ถอดกรณีศึกษา เมื่อดีไซเนอร์ก้าวข้ามมาเป็น “แบรนด์”

Jul 09, 2019 R.Somboon

เคยไหมยามที่เดินผ่านไปตามสถานที่ต่างๆ แล้วได้เห็นชิ้นงาน หรือสินค้าบางชิ้นที่ขายอยู่ตามร้านรวงต่างๆ ในห้าง หรือได้สัมผัสบรรยากาศภายในอาคาร สถานที่ ก็สามารถบอกได้ทันทีว่า สินค้า หรือสถานที่นั้นๆ เป็นงานออกแบบของใคร จากเอกลักษณ์และกลิ่นอายเฉพาะตัวอันโดดเด่น ยากที่จะหาใครมาลอกเลียนแบบจากฝีมือของนักออกแบบที่แม้จะไม่มีชื่อแปะไว้ หากก็สามารถรู้ได้ทันทีถึงตัวเจ้าของผลงาน

แม้ในหลายๆ ครั้ง สินค้าแต่ละชิ้นจะมีฟังก์ชั่น มีลักษณะการใช้งานที่ต่างกัน หรือเป็นสินค้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ Signature ที่เป็นเอกลักษณ์ เปรียบเสมือน “แกนการดีไซน์” ของ Designer แต่ละคนก็ยังคงฝังอยู่ในชิ้นงานนั้นๆ อย่างแยกไม่ออก เป็น Identity ที่แม้เพียงมองก็สามารถรู้ได้ทันทีว่างานออกแบบสไตล์นี้ คืองานของใคร

อาจกล่าวได้ว่า ความสามารถเฉพาะตัวในการสรรค์สร้างเอกลักษณ์ของ Designer แต่ละท่าน เป็นตัวเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้การออกแบบชิ้นนั้นๆ ทำให้สามารถเปลี่ยนผลงานเป็นแบรนด์ได้อย่างไม่ยากเย็น ผ่านการสะท้อนจากรูปทรง สี หรือแม้แต่วัสดุที่ใช้ในแต่ละชิ้นงาน และท้ายที่สุด Designer ผู้สร้างผลงานเหล่านั้นต่างก็มีความเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออกกับแบรนด์ของตัวเอง

แม้แต่แบรนด์ดังระดับโลกก็ยังใช้วิธีดังกล่าวเพิ่ม Value ให้กับสินค้าและบริการผ่านการดึง Designer เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบสินค้าเป็น Collection พิเศษเพื่อสร้างความต่าง และที่สำคัญ คือ สร้างความรู้สึกพิเศษให้กับสินค้ารุ่นนั้นๆ เช่น แบรนด์ Sportswear ชื่อดังอย่าง Adidas ได้ทำ Exclusive Project ร่วมกับ Designer ชื่อดังชาวญี่ปุ่นอย่าง “Yohji Yamamoto” นอกจากนี้ ยังได้จับคู่กับดีไซเนอร์มาแรงชาวอังกฤษอย่าง “Stella McCartney” ที่ผลงานได้ครองใจสาวๆ ทั่วโลก เพื่อเน้นเอาใจผู้หญิงและเจาะตลาด Women’s Wear โดยเฉพาะ ซึ่งชุดเครื่องแต่งกายที่ออกแบบโดย Stella McCartney ได้ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2005 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ในโลกนี้มีนักออกแบบอยู่หลายท่านที่สามารถสร้าง Personal Brand จากเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น และแน่นอนว่าหากเอ่ยชื่อไปหลายๆ คนต้องร้องอ๋อ...!!! กันอย่างแน่นอน

เคยสงสัยไหมว่า บรรดา Designer เหล่านี้เขาสามารถเปลี่ยนผลงานเป็นแบรนด์ได้อย่างไร ? และแบรนด์เหล่านี้มีเบื้องหลังอย่างไร ?  จะดีไหมถ้าได้ทำความรู้จักเล็กๆ น้อยๆ พอเป็นน้ำจิ้มว่าใครเป็นใครกันบ้างที่หลังฉาก…

 

 

Philippe Starck

Philippe Patrick Starck นักออกแบบชาวฝรั่งเศสคนนี้ เป็นทั้งซูเปอร์สตาร์ดีไซเนอร์ และศิลปิน อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็น Designer ที่โด่งดังที่สุดใน New Design Style เขาออกแบบมาตั้งแต่ไม้จิ้มฟันไปจนถึงตึกระฟ้าสวยๆ ของโลกนับไม่ถ้วน จากเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่นของ Starck ได้กลายเป็น Personal Brand เพราะเพียงเห็นชิ้นงาน หรือได้สัมผัสบรรยากาศภายในอาคาร สถานที่ที่ Starck ออกแบบ ก็จะรู้ได้ทันทีว่า นี่คืองานของสุดยอดดีไซเนอร์ระดับโลกชาวฝรั่งเศส งานออกแบบของ Starck มีสไตล์เฉพาะ, เพรียว (Streamlined), และมีความเป็น Organic รวมถึงถูกสร้างสรรค์ด้วยการผสมผสาน Material ที่ไม่ธรรมดา เช่น แก้ว และหิน, พลาสติก และอะลูมิเนียม เป็นต้น

Starck แตกต่างกับ New Design Artists คนอื่นๆ ตรงที่การเปลี่ยน Object ธรรมดา ให้กลายเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์ ความพึงใจ และความดื่มด่ำของประสบการณ์ มีการกล่าวกันว่า บุคลิกของ Starck ก็มีส่วนผสม 2 อย่าง คือ ความเป็นคนเจ้าสำราญแบบฝรั่งเศส และความเป็นคนเซอร์ๆ จุดเน้นในงานออกแบบของเขาอยู่ที่ประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ Starck มีแนวคิดว่า งานออกแบบที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเพียงชิ้นเดียว และราคาสูง งานออกแบบของเขาจึงเป็นงานที่มีคุณภาพในราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถซื้อใช้ได้ ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงงานดีไซน์  และมีผลทำให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้เปลี่ยนไป

Paul Smith

ท่านเซอร์ Paul Smith เป็นนักออกแบบชื่อดังจากเมืองผู้ดีอังกฤษ ใครจะรู้บ้างว่าความจริงแล้วเขาอยากเป็นนักปั่นจักรยานมาก่อน แต่หลังจากประสบอุบัติเหตุทำให้ไม่สามารถทำตามฝันเดิมได้ จึงเบนเข็มมาที่ความสนใจอีกอย่าง คือแฟชั่น แบรนด์ของเขาโด่งดังและก้าวขึ้นสู่ทำเนียบแบรนด์ระดับโลกหลังจากเปิดตลาดในญี่ปุ่น ซึ่งทำให้แบบเสื้อผ้าของเขาได้รับความนิยมจนสร้างชื่อในเอเชียได้สำเร็จ และเป็นที่มาของสาขาอื่นๆ ในเอเชียอีกหลายสาขา รวมไปถึงประเทศไทยด้วย

งานออกแบบของ Paul Smith มีกลิ่นอายของความเป็นผู้ดีสูง ถึงแม้ว่าแบรนด์ Paul Smith จะเริ่มต้นด้วยเสื้อผ้าผู้ชายด้วยจุดขายที่ขายความ Classic หากงานออกแบบที่เปรียบเสมือน Signature เฉพาะตัวของเขาคือ ลาย Multi-Strip สีสดเป็นเอกลักษณ์ที่เอาไปแปะกับอะไรก็ดูโก้ขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำหอม รถมินิ ถุงเท้า บ๊อกเซอร์ ฯลฯ โดยมีบุคลิกแสดงถึงความเป็นชายอังกฤษอารมณ์ดี ขี้เล่น ผ่านการเลือกใช้สีสันที่สดใส

Paul Smith เป็นทั้ง Designer และ Retailer ที่เรียกได้ว่ามีความสามารถด้านการออกแบบ แถมยังมีหัวการค้าด้วย จะเห็นได้ว่า Paul Smith เป็น Designer ที่กล้าคิดค้น Collection ใหม่ๆ และขยาย Line สินค้าอยู่ตลอดเวลาเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป และผลปรากฏว่าผลงานของเขาได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และถือเป็น Design ที่ถูกใจคนทั่วโลก โดยรายได้กว่า 75% ของ Paul Smith มาจากตลาดต่างประเทศ

 

Yohji Yamamoto

Yohji Yamamoto ดีไซเนอร์สัญชาติญี่ปุ่นระดับตำนานที่มีดีกรีดังไกลไปทั่วโลก ด้วยฝีไม้ลายมือในการออกแบบสไตล์ Avant-Garde ที่ไม่เหมือนใครและไม่ธรรมดา Designer แดนอาทิตย์อุทัยผู้นี้ดูเหมือนจะดังอย่างหยุดไม่อยู่หลังจากเปิดตัว Collection ของเขาใน Paris เมื่อปี 1981 แบรนด์ “Y’s” ซึ่งเป็นอักษรที่มาจากชื่อและนามสกุลของเขาได้โด่งดังไปในแต่ละเมืองแฟชั่นอย่าง London, New York

ฝีไม้ลายมือในรวมถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการออกแบบของ Yamamoto ทำให้เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางวงการแฟชั่น และเขาก็ได้รับเชิญให้ไปทำงานร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ และหนึ่งในนั้น คือ “Y-3” ที่เขาร่วมทำกับ Adidas เพื่อทำ Sportswear สไตล์แฟชั่น

Issey Miyake

Issey Miyake นักออกแบบเสื้อผ้าชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก จากผลงานที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างเหนือชั้น ขึ้นขื่อว่า Issey Miyake แล้วทุกผลงานล้วนแล้วแต่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องการตัดเย็บ และการใส่ใจในทุกรายละเอียด

นอกเหนือจากการผสมผสานวัฒนธรรมของทั้ง 2 ซีกโลกที่สะท้อนอยู่ในงานของ Miyake แล้ว เขายังเป็น Designer ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะในการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับงานศิลปะและแฟชั่นดีไซน์ Miyake มุ่งมั่นเป็นอย่างมากในการคิดค้นวิธีการตัดเย็บเสื้อขึ้นมาจากผ้าเพียงชิ้นเดียว เขาได้ก่อตั้ง “The Miyake Design Studio” ในช่วงปลายยุค 80 เขาเริ่มต้นทดลองกับการจับพลีต ซึ่งเสื้อผ้าสไตล์ “พลีต” ไม่เป็นเพียงเอกลักษณ์ของ Miyake เท่านั้น หากยังถือเป็นผลงานที่ปฏิวัติวงการแฟชั่นโลกผ่านนวัตกรรมที่เป็นแบบฉบับเฉพาะของ Miyake อีกด้วย นอกจากนี้ นาฬิกาดีไซน์เท่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม และน้ำหอมในขวดที่ออกแบบอย่างเก๋ไก๋ก็คงเป็นสิ่งที่หลายคนนึกถึงหากกล่าวถึง Issey Miyake รวมถึงกระเป๋า “Bao Bao” ที่ราคาไม่เบาอย่างชื่อก็กำลังฮิตกันอย่างถล่มทลาย

 

Martha Stewart

เรื่องราวของผู้หญิงธรรมดาๆ นามว่า Martha Stewart คงจะไม่ถูกกล่าวถึงไม่ได้ในฐานะบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ให้กับตัวเองมากที่สุดคนหนึ่งในโลก ต้องยอมรับว่า ณ วันนี้ยังไม่มีใครสามารถมาเขย่าบัลลังก์ของเธอในฐานะเจ้าแม่กำหนดเทรนด์ Lifestyle ที่เป็นแรงบันดาลใจของคนทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำอาหาร ขนม การดูแลบ้าน รวมไปถึงการเย็บปักถักร้อย เรียกได้ว่าทุกวันนี้เธอมีอิทธิพลต่อผู้คนทั่วโลกโดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง และกลายเป็นว่า Martha Stewart กลายมาเป็นแบรนด์ในฝันของแม่บ้านยุคใหม่ทั่วโลกไปแล้ว

เพราะแบรนด์คือ การเล่าเรื่อง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเรื่องของผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ขยัน และต้องต่อสู้กว่าจะประสบความสำเร็จอย่าง Martha Stewart จึงถือเรื่องที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ และแบรนด์ของ Martha Stewart ก็ได้เข้าไปอยู่ในใจของคนทั่วโลกอย่างทุกวันนี้ รวมทั้งส่งผลให้สารพัดผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับบ้านและสวนภายใต้แบรนด์ Martha Stewart ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

ในประเทศไทยการมี Personal Brand อย่างที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ก็กำลังอยู่ในช่วงริเริ่มโดยที่ดีไซเนอร์ หรือสถาปนิกอาจจะไม่รู้ตัว

เพราะการสร้างสรรค์ผลงานออกมาทำให้คนจำนวนมากเริ่มรู้สึกได้ถึงเอกลักษณ์ส่วนตัวบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในรูปทรง สี หรือวัสดุ ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่ต้องอาศัยเวลากว่าที่จะสร้างการรับรู้ได้ถึงแบรนด์นั้นๆ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.