เมื่อตลาดขายตรงโดน “ดิสรัปท์” แอมเวย์จึงต้องทำ 3 สิ่งนี้

Aug 08, 2019 R.Somboon

เรียกได้ว่าเท่าเทียมกันสำหรับการเข้ามา “ดิสรัปท์” ของเทคโนโลยี ที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการปรับตัวขนานใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ตลาดขายตรงที่ถูกมองว่ามีลูกค้าที่เป็น “ลอยัล คัสโตเมอร์” หรือลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และผลิตภัณฑ์อยู่เป็นจำนวนมากก็ตาม

การ “ดิสรัปท์” ที่เกิดขึ้นตามมุมมองของ กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด จะเป็นการเข้ามาเปลี่ยนหรือเชฟพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่แน่นอนว่าส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับธุรกิจขายตรง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น จะมีตั้งแต่การที่คนรุ่นใหม่ในกลุ่มที่เป็นมิลเลนเนียล มีทางเลือกในการทำธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขายของผ่านช่องทางออนไลน์ที่ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มในรูปแบบต่างๆ เข้ามารองรับ ทั้งเฟสบุ๊ค ไลน์ อินสตาแกรม หรือแม้แต่แพลตฟอร์มที่เป็นอีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้า และช้อปปี้ ซึ่งถ้ามองมาที่คนรุ่นใหม่แล้ว จะพบว่า คนกลุ่มนี้ 77% ตามผลวิจัยของแอมเวย์ อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือทำอาชีพอิสระที่ไม่ต้องเป็นพนักงานประจำ แน่นอนว่า ทาง เลือกที่มากขึ้นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงที่ไม่ใช่อาชีพแรกๆ ที่ถูกนึกถึงอีกต่อไป

เช่นเดียวกับในส่วนของตัวสินค้า ที่ปัจจุบันถูกเข้ามาแข่งขันจากหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะจากช่องทางออนไลน์ที่มีสินค้าหลายๆ ประเภท ไม่แตกต่างจากสิ่งที่ธุรกิจขายตรงนำเสนอให้กับตลาด ผลจากการเข้ามาดิสรัปท์ของเทคโนโลยีในครั้งนี้ บริษัทขายตรงขนาดเล็กจนถึงกลาง เริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่นั้น ผู้บริหารของแอมเวย์ ประเทศไทย บอกว่า ยังมีไม่มากนัก เพราะบริษัทขายตรงขนาดใหญ่มีฐานของลูกค้าที่มีลอยัลตี้กับสินค้าของบริษัทค่อนข้างมาก

 

“อย่างไรก็ตาม แอมเวย์เองต้องมีการปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้” กิจธวัช กล่าว โดยสิ่งที่แอมเวย์มีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในรอบหลายปี และเป็นการปรับในทั่วโลก จะประกอบไปด้วย

1.เปิดตัวโปรแกรม “คอร์พลัส” (CORE PLUS+) เพื่อปรับโครงสร้างรายได้เพิ่มเงินรางวัลพิเศษนอกเหนือจากแผนรายได้หลักให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ทุกระดับด้วย 3 จุดเด่น ได้แก่ 1. ได้ง่าย  ช่วยให้นักธุรกิจรายใหม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายและเร็วขึ้น  2. ได้เพิ่ม – ช่วยให้นักธุรกิจในช่วงสร้างธุรกิจได้รับเพิ่มทั้งเงินรางวัลและลำดับขั้นความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น และ 3. เติบโตยั่งยืน  ช่วยให้นักธุรกิจระดับผู้นำสามารถทำรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง มีองค์กรธุรกิจที่มั่นคง ตลอดจนสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน รองรับด้วยแผนพัฒนาทักษะความรู้ทางธุรกิจและแผนการตลาดต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยแอมเวย์ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่เริ่มใช้โปรแกรมคอร์พลัส ในวันที่ 1 กันยายนนี้

Core Plus ถือเป็นการปรับบิสซิเนส โมเดล ครั้งใหญ่ของแอมเวย์ในเรื่องของการให้ผลตอบแทนกับนักธุรกิจแอมเวย์ โดยเป็นการปรับตามพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการอะไรที่ง่าย และได้ผลตอบแทน หรือกำไรจากการทำธุรกิจอย่างรวดเร็ว ซึ่งนักธุรกิจของแอมเวย์จะได้ผลตอบแทนตั้งแต่การขายสินค้าชิ้นแรก และจะมีการท็อป อัพ ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นทั้งจากการขายสินค้า และเรื่องของแผนหรือเครือข่ายทางธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยแอมเวย์ใช้เงินในส่วนที่เป็นรางวัลจากการทำธุรกิจในโปรแกรม Core Plus ปีนี้ถึง 1,000 ล้านบาท และจะมีการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ไปตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี

แอมเวย์ เลือกประเทศไทย เป็น 1 ใน 4 ประเทศที่เปิดตัว Core Plus เนื่องจากไทยเป็นตลาดสำคัญของแอมเวย์ที่พร้อมจะเป็นต้นแบบในการเปิดตัวนวัตกรรม หรือโมเดลธุรกิจใหม่ ส่วนอีก 3 ประเทศที่เหลือจะประกอบไปด้วยอินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน

2.ปรับกลยุทธ์ในเรื่องของดิจิทัล โดยมีการตั้งแผนกดิจิทัลขึ้นมาเพื่อทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ จากเดิมที่มีการทำแค่ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง การปรับในครั้งนี้ จะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของแอมเวย์เพื่อเป็นช่องทางในการทำธุรกิจของนักธุรกิจแอมเวย์ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของแอมเวย์เริ่มเปิดตัวมาประมาณ 1 เดือน ได้รับผลตอบรับในระดับที่น่าพอใจ

ตามแผนที่วางไว้ แอมเวย์จะมีการพัฒนาในเรื่องของช่องทางดิจิทัล ที่เข้ามาช่วยทำให้การนำเสนอสินค้าของนักธุรกิจแอมเวย์ง่าย และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น อนาคตอันใกล้นี้ ลูกค้าสามารถคลิกมาที่ลิงค์เพื่อสั่งสินค้า และจะมีการส่งสินค้าให้ถึงมือในระยะเวลาไม่นานนัก เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของการรอไม่ได้ของคนรุ่นใหม่ที่อยากได้อะไร ต้องได้เดี๋ยวนั้น ทันที

3. Seamless Experience ไม่เพียงแค่เรื่องของช่องทางออนไลน์ แต่แอมเวย์ยังมองถึงการนำดิจิทัล เข้ามาปรับใช้กับสาขาหรือช้อปของแอมเวย์ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า นอกเหนือจากการเป็นแค่ช่องทางในการรับสินค้าในรูปแบบเดิมๆ โดยมีแผนที่จะนำดิจิทัลเข้ามาใช้กับช็อปของแอมเวย์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

 

กิจธวัช บอกว่า ธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่มีช่องทางแบบเทรดิชั่นนัล แต่มันมีเสน่ห์ตรงที่มีความเป็น Human Touch จากการลงทุนครั้งใหญ่นี้ แอมเวย์มั่นใจว่าจะครองความเป็นผู้นำรับโลกอนาคตในยุคดิจิทัลได้ เพราะแอมเวย์มีจุดเด่นที่เป็นธุรกิจ Hi-tech และ Hi-touch ด้วยความทันสมัยของเครื่องมือดิจิทัลกับความเป็นมืออาชีพของนักธุรกิจแอมเวย์ จึงทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างครบถ้วนรอบด้าน

การปรับกลยุทธ์ที่ถือว่าเป็นครั้งใหญ่สุดในการเข้ามาทำธุรกิจขายตรงในประเทศไทยของแอมเวย์ ถือเป็นการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดขายตรงที่นอกจากเรื่องของเทคโนโลยีดิสรัปชั่นแล้ว หากมองในระยะยาวที่คนรุ่นใหม่ๆ จะเข้ามาแทนที่คนรุ่นเดิมแล้ว ถ้าไม่สามารถนำแบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาที่พวกเขานึกถึงเมื่อจะทำธุรกิจหรือจะใช้สินค้า จึงเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่

เมื่อมองเข้ามาที่ตัวแอมเวย์เอง พบว่า ปัจจุบัน นักธุรกิจของแอมเวย์ที่มีอยู่กว่า 3 แสนรายนั้น สัดส่วนของนักธุรกิจที่เป็นคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มมิลเลนเนียลนั้น จะมีอยู่ราว 1 ใน 3 ของตัวเลขนักธุรกิจทั้งหมด เป็นตัวเลขที่นิ่งมากว่า 6 ปี แล้ว การขยับตัวของแอมเวย์ในครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นอีกความพยายามในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ

แอมเวย์มีการวางเป้าหมายในการสร้างรายได้รวมไว้ที่ 30,000 ล้านบาท ภายในปี 2025 ซึ่งการปรับกลยุทธ์ทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เข้ามาทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แอมเวย์มีตัวเลขการเติบโตของรายได้อยู่ที่ 10% จากการเติบโตที่ดีของสินค้าในกลุ่มสุขภาพอย่างนูทริไลท์ โดยเฉพาะในกลุ่มควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ที่มียอดขายออกมาค่อนข้างดี และกลุ่มสินค้าเครื่องฟอกอากาศที่ในช่วงต้นปีมีเรื่องของฝุ่น PM 2.5 เข้ามาเป็นตัวช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ

ขณะที่ภาพรวมของตลาดขายตรงมูลค่า 70,000 ล้านบาทนั้น มีการคาดการณ์กันว่าในปีนี้ตลาดจะเติบโตที่ 2% มาจากแรงผลักดันของบริษัทขายตรงขนาดใหญ่ที่มีฐานของกลุ่มลูกค้าที่มีลอยัลตี้ต่อแบรนด์ค่อนข้างสูง โดยตลาดขายตรงของบ้านเราแทบจะไม่มีปัจจัยบวกที่ช่วยกระตุ้นให้ตลาดกลับมาเติบโตที่ดีตลอดในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้

“การทำธุรกิจของแอมเวย์ ประเทศไทย จะใช้สินค้าเป็นตัวนำมากกว่าใช้แผนธุรกิจนำเหมือนบางประเทศ ซึ่งในบ้านเราแอมเวย์ให้ความสำคัญกับเรื่องของนวัตกรรมและการทำ Branding มาตลอด โดยเราใช้งบการตลาดในปีนี้ 700 ล้านบาท ทำให้สินค้าของแอมเวย์หลายตัวที่ฐานลูกค้าที่มีลอยัลตี้ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาช่วยผลักดันให้แอมเวย์ยังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง”   

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort