จากจุดเริ่มต้น Chat Messenger สู่ Super app ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 44 ล้านราย

Jul 31, 2019 N.Rotchana

ในระยะเวลาเพียง 6 ปี นับตั้งแต่ LINE เข้ามาทำตลาดให้บริการในประเทศไทย โดยเริ่มธุรกิจจากการเป็น LINE Chat Messenger และประสบความสำเร็จ เติบโตได้แบบก้าวกระโดดสุดๆ วัดได้จากฐานผู้ใช้งานคนไทยในปัจจุบันมีอยู่ 44 ล้านราย 
 
เมื่อวันที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา LINE ได้จัดงาน LINE CONVERGE THAILAND 2019 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้ประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจของ LINE ประเทศไทย หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารครั้งใหญ่ อริยะ พนมยงค์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย ได้เข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ ของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์
 
ทำให้บริษัท LINE ประเทศไทย จำกัด ได้ประกาศแต่งตั้ง ดร.พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โดยมีผลเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา
 

LINE ได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ “Life on LINE” มีเป้าหมายที่จะทำให้แพลตฟอร์ม LINE เป็นโครงสร้างพื้นฐานชีวิตสำหรับผู้ใช้งานทุกคน รวมถึงการประกาศการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่สำคัญสำหรับตลาดในประเทศไทย 
 
ดร.พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) LINE ประเทศไทย กล่าวว่า  “การขึ้นมาเป็น CEO ไม่ได้มองว่าเป็นความท้าทาย แต่มองเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น โดยมีเป้าหมายการสร้างผลิตภัณฑ์และฐานผู้ใช้”
 
“6 ปีที่ผ่านมา LINE ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของคนไทยทุกคน เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสาร การหาข้อมูล การเป็น Entertainment Content ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่เราต้องการจะทำ เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนไทยทุกคน คือ LINE ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของ life infrastructure Thai Users”
 

ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งาน LINE ประเทศไทยมีจำนวน 44 ล้านคน คิดเป็น 78% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศ คิดเป็น ผู้ชาย  53 % และผู้หญิง 47 % จากสถิติพบว่า คนไทยใช้งาน LINE มากถึง 26 วันต่อเดือน และมีอัตราการเปิดใช้งานสูงถึง 93%
 
LINE ได้เห็นโอกาสจากตรงส่วนนี้ จึงต่อยอด คือการนำ strategy OMO, Fintech และ AI มาพัฒนาใช้ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ออกมาเพื่อตอบสนองการใช้ของผู้ใช้ 
 

1. OMO: online-merge-offline การเชื่อมต่อธุรกิจออฟไลน์และออนไลน์
ได้เปิดตัว LINE Mini App ที่เข้ามาช่วยจัดการร้านค้าต่างๆ จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้บริการเต็มรูปแบบจากแบรนด์หรือธุรกิจ ผ่าน LINE ได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกจาก LINE และแบรนด์เองก็ยังคงรูปแบบบริการของตนเองได้ตามที่ต้องการ
 

2. Fintech หรือสังคมไร้เงินสด 
ที่ผ่านมา LINE ได้ดำเนินธุรกิจ Rabbit LINE Pay ได้ร่วมมือกับ KBANK สำหรับพัฒนาบริการทางการเงิน ภายใต้องค์กรความร่วมมือใหม่ ในนาม KASIKORN LINE โดยเน้นการบริการเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานะการเงินของตนเอง ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ 4 ด้าน ได้แก่ ข้อมูลเชิงลึก, การกู้ยืม, ประกัน และการลงทุน
 

3. AI ช่วยในการพัฒนาฟีเจอร์ 
การนำ AI เข้ามาช่วยยกระดับระดับการใช้งานของ LINE ช่วยในฟีเจอร์การค้นหาการใช้บริการ LINE TV, Sticker Shop, โฆษณาและอื่นๆ 
และได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Smart Channel ที่เรียนรู้จากพฤติกรรมความสนใจของผู้ใช้ไปสู่การนำเสนอข้อมูลที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง
 

“เรามีความเชื่อว่าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการอะไรก็แล้วแต่เรามี 2 อย่างที่ไม่เคยมองข้าม คือ User experience ผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาต้องดี ใช้ได้จริงและใช้งานได้ง่าย และเราจะต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า เราสามารถรับประกันให้ผู้ใช้ เชื่อได้ว่าใช้ LINE แล้วปลอดภัย” ดร.พิเชษฐ์ กล่าว

5 บริการใหม่สำหรับผู้ใช้ LINE 

1. Line shopping
ออกแบบมาเพื่อตามใจนักช้อปตัวยง มี 4 ฟีเจอร์หลัก ที่จะอยู่ใน Line shopping คือ
  • Products & Deals Aggregation เป็นการรวมทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ช้อปปิ้งไว้ในที่เดียว 
  • Search & Compare Price ฟังก์ชันในการ search หาสินค้า สามารถเปรียบเทียบราคา ตัดสินใจได้เลย 
  • LINE Point Back เมื่อเกิดการซื้อขายขึ้น จะมี reward system ที่เรียกว่า LINE Point Back คือ สามารถนำ LINE Point Back ไปซื้อสติกเกอร์และธีมต่างๆ เพื่อเอาไป Personal life station แทนแอปพลิเคชั่นของคุณ 
  • Wish List Notification การเซฟสินค้าไว้ใน Wish List หากมีโปรโมชั่น คุณจะได้รับการแจ้งเตือนผ่าน LINE ทันที 

2. LINE MAN
แผนในอนาคตของ LINE MAN ภายใน 18 เดือน ข้างหน้า 
  • User & Geographic expansion ภายในปี 2020 จะเริ่มขยายฐานผู้ใช้และขยายพื้นที่ของผู้ให้บริการ ไปยังจังหวัดพัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต
  • ลดการใช้พลาสติก ภายในเดือนสิงหาคมนี้ จะมีฟังก์ชันใหม่ของ LINE MAN คือเลือกที่จะไม่รับอุปกรณ์ที่เป็นพลาสติกจาก LINE MAN ได้

3. LINEMAN Grocery 
เป็นผลลัพธ์จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคในเมือง LINEMAN Grocery จะมาช่วยแก้ไข pain point เรื่องของการอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต

4. LINE MELODY 
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า คนมากกว่า 50 % ที่ใช้ LINE Call  ทุกวัน สามารถโทรได้ทันที สะดวกสบาย ไม่ต้องหาเบอร์โทร เห็นโอกาสที่จะทำให้ user Experian ดีขึ้น ได้มีการจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง ให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้เพลงได้ตามที่ต้องการ โดยจะเปิดตัวภายในเดือนสิงหาคมนี้ 
 

5. LINE Points 
เป็นระบบสะสมคะแนนของ LINE โดยเชื่อมกับ Rabbit LINE Pay สามารถนำคะแนนไปเป็นส่วนลดในร้านค้าทั้ง 6 หมื่นร้านที่มีในปัจจุบัน โดย 1 คะแนนเท่ากับ 1 บาท
 

6 บริการใหม่ของผู้ใช้ ในภาคธุรกิจ
1. ปรับราคาใหม่ของ LINE Official Account
โดยแพ็ก Free ส่งข้อความได้ 1,000ข้อความ จากเดิม 500 ข้อความ 
BASIC เป็น 1,200 บาทต่อเดือน ส่งได้ 15,000 ข้อความ ราคาต่อข้อความที่เกินไปได้ปรับจาก 0.3 บาท เป็น 0.08 บาท 
แพ็ค pro อยู่ที่ 1,500 บาทต่อเดือน ส่งได้ 35,000 ข้อความ ราคาต่อข้อความที่เกินไปได้ปรับจาก 0.1 บาท เป็น 0.04 บาท 
และ ในส่วนของลูกค้า Corporate ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้าน เหลือ 0.01 บาท จากราคา 0.1 บาทต่อข้อความ จะมีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป โดยราคานี้เป็นการลดเฉพาะลูกค้าชาวไทยเท่านั้น ประเทศอื่นๆ ไม่ได้ปรับด้วย

นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตรร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “ตอนนี้เราเปลี่ยนจาก LINE@ ไปเป็น LINE Official Account  หรือ OA มีจำนวน 3 ล้าน Official account เพราะคนไทยชอบขายของ แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะเรา Provide service ก่อนหน้านี้ LINE@ ทำบริการรายเดือนส่งข้อความได้ไม่จำกัด จนทำให้เกิด over broadcasting ผลที่ตามมาคือ why broadcast ไม่ว่าจะส่งอะไรไปผู้บริโภคไม่รับอีกแล้ว เป็นสถานการณ์ที่ LINE ไม่อยากให้เกิดขึ้น” 
 
“จึงเป็นที่มาของ re-design การคิดใหม่ ทำใหม่ ให้เกิดความบาลานซ์ในจุดเหมาะสม จึงมีการปรับราคาเกิดขึ้น เพื่อที่ลูกค้าจะได้ส่งเฉพาะที่จำเป็น ผู้รับได้รับในสิ่งที่ถูกคิดขึ้นมาแล้วว่าส่งมาให้เค้า ทำให้เค้าเปิดอ่านมากขึ้น” 

2. LINE OA Plus และ OA Plus E-commerce
เพื่อที่จะตอบสนองการเดินหน้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่ง LINE ecosystem กำลังเติบโตอย่างมากและพร้อมเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเชื่อมต่อแบรนด์กับลูกค้า โดยเปิดตัวโซลูชั่นสำหรับภาคธุรกิจ ในส่วนของฝ่าย HR ภายในองค์กรนำมาใช้ในบริษัท หรือด้านการศึกษา ที่โรงเรียนสามารถนำไปใช้งานเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนให้ผู้ปกครอง 
ปัจจุบัน มีผู้ใช้งาน LINE Official Account (OA) สูงถึง 3 ล้านราย โดยมี 1.3 ล้านรายอยู่ในกลุ่มธุรกิจรีเทล และ 180,000 รายอยู่ในกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ได้มีการพัฒนาฟีเจอร์ LINE2SHOP คือลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้โดยตรงผ่าน LINE Official Account ของแบรนด์ โดยไม่ต้องสลับไปใช้แอปพลิเคชั่นอื่น 

3. OA x LINE MAN
แบรนด์สามารถเชื่อมต่อบริการ LINE MAN เข้ากับ Official Account ของธุรกิจตนเองได้

4. Slide ad 
จะอยู่ด้านบนสุดของ LINE TODAY เพราะจากการทดลองพบว่ามีอัตราการมองเห็นถึง 90% เข้าถึงคนไทยถึง 36 ล้านคน

5. Smart Channel 
พื้นที่โฆษณาที่อยู่ด้านบนของหน้า Chat List เพื่อให้นักการตลาดสามารถส่งข้อความโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายในเวลาที่เหมาะสม หรือผู้ใช้งานจะได้รับข้อความโฆษณาที่ตรงกับความสนใจมากขึ้น

6. LINE IDOL
ช่องทางการสื่อสารสำหรับกลุ่มศิลปิน ดารา และคนดัง เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับแฟนคลับได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบัน LINE IDOL นอกจากหมวดคนดังและนักเขียนบล็อก ยังได้เพิ่มเพิ่มหมวดหมู่ Business สำหรับคอนเทนต์จากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ และ Sports สำหรับเนื้อหาเกี่ยวกับกีฬาต่างๆ เข้ามา
 
การเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา เป็นเพราะ LINE ไม่หยุดที่จะคิดและพัฒนาผลิตภัณ์หรือบริการเพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจเพิ่มขึ้นไปอีก จากอดีตเป็นเพียงแค่ Chat Messenger ตอนนี้กลับกลายเป็น Super app ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 44 ล้านคน
 

LINE

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.