เจาะวิธีคิดซีพีเอฟในตลาดไส้กรอก รุกให้สอดรับกับเน็ตเวิร์คของเซเว่น อีเลฟเว่น

Jun 13, 2019 R.Somboon

แม้ตลาดไส้กรอกมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท จะมีการเติบโตไม่มากนักเพียงแค่ 2 – 3% แต่ความน่าสนใจของตลาดนี้ก็คือ ยังมีโอกาสทางการตลาดซ่อนอยู่อีกค่อนข้างมาก หากมองจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนไทยรุ่นใหม่ที่วันนี้มีการบริโภคอาหารมากกว่า 3 มื้อต่อวัน โดยบางคนมีตัวเลขเฉลี่ยถึง 5 – 6 มื้อต่อวัน ซึ่งนอกจากมื้อหลัก 3 มื้อแล้ว ยังมีมื้อกินเล่น หรือมื้อที่กินรองท้องแบบสแน็คอีกอย่างน้อยๆ 2 – 3 มื้อต่อวัน

มื้อกินเล่นนี้ กลายเป็นโอกาสทางการตลาดที่กลุ่มซีพีโดยซีพีเอฟ มองเห็น และพยายามที่จะเข้าไปสร้างรูปแบบการบริโภคไส้กรอกให้ออกมาในลักษณะของการกินเป็นสแน็ค นอกเหนือจากการเอาไปเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารแต่ละประเภท ซึ่งต้องบอกว่า ซีพีเอฟ มีการทำกลยุทธ์ในเรื่องดังกล่าวนี้ออกมาค่อนข้างดี

เพราะนอกจากการทำในเรื่องของแพ็กไซส์ที่ไม่ได้เน้นขายแบบตักชั่งกิโลในซูเปอร์ แต่ทำออกมาเป็นแบบแพ็กซอง 3 – 4 ชิ้นที่สามารถกินเป็นสแน็คได้ง่ายเพียงเอาเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟก็สามารถรับประทานเป็นมื้อรองท้องได้อย่างง่ายดายแล้ว

ในเรื่องของช่องทางขายก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะซีพีเอฟมีร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นช่องทางขายที่สำคัญ และเข้ามาสอดรับกับไลฟ์สไตล์ในการบริโภครูปแบบดังกล่าวได้เป็นอย่างดี การเติบโตส่วนหนึ่งของไส้กรอกจากค่ายนี้ จึงขึ้นอยู่กับการเพิ่มขึ้นของสาขาของเซเว่น อีเลฟเว่นด้วย

วิทวัส ตันติเวสส รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ บอกกับเราว่า ช่องทางการขายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มีสัดส่วนประมาณ 49% ของยอดขายโดยรวมของไส้กรอกในเครือซีพีเอฟ ส่วนอีก 28% จะเป็นการขายผ่านแม็คโคร ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จึงเป็นช่องทางขายสำคัญที่เข้ามาช่วยผลักดันการเติบโต

 

ปัจจุบัน ตลาดไส้กรอกของบ้านเรา จะแบ่งออกเป็นตลาดพรีเมียมที่มีราคาขายกิโลกรัมละ 400 บาทขึ้นไป มีสัดส่วนประมาณ 6% ของตลาด ไส้กรอกเกรดเอ ราคาขาย 200 – 400 บาทต่อกิโลกรัม สัดส่วน 45% และไส้กรอกระดับกลางลงมาล่างราคาขาย 50 – 200 บาทต่อกิโลกรัม มีสัดส่วน 49% โดยซีพีเอฟ มีไส้กรอกอยู่ 4 แบรนด์หลักคือ แบรนด์ ซีพี บีเคพี ซูเปอร์เชฟ และมิสเตอร์ซอสเซจ โดยทั้ง 4 แบรนด์ จะจับตลาดที่แตกต่างกันไป มีบุชเชอร์กับมิสเตอร์ซอสเซจ อยู่ในตลาดพรีเมียม แบรนด์ซีพี จะจับตลาดเกรดเอ และบีเคพี เป็นตลาดระดับกลาง โดยส่วนแบ่งตลาดรวมของซีพีเอฟจะอยู่ที่ประมาณ 31%

สำหรับการทำตลาดไส้กรอกของซีพีเอฟนั้น จะให้ความสำคัญกับ 2 แบรนด์หลักคือ แบรนด์ซีพีที่จับตลาดในเซ็กเม้นต์เกรดเอ และบุชเชอร์ในตลาดพรีเมียม โดยบุชเชอร์จะเป็นไส้กรอกเนื้อหยาบที่มีราคาขายมากกว่าซีพีแบรนด์ประมาณ 15%

ทั้ง 2 แบรนด์ จะมีแคมเปญการตลาดเพื่อสนับสนุนการขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบุชเชอร์มีการเปิดตัวแคมเปญการตลาดที่มีการเลือก นนท์ ธนนท์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ช่วยไขปริศนาความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ของบุชเชอร์ ถือเป็นพรีเซ็นเตอร์คนที่ 2 ต่อจากชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต โดยไส้กรอกแบรนด์นี้เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 เพื่อเติมเต็มในตลาดพรีเมียมให้กับซีพีเอฟ

 “การมีกิจกรรมการตลาด รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาด เข้ามามีผลต่อการเติบโตของไส้กรอกซีพี โดยในปีนี้ บุชเชอร์จะใช้งบการตลาดประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมการตลาดสนับสนุนการขาย การเลือกพรีเซ็นเตอร์อย่างนนท์ ธนนท์ ก็เพื่อที่จะเข้ามาช่วยสะท้อนภาพของการเป็นแบรนด์ที่เน้นในเรื่องคุณภาพของสินค้า และการมีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยบุชเชอร์มียอดขายผ่านช่องทางหลักอย่างเซเว่น อีเลฟเว่นถึงกว่า 50% การขยายสาขาของเซเว่นอีเลฟเว่นอย่างต่อเนื่องจึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่มีผลบวกต่อการเติบโตของตลาดไส้กรอกพรีเมียมอย่างบุชเชอร์”

 

หากย้อนไปดูที่จุดตั้งต้นของการสร้างตลาดไส้กรอกของซีพีแล้วจะพบว่า ซีพี มองเห็นเทรนด์ของการบริโภคไส้กรอกว่า รูปแบบส่วนใหญ่จะเป็นการบริโภคแบบสแน็คที่สามารถสร้างโอกาสในการบริโภคได้ตลอดทุกช่วงเวลา ทั้งการกินเพื่อรองท้องก่อนมื้อหลัก และการกินเล่น หรือแชร์กันในกลุ่มเพื่อนในงานปาร์ตี้ต่างๆ จึงมุ่งไปที่การสร้างตลาดไส้กรอกผ่านรูปแบบการบริโภคในลักษณะดังกล่าว

เมื่อประกอบเข้ากับร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของสามารถสร้างเครือข่าย และเข้าถึงลูกค้าได้ค่อนข้างกว้าง ด้วยจำนวนสาขากว่าหมื่นสาขาในปัจจุบัน จึงมุ่งเข้ามาที่การสร้างตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว โดยทำไปพร้อมกับการใช้กลยุทธ์ในเรื่องของไซส์ซิ่ง และตัวแพ็กเกจจิ้งที่ขายเป็นแพ็ก ไม่ใช่การขายแบบตักชั่งกิโลเหมือนกับไส้กรอกที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต

ขณะที่การทำตลาดเพื่อสนับสนุนการขายนั้น ก็พุ่งตรงมาที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักศึกษา และคนเริ่มต้นทำงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในความถี่ที่มากกว่ากลุ่มเป้าหมายอื่นๆ  จึงกลายเป็นแรงส่งชั้นดีที่ทำให้ไส้กรอกในเครือของซีพีเอฟก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้สำเร็จ

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับไส้กรอกซีพีนั้น นอกจากเรื่องของการตลาดที่ทำออกมาเข้มข้นแบบต่อเนื่องไม่หยุดแล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือ การมีช่องทางขายที่แข็งแกร่งอย่างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เข้ามาเป็นตัวสนับสนุน ซึ่งถ้าจะบอกว่า กลุ่มซีพีเองมีการวางกลยุทธ์การสร้างตลาดไส้กรอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะสร้างรูปแบบการบริโภคสินค้าประเภทนี้ให้เป็น “สแน็ค” ที่สามารถกินได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดแค่การกินตามมื้ออาหาร ช่องทางขายผ่านร้านคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น จึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของยุทธการในการสร้างตลาดไส้กรอกตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

ที่สำคัญ ยังเป็นตัวสะท้อนภาพให้เห็นถึงแนวทางของกลุ่มซีพี ซึ่งมองถึงการทำตลาดแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ คือเรื่องของการผลิต กลางน้ำ คือการจัดจำหน่าย และปลายน้ำ ที่เป็นร้านค้าปลีก ซึ่งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นเครือข่ายการขายที่ทรงพลังที่พร้อมจะเข้ามาขับเคลื่อนการเติบโตให้กับไส้กรอกในเครือของซีพีเอฟได้อย่างเต็มรูปแบบ...

 

food

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.