13,623
VIEWS

K SME CARE เปิดมิติใหม่แชร์ Fail Case เพิ่มภูมิคุ้มกัน #TheVaccineDay

Aug 13, 2019 -None-

เพราะ K SME CARE เชื่อว่ามิตรภาพทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้จึงใส่ใจที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนของ  K SME CARE ได้อะไรกลับไปมากกว่าองค์ความรู้ นั่นคือ มิตรภาพความช่วยเหลือเกื้อกูลที่จะไปช่วยให้ธุรกิจตัวเองเติบโตจนไปถึงต่อยอด ที่ผ่านมา K SME CARE ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งกลุ่มใหญ่ และกลุ่มย่อยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกลไกในการสร้างเน็ตเวิร์ค และมีวิวัฒนาการเรื่อยมา เพราะการสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืนย่อมก่อให้เกิดธุรกิจที่มั่งคั่ง

ยิ่งกิจกรรมในปีนี้ของ  K SME CARE สะท้อนภาพ “We Groom You Grow” พี่แคร์แชร์ให้น้องโตอย่างแท้จริง หลังนักเรียน K  SME CARE  รุ่น 25 ได้เปิดมิติใหม่ของการสัมมนาที่ไม่สามารถหาเจอได้ที่ไหนในหัวข้อ #TheVaccine Day เพราะเชื่อว่าโลกการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยงามและหอมละมุนเสมอไป ดังนั้นความรู้จาก Fail Case ที่เป็นการแชร์ประสบการณ์จากนักเรียนรุ่นต่างๆ ถึงอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นระหว่างทางก่อนที่จะก้าวสู่ความสำเร็จในทุกวันนี้จึงสำคัญไม่แพ้ Success Case โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ จะได้นำไปใช้เป็นภูมิคุ้มกันทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ธนาคารตั้งใจทำขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีความรู้และเครือข่ายที่แข็งแกร่งต่อไป

มิ่งขวัญ สุทธิประวัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท SCK Industry จำกัด (เจง)  K  SME CARE  รุ่น 9  หนึ่งใน Speaker ที่มาเล่าถึงการสืบทอดธุรกิจโรงกลึงของที่บ้านที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเข้ามารับช่วงกิจการในจังหวะที่ไม่ค่อยดี ท่ามกลางวิกฤตต้มยำกุ้ง โรงกลึงที่ผลิตเครื่องมือทางการเกษตรต้องเจอกับปัญหาออร์เดอร์หด จนต้องลดพนักงาน จึงต้องพยายามไปหาลูกค้าเพิ่ม แต่กลับไม่มีใครสนใจ เพราะภาพลักษณ์ของโรงงานยังไม่ได้มาตรฐานตามที่ลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นตั้งไว้ เมื่อสถานการณ์ทางการเงินเริ่มมีปัญหา รายรับไม่พอรายจ่าย อีกทางหนึ่งยังถูกทวงหนี้จากสถาบันการเงิน

ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังต้องมาแก้ปัญหาการขัดแย้งกันทางความคิดของคนในครอบครัว ที่แตกต่างกันระหว่าง 2 เจนเนอเรชั่น   แต่สถานการณ์บีบคั้นทำให้เธอคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เป็นระบบ ปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย และด้วยความที่โตมากับความไม่ยอมแพ้ โตมากับการต่อสู้ จึงลุกขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองหาทางย้ายโรงงานใหม่ร่วม กับพี่น้อง โดยช่วยกันวางระบบในการทำงาน หาลูกค้า ประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดจนถึงปัจจุบัน

“เจงเข้ามาอยู่ใน K  SME CARE  ประมาณ 10 ปีแล้ว ไม่คิดว่าเราจะได้อะไรมากขนาดนี้ มันตอบโจทย์ทุกสิ่งทุกอย่างเกินความคาดหวังด้วยซ้ำ เพราะเจงได้ทั้งที่ปรึกษาธุรกิจ ได้คอนเน็คชั่น ได้พี่น้องเพื่อนฝูง และเหมือนได้ครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่ง อย่างธุรกิจครอบครัวของเจงทำโรงกลึง หลักๆ คือผลิตอะไหล่ทางการเกษตร ตอนเข้ามาร่วมโครงการใหม่ๆ เราอยากทำ Flow ของบริษัทให้เป็นระบบ เราก็ได้รุ่นพี่จาก K  SME CARE  สละเวลามาสอนเรา ตั้งแต่ช่วยหาไอเดียไปจนถึงวางโรดแม็บ  คือพอเราเป็นเพื่อนกันแล้ว เขาไม่รังเกียจที่จะสอนเราหรือช่วยเรา เขาจะสอนเราหมดเลยแบบไม่กั๊ก มีข้อแนะนำให้หมดเลย  

อีกอย่างหนึ่งก่อนหน้าที่จะเข้ามาอยู่ใน K  SME CARE  เรารู้สึกว่าการที่จะได้สิทธิพิเศษอะไรมันเป็นเรื่องยากมาก แต่พอมาได้อยู่ในโครงการ เรารู้สึกว่าเรากลายเป็นครอบครัว K  SME CARE  ได้มิตรภาพความเป็นเพื่อน ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการไม่ว่าคอนเน็คชั่น การหาซัพพลายเออร์ หรือกระทั่งสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ พอเป็นเพื่อนกัน ทุกอย่างก็จะได้ราคาพิเศษ ได้คำปรึกษาและแนะนำด้วยความจริงใจ ส่วนความรู้ที่ K  SME CARE  มอบให้ก็นำมาปรับใช้กับธุรกิจได้เยอะมากเช่นกัน”

กล่าวได้ว่า การเข้ามาอยู่ในครอบครัว K  SME CARE  มีส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบการทำงานของบริษัทคุณเจงเข้าที่เข้าทาง แล้วความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นก็เริ่มเป็นที่ประจักษ์ จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นธุรกิจกงสีที่ สามารถเลี้ยงดูทุกคนทั้งครอบครัวให้มีความสุขสบาย แต่ชัยชนะที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การได้รับการยอมรับในฝีมือจากผู้ที่เป็นพ่อ  

“ส่วนตัวแล้ว คนนิยามเรื่องการประสบความสำเร็จไม่เหมือนกัน ความสำเร็จของเจงคือ ทำให้พ่อเกษียณตั้งแต่อายุ 61 แม่เกษียณตั้งแต่อายุ 57 ถ้ามีคำถามว่า ความสุขในชีวิตคืออะไร เจงจะตอบทันทีเลยว่า ความสุขของเจงคือการทำให้คนรอบข้างมีความสุข ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไรก็ตาม อย่ายอมแพ้ และต้องสู้กับมัน”

ส่วน ลลิตา เลิศรัตนชัยกิจ (แป๊ป) K  SME CARE  รุ่น 25 เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร Home Fresh Hydrofarm และ De Lalita ก็เป็น Speaker ที่เข้ามาแชร์ปัญหาที่ทำให้รู้สึกถึงความไม่แน่นอนมั่นคงของธุรกิจอันเกิดจากการบริหารคน ทั้งพนักงานเสิร์ฟที่ขาดลามาสาย จนไปถึงรสชาติอาหารไม่นิ่งของเชฟ  สุดท้ายแก้ปัญหาเรื่องรสชาติอาหารด้วยการชั่งตวงวัดวัตถุดิบทุกอย่าง แม้กระทั่งสร้างความเข้าใจตรงกันถึงระดับไฟในการปรุงอาหาร ส่วนปัญหาพนักงาน ที่ฝึกคนเก่งแทบตายสุดท้ายมาลาออก ก็แก้ปัญหาด้วยการแบ่งจ่ายเงินเดือนออกเป็น 2 งวด และให้รางวัลกับพนักงานที่อยู่ครบกำหนดปีตามเงื่อนไข จนวันนี้สามารถกำหัวใจพนักงานได้อยู่หมัด

"หลายสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในธุรกิจของแป๊ปมาจากเน็ตเวิร์คจริงๆ อย่างช่วงหนึ่งธุรกิจเราเจอกับทางตัน เวลาไปเล่าให้เพื่อนในครอบครัว K  SME CARE   ฟัง เขาไม่ได้ฟังเฉยๆ แต่กลับช่วยเราแก้ปัญหา อย่างแป๊ปทำธุรกิจร้านอาหารอิตาเลี่ยน พอยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เราได้มาเรียนรู้จากเพื่อนๆ ว่าเขาปรับตัวจนประสบความสำเร็จยังไง เรื่องพวกนี้ถ้าไม่ใช่ เพื่อนเขาจะไม่บอกกัน แต่พอเป็นเพื่อนกันแล้ว เขาจะเล่าและแนะนำอย่างจริงใจโดยไม่หวังผลประโยชน์อะไรตอบแทนเลย นอกจากนี้แป๊ปยังได้วิธีคิดจากนักธุรกิจด้วยกันมาปรับใช้ อย่างคอร์สในรุ่น 25 เป็นชุดความรู้ที่ทันสมัยมาก เพราะ K  SME CARE  เชิญ Speaker ที่นำดิจิทัลมาใช้ลองผิดลองถูกไปหนึ่งสเตปก่อนเจ้าอื่นแล้วประสบความสำเร็จจริง ทำให้เราได้เตรียมความพร้อมสู่ธุรกิจบนโลกดิจิทัลมากขึ้น รู้จักการดีลกับบริษัทแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสแบบที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และด้วยความที่ครอบครัว K  SME CARE   เป็นเน็ตเวิร์คที่กว้างมาก แป๊ปยังได้เริ่มทำธุรกิจใหม่จากเครือข่ายด้วย ล่าสุด แป๊ปร่วมหุ้นกับเพื่อนในครอบครัว K  SME CARE   ส่งออกขนมปังกรอบไปต่างประเทศด้วย”

แน่นอนว่า ธุรกิจต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ คุณแป๊ปต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ และเวลาทั้งหมดที่ทุ่มลงไปโดยไม่เหลือให้กับครอบครัว

“ชีวิตของนักธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างเราต้องทุ่มเทเวลาที่มีไปกับการแก้ปัญหาต่างๆ และพัฒนาให้ธุรกิจอยู่รอด พอมาวันนี้ที่ธุรกิจต่างๆ ไปได้ดีแล้ว แป๊ปกลับมามองลูกสาวแล้วต้องร้องไห้เลย เวลาผ่านไปไวมาก ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีเวลาให้กับเขาและครอบครัวเลย แป๊ปอยากบอกผู้ประกอบการทุกคนว่า ถึงแม้ว่าเงินจะเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด เราควรให้เวลากับคนที่เรารักด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด”

ปิดท้ายด้วยเคสของ ธนพงษ์ วงษ์ชินศรี (ต่อ) K  SME CARE  รุ่น 25 เจ้าของร้านอาหาร Penguin Eat Shabu เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นธุรกิจจากจุดที่ติดลบ กระโดดเข้ามาทำธุรกิจแม้ไม่มีความพร้อม มีแค่ความพร้อมเดียวคือพร้อมที่จะลองผิดลองถูกจากการลงสนามจริง ระหว่างทางเจออุปสรรคขวากหนามมากมาย แถมหลายครั้งโชคไม่เข้าข้าง เคยโดนไล่ที่ และบาดเจ็บสาหัสเมื่อร้านขาดทุนหลังจากเปิดร้านบนโลเกชั่นร้าง จนขาดทุนภายในเวลาแค่ 6 เดือน

บทเรียนต่างๆ สอนให้เขาสุขุมมากขึ้น และขยายสาขาแบบช้าแต่ชัวร์ พร้อมสร้างองค์ความรู้ด้านการทำธุรกิจร้านอาหารผ่านเฟสบุ๊คเพจ และพ๊อคเกตบุ๊ค

“กิจกรรม #TheVaccineDay เป็นการแชร์ความรู้ก็จริง แต่เป็นความรู้ที่จะหาไม่ได้จากที่อื่น เพราะปกติเวทีอื่นมักจะเชิญคนที่พูดถึงแต่ความสำเร็จ ไม่มีใครพูดถึงระหว่างทางว่าเขาฝ่าขวากหนามมาด้วยวิธีอะไร ซึ่งผมคิดว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ไม่ได้เรียนรู้จากความสำเร็จอย่างเดียว แต่จากความล้มเหลวก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรุ่นเล็กๆ อย่างเรา จำเป็นต้องเรียนรู้ผ่านความล้มเหลวจากคนอื่น เพราะเราไม่ได้มีเวลาที่จะไปเรียนรู้เองเจ็บเอง พอเราได้เรียนรู้จากคนอื่นจึงสามารถย่นเวลา และสปีดอัพตัวเองได้

แต่ละกิจกรรมเลยทำให้ผมรู้สึกว่าธนาคารกสิกรไทยใส่ใจที่จะ Groom ให้ผู้ประกอบการ Grow เพราะการที่ผู้ประกอบการหลายเจนหลายธุรกิจมาเจอกัน ทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์จากนักธุรกิจรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ บางคนทำธุรกิจเอง บางคนสืบทอดกิจการจากครอบครัว ทำให้เราได้เห็นความหลากหลายของธุรกิจ แล้วเราก็ได้เพื่อนจากตรงนี้มาเยอะ เพื่อนเหล่านี้ก็จะมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งการมีเน็ตเวิร์คช่วยได้เยอะมาก เพราะบางครั้งเวลาเราทำธุรกิจคนเดียว เราไม่รู้ว่าจะไปปรึกษาใคร การมีเพื่อนเยอะๆ เป็นเครือข่ายทำให้แนะนำบอกต่ออะไรกันได้ หรือแนะนำให้เราไปปรึกษาใครรุ่นไหน  ไม่ใช่แค่รุ่นเดียวกัน แต่ทุกรุ่น นั่นหมายความว่าเรามีที่ปรึกษาเยอะแยะเต็มไปหมด  แล้วที่ปรึกษาแต่ละคนก็เก่งกันคนละเรื่อง ที่สำคัญเราได้ที่ปรึกษาที่ผ่านการทำธุรกิจมาจริง สามารถแนะนำในฐานะคนทำธุรกิจ ประสบการณ์ต่างๆ ทำให้เราสามารถเชื่อเขาได้ เพราะเขาไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากเรา เหมือนพี่ที่แนะนำน้องมากกว่า”

กิจกรรม #TheVaccineDay นอกจากเปิดโลกทัศน์ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเรียนรู้หนทางที่จะประสบความสำเร็จในอีกมุมหนึ่งแล้ว นี่ยังเป็นบทพิสูจน์ของคำว่ามิตรภาพอันเหนียวแน่นที่เกิดจากครอบครัว K  SME CARE   ที่มีให้แก่กันไม่รู้จบ  อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว K SME CARE คลิก http://bit.ly/2OtHPoN

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.