เต็ดตรา แพ้ค สร้างนวัตกรรม มหัศจรรย์ หลังคาเขียวจากกล่องเครื่องดื่ม

Jul 10, 2019 -None-

จากรายงานสรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2561 ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมา มีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 27.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.64% ซึ่งในจำนวนนี้ถูกคัดแยกและนำกลับไปใช้ประโยชน์ 34% กำจัดอย่างถูกต้อง 39% และกำจัดไม่ถูกต้อง 27%

ข้อมูลของสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม พบว่า 1 ใน 3 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมดเป็นขยะบรรจุภัณฑ์ โดยมีการนำกลับมารีไซเคิลได้เพียง 19% เท่านั้น

ในฐานะของผู้ประกอบการด้านกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำ อย่าง เต็ดตรา แพ้ค ซึ่งมีนโยบายชัดเจนในเรื่องของความยั่งยืน ได้ตระหนักถึงปัญหาและความมีส่วนร่วมในการลดขยะมูลฝอยที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์รวมทั้งการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ของการผลิตที่เป็นส่วนหนึ่งในของนโยบายองค์กรอีกด้วย

คุณฐาปนี จันทร์หอม ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เต็ดตรา แพ้ค มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน โดยเฉพาะการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การใช้ทรัพยากรทดแทนได้และการรีไซเคิล ในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ เราทราบวิธีการจัดการที่เหมาะสม และรู้ว่ากล่องเครื่องดื่มเป็นวัตถุดิบที่มีค่า จึงไม่อยากเห็นกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลายไปเป็นขยะ”

จึงได้เริ่มให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการจัดเก็บและรวบรวมกล่องเครื่องดื่มกลับมารีไซเคิลมาเกือบ 20 ปีแล้ว ผ่านทางโครงการต่างๆ ที่ร่วมกับทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ โดยล่าสุดกับโครงการ“หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” ที่ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2553 เพื่อรณรงค์และสนับสนุนให้เกิดการคัดแยกจัดเก็บ และรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วอย่างยั่งยืน

เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยการช่วยจัดเก็บกล่อง และนำกล่องเครื่องดื่มที่บริโภคแล้ว กลับมารีไซเคิลเป็นแผ่นหลังคา มอบให้กับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม จากสโลแกนของโครงการ “รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มวันนี้ คืนสิ่งดีๆ สู่สังคมและสิ่งแวดล้อม” ที่ใส่ความคิดเชิงบวกให้เห็นถึงการมาร่วมกันทำสิ่งง่ายๆ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศจากการเผาหรือฝังกลบกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว  และผลิตภัณฑ์รีไซเคิลที่ได้ ยังสามารถนำไปสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้ที่ประสบภัยและขาดแคลนอีกด้วย

“ทางเต็ดตรา แพ้ค ได้ดำเนินโครงการหลังคาเขียวมากว่า 8 ปีแล้ว และปีนี้ มีการลงนามข้อตกลงร่วมกับพันธมิตรโครงการในการขยายโครงการอย่างต่อเนื่องไปอีก 3 ปี โดยโครงการฯ ได้ผลิตแผ่นหลังคาเขียวไปแล้วกว่า 60,000 แผ่น อาจฟังดูเหมือนไม่เยอะ แต่ยอดของการรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับมาในโครงการนี้มีเกือบ 200 ล้านกล่องเลยทีเดียวโครงการนี้ จึงช่วยขยายการเดินทางของเจ้ากล่องนี้ไม่ให้จบอยู่แค่ที่กองขยะ แต่นำเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน กลับมาเป็นวัตถุดิบมีค่าในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อไป”

การมีพันธมิตรยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้โครงการก้าวต่อไปได้ จึงได้เกิดร่วมมือกับพันธมิตร 6 องค์กร โดยแต่ละองค์กรจะมีบทบาทที่สำคัญ ทำให้มีการขยายโครงการหลังคาเขียวอย่างต่อเนื่องในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

คุณฐาปนี กล่าวว่า “การที่จะทำโครงการหลังคาเขียวนี้ขึ้นมาได้เป็นความสำเร็จร่วมกันของพันธมิตรร่วมโครงการ เราต้องมองหาองค์กรที่มาตอบโจทย์ในแต่ละส่วนร่วมกับเรา อย่างเรื่องจุดรับกล่องเครื่องดื่มกับผู้บริโภคทั่วประเทศ บิ๊กซี ก็มีความพร้อมและมีบทบาทที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ที่สามารถตั้งจุดรับให้ได้ทั้งกว่า 140 สาขา ที่กระจายอยู่เกือบทุกจังหวัด

จากนั้น มองต่อไปอีกว่าองค์กรไหนที่ใช้ประโยชน์จากหลังคาเขียวได้ และสามารถเป็นสื่อกลางในการไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนได้ ก็เลยนึกถึงมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพราะเราทราบกันดีว่ามูลนิธิฯ มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทยอยู่แล้ว”

และยังมีอีกสองหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนโครงการมาตั้งแต่ต้น คือ ศูนย์รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม โดยบริษัทไฟเบอร์พัฒน์ และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยหลังจากดำเนินโครงการมาถึงปี 2558 เรามองว่าถ้ามีองค์กรที่เป็นสื่อเข้ามาร่วมด้วย ก็จะทำให้การประชาสัมพันธ์เป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น จึงได้ร่วมมือกับ TV 360องศา เพราะเขามีแนวคิดและทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน จึงชวนมาเป็นพันธมิตรโครงการ

“ย้อนไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว คนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากล่องเครื่องดื่มสามารถรีไซเคิลได้ เป้าหมายของเต็ดตรา แพ้ค ในตอนนั้นคือ ทำให้เกิดการรับรู้ และถ้าเขารู้แล้ว ก็ต้องย้ำถึงวิธีการจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มที่ถูกต้องที่ไม่เป็นภาระกับเขามากนัก วิธีง่ายๆ ที่เขาสามารถส่งกล่องกลับมาสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องได้”

นับได้ว่าโครงการหลังคาเขียว ถือว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ เพราะปีแรกจำนวนกล่องที่เก็บได้ เพียงแค่ 7.2 ตัน ในปีถัดๆไป จำนวนตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2562 นี้ ตั้งเป้าว่าจะต้องเก็บกล่องเครื่องดื่มได้ 30 ตัน และนำมาทำเป็นแผ่นหลังคาอย่างน้อย 4,000 แผ่น

“สิ่งที่เราอยากได้คือกล่องที่บริโภคแล้ว กลับมาสู่กระบวนการรีไซเคิลทั้งหมด ในส่วนของผู้ผลิต เราพยายามทำในสิ่งที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่และเป็นประโยชน์มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้บริโภค หน่วยงานรัฐ ผู้จัดเก็บ ผู้รีไซเคิลมาช่วยกันต่อจุดให้ครบวงจรของการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม” คุณฐาปนี กล่าว

ทุกคนสามารถช่วยกันรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มได้ โดยการเก็บกล่องเครื่องดื่ม แล้วนำไปหย่อนที่ Big C ซึ่งจะลำเลียงจากทุกสาขามาที่ศูนย์กระจายสินค้าที่วังน้อยเพื่อให้โรงงานรีไซเคิลของไฟเบอร์พัฒน์มารับไปเข้ากระบวนการต่อไป แต่ก่อนนำไปหย่อนที่ Big C จะต้องมีการจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มอย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพในการนำมารีไซเคิลมีด้วยกัน 3 วิธี

วิธีที่ 1 คือการแกะ ล้าง เก็บ สำหรับกล่องรูปทรงขวด เริ่มจากตัดด้านล่างของขวดกระดาษและด้านข้าง แยกส่วนกระดาษและพลาสติกออกจากนั้นล้างทำความสะอาดและเอาไปผึ่งแห้ง เพื่อป้องกันนมหรือเครื่องดื่มตกค้างส่งกลิ่นเหม็น

วิธีที่ 2 คือการพับเล็ก ที่เป็นวิธีที่ดีที่สุด วิธีนี้ไม่ต้องใช้น้ำ ทำได้ทันทีหลังดื่มเสร็จ เมื่อพับเสร็จเราจะได้กล่องขนาดกะทัดรัด ไม่มีออกซิเจนอยู่ข้างในกล่อง

และวิธีที่ 3 คือการพับแบน ดึงหูบนหูล่าง วิธีนี้ไม่ต้องใช้สกิลการพับแบบวิธีที่ 2  แค่ดึงหูและรีดกล่องกระดาษให้แบนเพื่อไล่ออกซิเจนในกล่อง

การจัดการกับกล่องทั้ง 3 วิธีจะช่วยลดกลิ่น ลดแมลงตอม และทำให้การขนส่งมาที่โรงงานรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับกล่องฟูๆ ซึ่งเปลืองพื้นที่และสิ้นเปลืองพลังงานในการขนส่ง

เราทุกคนสามารถทำได้ โดยการเปลี่ยนจากกล่องเครื่องดื่ม ให้กลายเป็นหลังคา ส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้ โดยร่วมบริจาคกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วให้กับโครงการหลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ได้ที่จุดรับกล่องในห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สนใจโครงการฯ ติดตามได้ที่ www.tetrapak.com/th/thaigreenroof หรือสอบถามไปที่ศูนย์ข้อมูลโครงการหลังคาเขียวฯ โทร 02 747 8881

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.