3,660
VIEWS

เมื่อเซเว่น อีเลฟเว่น มีออลคาเฟ่ แล้ว โลตัส – บิ๊กซี จะขยับตัวอย่างไรในตลาดร้านกาแฟ

Jul 30, 2019 R.Somboon

จากข้อมูลที่รวบรวมโดยเนสท์เล่ พบว่า ตลาดกาแฟโดยรวมของบ้านเรามีมูลค่าประมาณ 64,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ตลาดกาแฟที่ดื่มในบ้าน 38,000 ล้านบาท ตลาดไม่มีการเติบโต และตลาดกาแฟที่ดื่มนอกบ้านที่รวมทั้งกาแฟ RTD และร้านกาแฟทั่วไป ประมาณ 26,000 ล้านบาท ตลาดมีการเติบโตประมาณ 8% ซึ่งหากวัดเฉพาะตลาดที่เป็นร้านกาแฟแล้ว จะพบว่า ในจำนวนนี้เป็นตัวเลขที่มาจากร้านกาแฟทั้งที่เป็นเชนและไม่ใช่เชน 17,000 ล้านบาท เติบโตถึง 15.7%

แน่นอนว่า การเติบโตของตลาด นอกจากจะเป็นพฤติกรรม On the Go ที่ช่วยผลักดันให้ตลาดนี้มีการเติบโตค่อนข้างดีแล้ว เรื่องของการ “เทรดอัพ” หรือยกระดับการดื่มกาแฟของคอกาแฟชาวไทย จากการดื่มกาแฟผงสำเร็จรูปมาสู่การดื่มกาแฟคั่วบดหรือกาแฟสดมีการแผ่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีผู้เล่นทั้งรายใหญ่ กลาง และเล็ก ต่างเข้ามาทำตลาดร้านกาแฟกันเต็มสปีด ซึ่งยิ่งทำให้คอกาแฟ สามารถหาดื่มกาแฟสดในราคาที่หลากหลาย และสามารถเอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น ผลที่ตามมาเลยทำให้ตลาดนี้มีการเติบโตค่อนข้างดี

การเติบโตของตลาดร้านกาแฟนี้ ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น เมื่อร้านคอนวีเนียนสโตร์รายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ทำตลาดนี้มาพักใหญ่ๆ ด้วยการเปิดออลคาเฟ่ในเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีอยู่กว่าหมื่นสาขา สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เซเว่น อีเลฟเว่น มีการเซ็กเม้นต์คอกาแฟตามโลเกชั่นโดยใช้แบรนด์ออลคาเฟ่ สำหรับคนดื่มทั่วไป ในราคาที่สามารถจ่ายได้ง่าย ตั้งแต่ 25 – 40 บาท ซึ่งแพงกว่าร้านกาแฟรถเข็นไม่มากนัก

 

นอกจากนี้ยังมีแบรนด์“ออลล์ คาเฟ่ โกลด์” ที่เน้นลูกค้ากลุ่มพรีเมียม ในสาขาของเซเว่น อีเลฟเว่น ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว และแบรนด์ “คัดสรร” ที่ยังคงวางขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เช่นเดียวกัน แต่มีความเป็นพรีเมียมมากกว่า เพราะใช้วิธีการชงผ่านเครื่องชงมือซึ่งจะต่างจากออลคาเฟ่ ที่ใช้เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ

กลุ่มซีพี พยายามส่งแบรนด์ร้านกาแฟ ทั้งออลล์ คาเฟ่ (All Cafe) “ออลล์ คาเฟ่ โกลด์” (All Cafe Gold) คัดสรร มีการทำ Branding อย่างเต็มตัว โดยใช้สาขาของเซเว่น อีเลฟเว่นที่มีมากกว่าหมื่นสาขา เป็นตัวช่วยในการขยายตลาด ไม่เพียงเท่านั้น ยังแตกแบรนด์ อาราบิเทีย และจังเกิ้ลคาเฟ่ ออกมาเจาะตลาดวัยรุ่น คนทำงาน รวมถึงแบรนด์กาแฟมวลชนที่รุกผ่านรูปแบบการขายแฟรนไชส์ ซึ่งจะเป็นการสอดรับกับการรุกแบบเต็มพอร์ตเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เมื่อซีพีขยับให้น้ำหนักกับเรื่องนี้เต็มที่ โดยเฉพาะกับการเติมเต็มโดยใช้เครือข่ายสาขาของเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นตัวช่วย แล้วคู่แข่งในตลาดค้าปลีกไซส์เล็กที่เหลือจะรับมือกันอย่างไร....

 

เทสโก้ โลตัสจับมือ “ดอยตุง”

เติมเต็มร้านกาแฟในเอ็กซ์เพรส

การออกมาประกาศถึงแผนการปรับกลยุทธ์เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่เกิดจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของความเป็นสังคมเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ บ่งบอกได้ดีว่า เทสโก้ โลตัส ก็มองเห็นโอกาสของตลาดร้านกาแฟ จึงมีการร่วมมือกับกาแฟดอยตุง เพื่อเข้าไปเปิดในสาขาของโลตัส เอ็กซ์เพรสที่จะมีการลงทุนเปิดสาขาใหม่ในช่วง 3 ปีถัดจากนี้ไป 750 สาขา หรือเฉลี่ยปีละ 250 สาขา มากกว่าช่วงปกติที่เปิดเฉลี่ยปีละ 50 – 60 สาขา โดยสาขาที่เปิดนี้จะเน้นทำเลในเขตเมืองเป็นหลัก แน่นอนว่า ร้านกาแฟดอยตุงจะมีการตามเข้าไปเปิดเพื่อเติมเต็มภาพของการเป็นร้านค้าปลีกของคนเมืองให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

เพราะมีการเติบโตของสังคมเมืองนี้ยังทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มีการใช้ชีวิตแบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน รวมถึง ไลฟ์สไตล์แบบ “ออน เดอะ โก” ที่ล้วนส่งผลด้านบวกกับร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ เพราะไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ทำให้การบริโภคอาหารของคนเมืองเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีมื้อหลัก 3 มื้อ แต่ปัจจุบัน เริ่มมีมื้อทานเล่น หรือที่เรียกว่ามื้อรองท้องเพิ่มมากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่มีการบริโภคต่อวันมากกว่า 3 มื้อ บางรายมีถึง 5 – 6 มื้อ รวมมื้อทานเล่น

เช่นเดียวกับการดื่มกาแฟสด ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา ซึ่งนั่นคือโอกาสในการสร้างการเติบโตที่ดีให้กับทั้งเทสโก้ โลตัส และพันธมิตรคือร้านดอยตุง ที่ต่างเข้ามาช่วยเสริมซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่น่าจะถูกนำเข้ามาเป็นจุดขายสำคัญอย่างหนึ่งในการทำตลาดร้านกาแฟในโลตัส เอ็กซ์เพรส ก็คือเรื่องของความยั่งยืนภายใต้คอนเซ็ปต์ “จากดอยตุง สู่ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ชงความยั่งยืนใส่กาแฟแก้วคุณภาพ เพื่อคนไทยทั่วประเทศ” ซึ่งเป็นการนำเรื่องของการสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรที่ปลูกกาแฟที่โครงการหลวงอย่างดอยตุงเข้าไปให้การสนับสนุน เข้ามาเป็นจุดขายอย่างหนึ่งในการทำตลาด

ว่าไปแล้ว เรื่องของการสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งซัพพลายเชนนี้ เทสโก้ โลตัส ก็มีการนำมาเป็น 1 ในกลยุทธ์การทำตลาดอาหารสด ที่เทสโก้ โลตัส มีการเข้าไปรับซื้อผลผลิตจากมือของเกษตรกรโดยตรง โดยไม่ผ่านคนกลาง ซึ่งการทำตลาดร้านกาแฟเมื่อมองมาที่แบรนด์ดอยตุงเอง จึงน่าจะช่วยเพิ่มการรับรู้ได้เป็นอย่างดี

 

บิ๊กซี เตรียมขยับกาแฟวาวี

เข้าไปในทุกฟอร์แมต

การเข้าซื้อกาแฟวาวีของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ผ่านทางบริษัทบีเจซีเมื่อปลายปีที่แล้วนั้น นอกจากจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบิ๊กซีไฮเปอร์มาร์เก็ตและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของบีเจซีแล้ว กาแฟวาวี ยังน่าจะเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการรุกตลาดค้าปลีกไซส์เล็กภายใต้แบรนด์มินิบิ๊กซีอีกด้วย

แม้จะยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นรูปธรรมถึงแผนรุกในครั้งนี้ นอกจากการลงทุน 2,000 ล้านบาทใน 5 ปีจากนี้ เพื่อเปิดร้านกาแฟวาวี สร้างชื่อและปูพรม 1,000 สาขาในทุกพื้นที่ แต่เชื่อว่า กาแฟวาวี จะถูกวางให้เข้าไปในทุกบิสซิเนสยูนิตของบีเจซี โดยเฉพาะร้านมินิบิ๊กซี ที่มีแผนจะขยายตัวด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่มีความทันสมัยมากขึ้น

มินิบิ๊กซี ถูกวางไว้เป็น 1 ในกลยุทธ์การรุกขยายสาขาเข้าไปในประเทศกลุ่ม CLMV ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาร้านสะดวกซื้อ “เอ็มพ้อยท์มาร์ท” ของกลุ่มเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ที่เปิดให้บริการในประเทศลาวมานานได้เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแบรนด์ทั้งหมดเป็น “มินิบิ๊กซี” โดยได้เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาและจะทยอยเปลี่ยนให้ครบทั้ง 45 สาขา ที่เปิดให้บริการในประเทศลาวให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

สำหรับตลาดในประเทศนั้น บิ๊กซี มีการรุกขยายเข้าไปเปิดสาขาในปั๊มน้ำมันมากขึ้น รวมถึงมีการปรับโฉมของร้านให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยบิ๊กซีมีการปรับโฉมของร้านมินิบิ๊กซีใหม่ให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย พร้อมกับมีการปรับในเรื่องของการนำเสนอสินค้าโดยเน้นในเรื่องของสินค้าประเภทอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยมินิบิ๊กซีรูปโฉมใหม่จะประกอบไปด้วย

1.รูปลักษณ์ที่ทันสมัยทั้งภายในร้าน และหน้าร้าน

2.สีสันใหม่ โดยใช้คัลเลอร์ธีมที่ดูสดใส และสร้างแรงดึงดูดได้มากขึ้น

3.ในส่วนของสินค้าประเภทฟู้ดนั้น จะมีมุมที่เป็นซอฟต์เสิร์ฟ รวมถึงเบเกอรี่ที่อบใหม่ อาหารในรูปแบบของพร้อมรับประทาน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การซื้อแบบ Grab & Go ของคนรุ่นใหม่ที่เร่งรีบมากขึ้น โดยมีการปรับอาหารพร้อมทานมาด้านหน้าเพื่อให้ง่ายต่อการเลือกซื้อ

ที่ผ่านมา มินิบิ๊กซีมีภาพของความเป็นร้านขายสินค้าโกรเซอรี่ค่อนข้างแข็งแรงอยู่แล้ว โดยลูกค้ามองมินิบิ๊กซีว่าเป็นบิ๊กซีสาขาเล็กๆ สิ่งที่จะต้องเติมเต็มเข้าไปคือเรื่องของอาหาร ซึ่งการปรับโฉมในครั้งนี้จะทำให้ภาพของมินิบิ๊กซีมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยบิ๊กซีกำลังจับมือกับซัพพลายเออร์ด้านอาหารเพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้ามานำเสนอให้กับลูกค้าของร้านมินิบิ๊กซี ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มในการปรับในครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับในเรื่องของตัวสินค้า การบริการที่ดี และสโตร์ฟอร์แมตใหม่ที่เหมาะสมกับแต่ละโลเกชั่น

ร้านค้าปลีกเซ็กเม้นต์คอนวีเนียนสโตร์ กลายเป็น 1 ในยุทธศาสตร์สำคัญที่ผู้เล่นแต่ละรายกำลังมุ่งไป เนื่องจากเป็นเซ็กเม้นต์ค้าปลีกที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดย บริษัท กันตาร์เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) – Kantar Worldpanel (Thailand)  ผู้นำด้านการวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคเชิงลึก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีอัตราการหมุนเวียนสูง หรือ FMCG (Fast  Moving Consumer Goods) เคยออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เปลี่ยนไปในแง่ของการสูงวัยขึ้นของประชากร และขนาดครอบครัวที่เล็กลง แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ  ผู้บริโภคจะซื้อแต่ของที่จำเป็น และเมื่อมีความต้องการเท่านั้น พร้อมทั้งมีการออกไปทานอาหารนอกบ้านเพิ่มมากยิ่งๆ ขึ้น โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่เป็นประชากรที่อยู่ในตัวเมือง  

แน่นอนว่า กาแฟสด หรือกาแฟคั่วบด จะเป็น 1 ในคำตอบของการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ผู้เล่นในตลาดค้าปลีกไซส์เล็กจะละเลยไม่ให้ความสำคัญไม่ได้แล้ว.....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.