 

BIG CHALLENGE

เมื่อกลุ่มเป้าหมายมีความเป็น Individualism สูงมาก ในเชิงกลยุทธ์การจะขยับเข้าใกล้กลุ่มเป้าหมาย หรือสร้างแรงจูงใจให้เดินเข้ามาหาธุรกิจแอมเวย์จึงเป็นกลยุทธ์ที่ต้องทำกันในระยะยาว และต้องเป็นแบบ Transition Evolution ที่ต้องค่อยๆ ปรับตัว และเรียนรู้กันไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน

“ตอนนี้เราอยู่ในช่วงของการทำ Segmentation แต่เราก็ต้องดูแลคนทุกๆ กลุ่มให้เขาเกิด Engagement อย่างต่อเนื่อง ความจริงเราเริ่มทำมานานกว่า 10 ปี แต่ก็ยังถือว่า อยู่ในช่วงของการเริ่มต้น เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ เมื่อวานเราคิดว่าเราทำโดนใจเขาแล้ว แต่วันนี้อาจไม่ใช่แล้ว ดังนั้น เราจึงยังต้องนับหนึ่งใหม่ทุกวัน ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ผมคิดว่า Influencer ที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วก็คือ “เทคโนโลยี” ที่เข้ามาทำให้พฤติกรรม และทัศนคติของคนเปลี่ยนไป”

สิ่งที่ท้าทายความรู้สึกในตอนนี้ คือมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่ยังลังเลกับการเข้าสู่ธุรกิจขายตรงกับแอมเวย์ แม้ว่าไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Young & Active ต้องการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากหลากหลายช่องทาง และต้องการใช้เวลาทำงานสร้างชีวิตที่สั้นกว่าคนรุ่นพ่อแม่ ซึ่งธุรกิจขายตรงที่ยั่งยืนตามแนวทางของแอมเวย์ต้องใช้เวลาสร้างรากฐานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ในเชิงของภาพรวมอุตสาหกรรม การสร้าง Perception เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น จะทำอย่างไรที่คนรุ่นใหม่จะเห็นว่า ธุรกิจขายตรงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เป็น Top of Mind ของเขามากกว่าการทำร้านกาแฟ หรือการทำร้านแฟรนไชส์ หรือการทำธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังเป็นความฝันของคนรุ่นใหม่ แต่จะมีสักกี่คนที่จะทำสตาร์ทอัพได้สำเร็จ ดังนั้นความฝันก็ถูกลดทอนลงมาเหลือเพียงการทำร้านกาแฟ และธุรกิจแฟรนไชส์

“สิ่งที่เรากำลังคิด คือ เราจะทำอย่างไรให้หนึ่งในตัวเลือกเหล่านั้นมีธุรกิจขายตรงรวมอยู่ด้วย เราจึงต้องปรับภาพลักษณ์ไปพร้อมๆ กับการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ เพื่อให้เขารับรู้ว่า ธุรกิจขายตรง ก็คือ เอสเอ็มอีที่จะทำให้คุณเป็นเจ้าของธุรกิจได้เช่นเดียวกัน สามารถสร้างความยั่งยืนได้ถ้าคุณยืนหยัดและสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อีกเรื่องที่เราต้องทำควบคู่กันไป คือ การสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้เขาเห็นว่า ธุรกิจขายตรงนอกจากจะสร้างคุณค่าในความเป็นตัวตนให้กับเขาได้แล้ว ก็ยังสามารถสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อีกด้วย เพราะการที่คุณแนะนำธุรกิจนี้ให้กับเพื่อนฝูง ก็เหมือนกับการที่คุณหยิบยื่นโอกาสให้เขาสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้ ซึ่งข้อดีไม่ใช่แค่ในเชิงการเกิดเน็ตเวิร์คของผู้ใช้สินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนที่เข้ามาอยู่ในเน็ตเวิร์คเดียวกันได้อีกด้วย”

 อาจดูเหมือนว่า ธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่ความเป็นจริง ธุรกิจขายตรงสามารถสร้างงานสร้างรายได้ที่ยิ่งใหญ่ได้โดยไม่รู้ตัว ถือเป็น Real GDP ที่เกิดขึ้นจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในขณะที่คนทำธุรกิจก็สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับสังคม จากเน็ตเวิร์คที่ถูกสร้างขึ้นมา และมั่นคงในระยะยาว แม้ว่าจะหยุดทำงานแต่รายได้ก็ยังเข้ามาจากเครือข่ายที่ยังมีความเคลื่อนไหว จึงแตกต่างจากการทำร้านกาแฟ เมื่อปิดร้าน รายได้ก็จบ จีดีพีของประเทศก็ไม่เกิด

MOVE FORWARD

สำหรับการครบรอบปีที่ 30 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แอมเวย์ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเอง ด้วยการมุ่งเน้นสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงมีการปรับรูปลักษณ์ของธุรกิจให้มีความทันสมัย และวางกลยุทธ์ในการเข้าถึงคนกลุ่มนี้ให้มากขึ้น เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจแอมเวย์เป็นอาชีพที่ 2 ที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขาได้มากที่สุดอีกอาชีพหนึ่งเช่นกัน

ขณะที่การสร้างการรับรู้ (Perception) ให้เกิดขึ้นกับกลุ่ม Young & Active ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ เพราะทัศนคติของคนกลุ่มนี้เปลี่ยนเร็วมาก และยังมีกำแพงทางความคิดบางอย่างที่ไม่สามารถทลายลงได้โดยทันทีทันใด และด้วยสังคมในปัจจุบันที่มีลักษณะของ Individualism มากขึ้น จึงทำให้ Segmentation หรือ Fragmentation เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นกลยุทธ์ที่กำลังดำเนินอยู่จึงต้องแบ่งออกเป็นช่วงๆ

“เราพบว่า คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาในธุรกิจขายตรงยังมีความกังวลในหลายๆ เรื่อง คือ เขากลัวเหนื่อย กลัวยาก กลัวทำไม่สำเร็จ เราจึงต้องวางแผนที่จะ Approach เขาเป็นเฟสๆ เริ่มจากช่วงแรกเราสร้างแรงจูงใจด้วยการมองธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพที่ 2 ลองทำเป็นรายได้เสริมโดยไม่ต้องทิ้งงานเดิมที่ชอบทำ ยังสามารถทำร้านกาแฟได้ เมื่อเขาเข้าใจ และเปิดใจมากขึ้น เราก็ทำต่อในเฟสที่ 2 ด้วยการสร้าง Positioning ในเรื่องของ Work-Life Balance เพิ่มเติมเข้าไป

เราก็มีข้อดีบางอย่างที่คนรุ่นใหม่อาจสนใจ คือ เราเป็นเน็ตเวิร์ค เราทำได้ในระยะยาว ลงทุนต่ำ ไม่ต้องมีร้านค้า ความเสี่ยงน้อย ใช้แต่ไอเดีย ซึ่งก็คล้ายๆ กับสตาร์ทอัพ เพียงแต่ธุรกิจแอมเวย์เป็นสิ่งที่ถูกสร้างไว้แล้ว เราพยายามวางภาพให้คนรุ่นใหม่ได้มองเห็นว่า นี่คือธุรกิจทางเลือกหนึ่ง ที่สุดท้ายแล้วก็อาจให้ผลความสำเร็จ หรือการสร้างรายได้ที่ไม่ได้แตกต่างกับธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยที่ไม่ต้องคอยสร้างไอเดียใหม่ๆ”

ขณะที่กลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่ม Young & Active ของแอมเวย์ในวันนี้ยังคงดำเนินต่อไป โดยที่ทุกวันยังต้องพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตามทันกับกระแสของการเปลี่ยนแปลงทางด้านทัศนคติ และวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่ต้อง Flexible อยู่ตลอดเวลา

“เราทำหน้าที่แค่ปรับความเข้าใจ ปรับเทคนิค ปรับกระบวนยุทธ์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่ Core Concept ของธุรกิจต้องสตรองด้วยตัวมันเองมากๆ เพราะในเชิงการตลาด End Benefit ของธุรกิจแอมเวย์สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้ทุกมิติ ทั้งในเรื่อง Work-Life Balance เรื่อง Freedom of Time และ Financial Freedom ตราบใดที่ธุรกิจนี้ยังตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ได้ ธุรกิจนี้ก็จะคงอยู่ได้ตลอดไป”

เป้าหมายของธุรกิจแอมเวย์ในระยะยาว คือการเข้าให้ถึงคนรุ่นใหม่ๆ ต้องสร้างความน่าสนใจเพื่อดึงให้คนกลุ่มนี้เดินเข้ามาหาธุรกิจขายตรง โดยสุดท้ายแล้วแอมเวย์ต้องการให้ Brand Positioning หรือ Business Positioning มีความร่วมสมัยอยู่ตลอดเวลา มีความเป็นอมตะ เป็น Classic Entrepreneur ที่ยังใช้ได้อยู่เสมอ เป็นโอกาสที่ยั่งยืนไม่มีวันตาย  

ตัวเลขที่น่าสนใจของ แอมเวย์ประเทศไทย

จำนวนสมาชิก   7.2 แสนคน

จำนวนนักธุรกิจ  3.3 แสนคน                                                                  

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.