4,607
VIEWS

จะทำ “คอมมูนิตี้มอลล์” ให้สำเร็จ ต้องคำนึงถึง 4 ปัจจัยต่อไปนี้

Jul 23, 2019 R.Somboon

คำจำกัดความของ คอมมูนิตี้ มอลล์ ไม่เป็นเฉพาะแค่ตลาดสดแบบในอดีต แต่คอมมูนิตี้ มอลล์ ในวันนี้ ถูกปฏิวัติให้ขยายรูปแบบ-แตกเซ็กเม้นต์มากขึ้น จับหลากหลายกลุ่มผู้บริโภค หลายพื้นที่ หลากโลเกชั่นทั้งในเมือง และนอกเมือง มาดูกันว่าแต่ละเซ็กเม้นต์ของศูนย์การค้าชุมชนแบบเปิด มีอะไรบ้าง แต่ละรูปแบบมี Magnet หลักอะไรบ้าง

คอนวีเนียน ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (Convenience Shopping Center) แตกต่างจากคอนวีเนียน สโตร์ตรงที่คอนวีเนียน สโตร์ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางชุมชน ไม่ได้อาศัย Magnet อย่างอื่น มีพื้นที่ประมาณ 300-500 ตารางเมตร เป็นสเกลที่มีขนาดเล็กสุดเมื่อเทียบกับคอมมูนิตี้ มอลล์รูปแบบอื่นๆ และนอกจากมีคอนวีเนียน สโตร์แล้ว ยังมี Magnet อื่นเข้ามาเสริมแรง เช่น ร้านซักรีด, ร้านอาหารขนาดเล็ก, ไปรษณีย์ เป็นต้น โดยเป็นร้านที่ให้เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวัน

 

เนเบอร์ฮู้ด ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (Neighborhood Shopping Center) มี Magnet หลัก คือซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น ท็อปส์, วิลล่า มาร์เก็ต เป็นต้น และมี Magnet อื่นมาเสริมการใช้ชีวิตประจำวันที่มากกว่าคอนวีเนียน ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เช่น ร้านอาหาร, ร้านทำผม, ร้านหนังสือ, ร้านขายยา, ร้านซักรีด, ร้านทำเล็บ, ร้านเบเกอรี่, โรงเรียนสอนดนตรี ฯลฯ

ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ (Lifestyle Center) เป็นรูปแบบที่ Up-Scale ขึ้นมากกว่าคอนวีเนียน มอลล์ และเนเบอร์ฮู้ด ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ทั้งในแง่ของ Magnet ที่นำมาใส่ และพื้นที่ใหญ่จะอยู่ใจกลางเมืองเป็นหลักโฟกัสตลาดระดับกลาง-บน แน่นอนว่า Magnet สำคัญยังคงเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เจ-อเวนิว ของสยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มี Anchor คือ วิลล่า มาร์เก็ต และเมเจอร์ บูติก โบว์ล ซึ่งเจ-อเวนิว นับว่าเป็นต้นแบบของไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ อีกหลายแห่งที่สยามฟิวเจอร์ รุกค้าปลีกรูปแบบนี้

คอมมูนิตี้ มอลล์ เซ็นเตอร์ ใช้ Magnet สำคัญ คือ ไฮเปอร์มาร์เก็ต

ค้าปลีกเล่านี้เรียกรวมกันว่า คอมมูนิตี้มอลล์ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเข้าไปตอบสนองความต้องการ (Serve Need) ในชีวิตประจำวันของคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ หรือย่านนั้นๆ โดยแบ่งตามไซส์เล็กและใหญ่ไปตามแต่ละโลเกชั่น จำนวนประชากรเฉลี่ยฐานรายได้ต่อครัวเรือนในแต่ละพื้นที่เพื่อจะสามารถเซตรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ ว่าจะออกมาในรูปแบบใด

ส่วนสำคัญที่จะเป็นตัวผลักดันให้แนวโน้มคอมมูนิตี้ มอลล์ขยายกว้างมากขึ้น รวมถึงการเกิดค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆ นั้น ปัจจัยหลักมาจากพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะการเกิดของคอมมูนิตี้ มอลล์สมัยใหม่ถูกสร้างขึ้นมา โดยยังคงอยู่ภายใต้พื้นฐานความต้องการของผู้บริโภคในเรื่อง Daily Needs สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะของกินของใช้ และคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยนิยมเดินตลาดสดก็ตาม เพียงแต่วันนี้เปลี่ยนจากการเดินตลาดสดยุคเก่า มาเดินคอมมูนิตี้ มอลล์ยุคใหม่แทน

 

คอมมูนิตี้มอลล์สไตล์

สยามฟิวเจอร์

สยามฟิวเจอร์เป็นบริษัทที่พัฒนาโครงการช้อปปิ้งเซ็นเตอร์อื่นๆ อีกหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็ล้วนมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีจุดมุ่งหมายในการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป อาทิ

Convenience Shopping Center เป็นคอนวีเนียนเซ็นเตอร์ที่ไม่เน้นเรื่องของการดีไซน์ที่หวือหวา เช่น ลาดพร้าว 120 และแยกวังหิน

Neighborhood หรือ Market Place เน้นการดีไซน์ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แต่มีขนาดที่เล็กกว่าไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ เช่น มาร์เก็ตเพลส นวมินทร์ และมาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ

Lifestyle Center เป็นเซ็กเม้นต์ที่มีความชัดเจน เน้นความโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรม การดีไซน์ที่ดูแปลกตา มีการแบ่งเป็น Angle ที่ชัดเจน และเพิ่มลอยัลตี้ด้วยร้านค้าที่รายล้อม

 

Power Center เน้นการจัดวางโครงสร้างในลักษณะที่เป็นกล่องๆ โดยนำจุดเด่นของไฮเปอร์มาร์เก็ตเข้ามาเป็น Angle จึงไม่เน้นการดีไซน์มากนัก แต่เน้นสร้างความสะดวกในการเลือกซื้อของให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแม่บ้านเสียมากกว่า เช่น ที่เพชรเกษม เพาเวอร์เซ็นเตอร์ และเอกมัย เพาเวอร์เซ็นเตอร์

Urban Entertainment Center โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “Arte-tainment Avenue” เช่นที่ เอสพลานาด

นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม Stand-Alone Retail Store ที่กระจายตัวอยู่ในหลายๆ พื้นที่ 

หากโฟกัสเฉพาะกลุ่มไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ ที่มี เจ อะเวนิว ทองหล่อ และลา วิลล่า พหลโยธิน เป็นหัวหอกหลัก รวมถึงนวมินทร์ซิตี้ อะเวนิว และดิ อะเวนิว พัทยา ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกันดูแล้ว แต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน

นอกเหนือจากเรื่องของการตกแต่งตัวอาคารด้วยกันสาดสีขาว และการดีไซน์ที่มีส่วนโค้งส่วนเว้า การใช้เฉดดิ้งหลักๆ ด้วยโทนสีขาว และบริเวณด้านหน้ามีน้ำพุเป็นจุดดึงสายตา ท่ามกลางความร่มรื่นของธรรมชาติ

ด้านความแตกต่างที่อยู่ภายในตัวอาคารก็จะแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละโลเกชั่น ขึ้นอยู่กับว่า ไลฟ์สไตล์ของคนในละแวกนั้นเป็นอย่างไร

ยกตัวอย่าง เจ อะเวนิว ทองหล่อ มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก ในโครงการก็จะเน้นร้านค้า หรือร้านอาหารญี่ปุ่นค่อนข้างมาก

ขณะที่ นวมินทร์ซิตี้ อะเวนิว จะมีลักษณะของความเป็นที่พักอาศัยมากกว่า ก็จะมีร้านหนังสือขนาดใหญ่อย่าง บีทูเอส หรือร้านของใช้อเนกประสงค์อย่าง ไดโซะ ไปเปิด รวมถึงร้านอาหารหลากหลายสไตล์ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับกลุ่มเป้าหมายในโซนนั้นๆ

หากมองในแง่ของปัจจัยที่ทำให้ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ของเอสเอฟประสบความสำเร็จ กระทั่งกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้อยู่ในละแวกใกล้เคียง

อันดับแรกก็ต้องยกให้กับมุมมองในเรื่องของทำเลที่ตั้งตัวโครงการที่สยามฟิวเจอร์มีความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ

อีกทั้งการให้ความสำคัญกับองค์ประกอบในเรื่องของร้านค้าต่างๆ ที่จะใช้เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงเรื่องของการดีไซน์ที่ต้องแตกต่าง และชัดเจน

ในแง่ของการเป็นนักพัฒนาโครงการ สยามฟิวเจอร์ นับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องของไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์อย่างแท้จริง.....

 

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.