ยุคนี้ต้องโฟกัส ซัมซุงมุ่งทำตลาดพรีเมียมแบบ Fragment

Jul 05, 2019 R.Somboon

สิ่งที่ซัมซุงต้องเผชิญคือการเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งจากแบรนด์เกาหลีด้วยกัน แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น รวมถึงแบรนด์จากจีนที่ทั้งหมดต่างก็พุ่งเป้ามาที่การยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น เพื่อขึ้นมาเทียบชั้น และแข่งขันในตลาดที่ซัมซุงยึดครองมานาน

การที่ทุกค่ายพุ่งเป้ามาที่ตลาดพรีเมียมนั้น เนื่องจากยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทั่วโลกรวมถึงบ้านเรา ทั้งนี้ก็เพราะผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มพรีเมียมมีกำลังซื้อที่ดี และไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากนัก

ขณะเดียวกันหากมองโครงสร้างของตลาดแล้ว จะพบว่า กลุ่มลูกค้าที่อยู่ตรงกลางจะเริ่มลดบทบาท หรือหายไปจากตลาดมากขึ้น และตลาดจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือไม่บนก็ล่างอย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

การยกระดับแบรนด์สู่พรีเมียมของซัมซุง จึงเป็นการวางรากฐานการเติบโตที่มองเทรนด์ของตลาดได้อย่างขาดลอย โดยโจทย์ข้อใหญ่ของซัมซุงหลังจากนี้ไป คือจะทำอย่างไรให้สามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมของตัวเองไว้ให้ได้อย่างเหนียวแน่น เพราะตลาดนี้เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อแบบไม่สิ้นสุด ไม่ว่านวัตกรรมของซัมซุงที่เข้ามาใหม่จะมีราคาสูง แต่กลุ่มนี้ก็ไม่กังวลเรื่องราคา

 ในปี 2562 นี้ ซัมซุงมีการเปิดไลน์อัพเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมใหม่ๆ หลายประเภท อย่างในตลาดทีวีก็เปิดตัวคิวแอลอีดี ทีวี (QLED TV) ปี 2019 เดอะ เฟรม (The Frame) เข้ามาทำตลาด ซึ่งจะเน้นความคมชัดในระดับ 8K เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการรับชมของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศความร่วมมือกับแอปเปิ้ล รองรับแอพพลิเคชั่น iTunes Movie & TV Shows และ Apple AirPlay 2 บนซัมซุง สมาร์ททีวี รุ่นปี 2019 โดยเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยซัมซุง สมาร์ททีวี รุ่นปี 2018 นั้น จะสามารถใช้บริการดังกล่าวได้เช่นเดียวกันผ่านการอัพเดทเฟิร์มแวร์ ทั้งนี้แอพพลิเคชั่นจากฝั่งแอปเปิ้ล อย่าง iTunes Movie & TV Shows บนซัมซุงสมาร์ททีวีจะเปิดให้บริการใน 100 ประเทศ รวมทั้งรองรับแอพพลิเคชั่น AirPlay 2 ในอีกกว่า 190 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การทำตลาดของซัมซุงในปีนี้ ไม่ได้แค่มองที่การเซ็กเม้นต์ผู้บริโภคแบบเดิมๆ อีกต่อไป เพราะแม้จะมุ่งมาที่ลูกค้ากลุ่มพรีเมียม แต่ซัมซุงก็มีการมองพวกเขาโดยแบ่ง Fragment ลงลึกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน โดยแบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่ม พร้อมกับเลือกใช้เครื่องมือในการสื่อสารกับพวกเขาให้เหมาะสม และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงลึก

 

กลุ่มเป้าหมายที่ซัมซุงมองนั้น จะแบ่งออกเป็น

1.โมเดิร์น ลักชัวรี่ หรือผู้ที่เกิดมารวย ปัจจัยด้านราคาไม่มีผล มองหาสินค้าที่ดีที่สุด เหมาะกับตนที่สุด เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้นับเป็นสิ่งที่บ่งบอกสถานะ คนกลุ่มนี้แม้มีอยู่ไม่เกิน 5% ของประชากรทั้งหมด ทว่ากำลังซื้อสูงมากและมีโอกาสสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี โดยลูกค้ากลุ่มนี้พร้อมจะใช้จ่ายเงินเพื่อแลกกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ

 2.พรีเมียม มิลเลนเนียล(เจนวาย) ผู้ไม่ยอมตกเทรนด์ ต้องการใช้สินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด ชอบโชว์ว่ามีใช้ก่อนใคร นอกจากด้านฟีเจอร์ ดีไซน์สำคัญมาก

3.เจนแซดอายุระหว่าง 13-25 ปี มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง ความอดทนน้อย ต้องการความเร็วในทุกเรื่อง กลุ่มนี้ที่จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ

 

ซัมซุงมีการใช้สื่อหรือแอพโซเชียลเน็ตเวิร์คใหม่ๆ ซึ่งเป็นที่นิยม เพื่อเจาะทั้งหัวเมืองใหญ่และหัวเมืองรอง เป็นการทำตลาดที่รับมือกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความซับซ้อน หรือมีการเซ็กเม้นเทชั่นมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนจากการตลาดในยุคเดิมที่แบรนด์เดียวสามารถตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง

ในการนี้ ซัมซุงจะให้ความสำคัญกับการสร้างความชัดเจนในตัวสินค้าแต่ละซีรีส์มากขึ้น ไม่ใช่แค่การมุ่งโฟกัสไปที่ตัวสินค้าที่เป็นเรือธงเพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้บริโภคมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งแม้ไม่ได้ตอบโจทย์ลูกค้าแบบ One to One แต่ก็จะมีการทำตลาดในลักษณะของการ Personalize แบบลงลึกมากขึ้น

เป็นการโฟกัสทาร์เก็ตที่ลงลึก เพื่อสร้างกลุ่มก้อนของคนรักแบรนด์ซัมซุงนั่นเอง....

 

เครื่องใช้ไฟฟ้า

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.