4,029
VIEWS

ยูนิฟ ไอเฟิร์ม แตกต่าง แต่ทำไมอยู่ได้ไม่นาน.....

Jun 11, 2019 R.Somboon

ย้อนไปเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ค่ายยูนิ-เพรสซิเดนท์ เจ้าของแบรนด์น้ำผัก น้ำผลไม้ยูนิฟ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดเครื่องดื่มของบ้านเราด้วยการเปิดตัว ยูนิฟ ไอเฟิร์ม เข้ามาทำตลาด พร้อมกับสร้างเซ็กเม้นต์ใหม่ซ้อนขึ้นมาในตลาดเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์....

ยูนิฟ ไอเฟิร์ม เปิดตัวลงตลาดเมื่อปลายปี 2547 และโฟกัสการทำตลาดมาที่กลุ่มเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์ที่แอ็กทีฟ ชอบออกกำลังกายเบาๆ ไม่ใช่พวกฮาร์ดคอร์ที่เสียเหงื่อมากๆ ซึ่งพวกที่เสียเหงื่อมากๆ นี้จะดื่มเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์อยู่แล้ว แต่คนที่เสียเหงื่อไม่มากมักจะไม่กล้าที่จะดื่ม

การลงตลาดของยูนิฟ ไอเฟิร์มนั้น เป็นการมองเห็นช่องว่างของตลาดที่เดิมกลุ่มที่ไม่ใช่ “ฮาร์ดคอร์” เหล่านี้มักจะดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่สปอร์ตดริงค์ อาทิ น้ำผลไม้ ไอเฟิร์มจึงเข้ามาเสียบช่องว่างตรงนี้พอดี ด้วยการนำเสนอสินค้าที่มีรสชาติของน้ำผลไม้นำ ไม่ว่าจะเป็นมะนาว เกรฟฟรุ๊ต สตรอเบอรี่ หรือรสบลูไอซ์

 

ตลาดเครื่องดื่มแคชชวลสปอร์ตดริงค์ เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพราะในช่วงเวลานั้น ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ที่แอ็กทีฟมากขึ้น ทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้นทั้งการออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น เล่นโยคะ และการทำกิจกรรมในชีวิต ประจำวัน เช่น การทำงานบ้าน การเดินทาง เป็นต้น อีกทั้งยังรักษาสุขภาพมากขึ้น จึงต้องการเครื่องดื่มที่ช่วยรักษาสุขภาพ ให้ความสดชื่น และมีรสชาติดี ผู้บริโภคในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่มาก แต่ปัจจุบันยังไม่มีเครื่องดื่มใดๆ ที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้

ยูนิฟ ไอเฟิร์ม เลือกลงตลาดด้วยจุดแข็งของการเป็นน้ำผลไม้ มากกว่าที่จะเป็นสปอร์ตดริงค์แบบเพียวๆ ซึ่งความฮือฮาที่ยูนิฟ ไอเฟิร์มสร้างให้กับตลาดนั้น ทำให้เพียงแค่ไม่ถึงปี ยูนิฟ ไอเฟิร์มสามารถเบียดเอ็มสปอร์ต ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ของตลาดสปอร์ตดริงค์มูลค่า 3,500 ล้านบาท ด้วยการวางตัวเองให้เป็นเครื่องดื่มแนวใหม่พร้อมกับเซ็กเม้นต์ตัวเองและเปิดตลาด “แคชชวล สปอร์ตดริงค์” เครื่องวดื่มที่เข้ามาเสียบช่องว่างของสปอร์ตดริงค์ และลดข้อจำกัดของการดื่มสปอร์ต ดริงค์ที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ จึงจะดื่มได้

แต่แคชชวล สปอร์ตดริงค์ จะดื่มได้ทุกเวลา แถมมีตัวแอลคาร์นิทีน ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน เข้ามาเป็นจุดขายที่สำคัญ จนสามารถกวาดต้อนลูกค้าที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์เข้ามาอยู่ในมือมากมาย และกวาดส่วนแบ่งในปีแรกได้ถึง 22%

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของไอเฟิร์ม ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากรสชาติของสินค้าที่สามารถเข้ากับลิ้นของคนไทยได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่เป็น Trendsetter ของตลาด อีกส่วนหนึ่งน่าจะมาจากกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดที่สามารถสร้างแรงดึงดูดและสร้างกระแสของแบรนด์ในกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

จุดสำคัญที่สุดก็คือ ไอเฟิร์ม ถูกสร้างให้เป็นเครื่องดื่มที่มีภาพของความเป็น “แคชชวล” คือเป็นเครืองดื่มที่ดื่มง่ายๆ ไม่เป็นทางการนัก โดยมีเบเนฟิตที่การเพิ่มความสดชื่น ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งดื่มโดยมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดับกระหายได้เหมือนกับเครื่องดื่มซอฟต์ดริงค์ทั่วๆ ไป

ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา มีผู้เล่นในตลาดสปอร์ตดริงค์รายเดียวคือ สปอนเซอร์ ที่ทำตลาดแบบครบวงจร ส่วนอีก 2 รายที่เหลือคือเอ็มสปอร์ตกับเกเตอเรด มีการทำตลาดออกมาไม่มากนักจึงเป็นโอกาสดีที่ ยูนิฟ ไอเฟิร์ม ซึ่งลงตลาดด้วยการเล่นกับเทรนด์ของเครื่องดื่มแนว Functional หรือเครื่องดื่มที่มีเบเนฟิตที่สามารถจับต้องได้ แทรกเข้ามาแจ้งเกิดได้อย่างรวดเร็ว 

 

แม้จะเป็นเครื่องดื่มที่เป็นแคชชวลสปอร์ตดริงค์ แต่ทางบริษัทวิจัยอย่างเอซี.นีลเส็น ก็จัดให้ไอเฟิร์มอยู่ในหมวดของเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์ที่มีมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดที่ได้มาจึงถูกจัดและนำไปเปรียบเทียบอันดับกับเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์รายหลักๆอย่างสปอนเซอร์ เอ็มสปอร์ตและเกเตอเรด ซึ่งนั่นคือจุดอ่อนอย่างหนึ่ง เพราะการถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์ ทำให้เวลาที่อยู่บนเชลฟ์ในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ จะถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่ขายเดียวกัน แทนที่จะเป็นการครีเอทหรือสร้างเซ็กเม้นต์ใหม่ที่ฉีกหนีร่มเงาออกไปจากที่มีอยู่เดิมในตลาด

เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดสปอร์ตดริงค์ทั้งสปอนเซอร์ เอ็มสปอร์ต และเกเตอเรด เริ่มจับทางได้ และอัดงบเข้ามาเพื่อทำการตลาด ทำให้กระแสของยูนิฟ ไอเฟิร์ม ถูกกลบไป จนไม่แรงเหมือนช่วงปีแรกที่วางตลาด

เช่นเดียวกับความก้ำกึ่งของภาพสินค้าที่โน้มเอียงมาทางความเป็นน้ำผลไม้มากกว่าในสายตาของผู้บริโภค ทำให้ต้องเผชิญกับการแข่งขันทั้ง 2 ทาง แทนที่จะเป็นการเดินในตลาดใหม่ที่ตัวเองต้องการสร้างขึ้น

ประกอบกับ ตัวเจ้าของแบรนด์คือยูนิ-เพรสซิเดนท์ ขาดการโฟกัส  และทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เพียงไม่กี่ปี แคชชวล สปอร์ตดริงค์แบรนด์นี้ก็ต้องเก็บฉาก หายไปจากตลาดบ้านเราในที่สุด..... 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.