จาก “Garena” สู่ “Sea” เปิดพอร์ต 7 ปี โตถึงไหนแล้ว

Aug 09, 2019 S.Vutikorn

ไปตีป้อมกัน” อาจฟังดูงงๆ สำหรับคนบางกลุ่ม แต่สำหรับใครหลายๆ คน ไม่ต้องบอกก็รู้ดีว่าเราพูดถึงอะไร ใช่แล้ว เรากำลังหมายถึง ROV เกมยอดฮิตระดับโลกจากค่าย “การีนา” ที่ถ้าหากมองในแง่การตลาดแล้วถือได้ว่าเป็นสุดยอดเกมทำเงินที่สร้างอิมแพคให้กับวงการเกมเมืองไทยอย่างมหาศาล

สิ่งที่แบรนด์เอจออนไลน์จะมาพูดถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องเกมเท่านั้น แต่เราจะมาอัพเดทกันว่าตลอด 7 ปีที่การีนาเข้ามาจนถึงวันนี้ เขาเติบโตไปถึงไหนแล้ว

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทการีนากันก่อนดีกว่า...

บริษัท การีนา ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2543 ที่ประเทศสิงคโปร์ ถูกขยายธุรกิจไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก เดิมทีทำธุรกิจด้านดิจิทัลเอนเตอร์เทนเม้นต์ กระทั่งต่อมาขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจด้านบริการด้านการเงินแบบดิจิทัลอย่างครบวงจรแบรนด์ “แอร์ เพลย์” ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย และขยายธุรกิจอีกครั้งจากการก้าวเข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้วยแบรนด์ “ช้อปปี้” ที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในประเทศไต้หวัน โดยมีบริษัทแม่เป็นทัพหน้าคอยดูแลและแอดไซน์งาน

 

ในวันที่ธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ชื่อ การีนา อาจก่อให้เกิดความสับสนแก่คนภายนอก ด้วยภาพลักษณ์ของการเป็นบริษัทเกมที่ค่อนข้างชัดเจน ทำให้ทางการีนาตัดสินใจรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในปี 2560 เปลี่ยนชื่อเป็น Sea (Group) บริษัทแม่ที่คอยดูแลธุรกิจทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ การีนา, แอร์เพลย์ และช้อปปี้

สำหรับประเทศไทย การีนา เริ่มต้นเข้ามาทำตลาดครั้งแรกในปี 2555 เป็นที่รู้จักในกลุ่มของคนเล่นเกมและเหล่าบรรดาเกมเมอร์ระดับโปร โด่งดังมากขึ้นจนเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากเกม ROV ซึ่งสร้างเซอร์ไพรส์ให้วงการเกมอย่างมาก เพราะเปิดโลกของเกมให้กว้างขึ้น จากเดิมที่เกมเสมือนเป็นโลกของผู้ชายแต่วันนี้กลับมีผู้เล่นเพศหญิงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

สร้างอิมแพคให้วงการเกมเมืองไทยได้อย่างมหาศาลจากการจัดอีสปอร์ตขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้  เกมจึงกลายเป็นทั้งกีฬา ทั้งอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับใครหลายๆ คน สามารถเปลี่ยนภาพลบการมองเกมของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น

ต่อมาปี 2557 การีนา ประเทศไทย ได้เป็นประเทศแรกที่เปิดตลาดให้กับแอร์เพลย์และได้นำช้อปปี้เข้ามาในปี 2558 หลังจากนั้นจึงได้รีแบรนด์เป็น Sea ไปพร้อมกับบริษัทแม่ที่สิงคโปร์โดย Sea (ประเทศไทย) ถือได้ว่าเป็นประเทศแรกที่มีโปรดักต์ครบทั้ง 3 แบรนด์

ปัจจุบัน การีนา หรือ Sea (ประเทศไทย) กลายเป็นตลาดหลักที่ผลิตภัณฑ์และบริการบนอินเตอร์เน็ตแฟลตฟอร์มของ Sea ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง

ในส่วนของการีนา ซึ่งนับว่าเป็นธุรกิจเรืองธงที่มีการเติบโตมากที่สุด ปัจจุบันมียอดผู้ลงทะเบียนไปแล้วกว่า 35 ล้านบัญชีบนเกมประเภทพีซี และ 40 ล้านบัญชีบนเกมมือถือ ทั้งยังมีเกมยอดนิยมต่างๆ มากมาย เช่น ROV, Speed Drifters และ FIFA Online

ทั้งยังนับได้ว่าเป็นบริษัทคนไทยผู้พัฒนาเกมที่มีศักยภาพไม่แพ้ชาติอื่นๆ จากการสร้างสรรค์เกม Free Fire เกมมือถือที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว สามารถขยายฐานผู้เล่นไปได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศแถบละตินอเมริกา ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดสูงถึง 450 ล้านดาวน์โหลด มีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดต่อวันถึง 50 ล้านคน ขึ้นแท่นเป็นเกมออนไลน์ Free to Play ที่มียอดดาวน์โหลดสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก

สำหรับช้อปปี้ มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ยอมรับว่า แม้ภาพรวมของทั้งอุตสหกรรมจะเติบโตถึง 62% แต่ในแง่ของการสร้างรายได้อาจยังไม่ดีมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เล่นทุกรายเจอเช่นเดียวกัน เนื่องจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยยังอยู่ในขั้นของการศึกษาและทดลองตลาด พร้อมทั้งเชื่อว่าเมื่อคนไทยเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้น ธุรกิจจะเติบโตขึ้นเอง

“ที่ผ่านมา เราได้พยายามศึกษาและทดลองตลาด ทำแคมเปญต่างๆ มากมาย ซึ่งก็ได้ผลการตอบรับค่อนข้างดี เราพยายามโตไปพร้อมๆ กับตลาด ทั้งกับผู้ซื้อและผู้ขาย การเทรนด์ด้านการขาย ซึ่งทำก็ทำให้จำนวนผู้ขายเพิ่มขึ้น 150% อย่างตอนที่เราทำช้อปปี้ไลฟ์ ก็ทำให้มียอด Engage เพิ่มขึ้น มีคนกดเข้าไปดูในช้อปเพิ่มขึ้นถึง 30%”

 

ล่าสุดช้อปปี้ได้เพิ่มบริการช้อปปี้ลอจิสติกส์ขึ้นเป็นระบบขนส่งที่จัดทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่ต้องการรับสินค้าในระยะเวลารวดเร็วกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้ เนื่องจากทำมาเพื่อตอบโจทย์และให้บริการเฉพาะลูกค้าช้อปปี้เท่านั้น

ในส่วนของแอร์เพลย์นั้น ปัจจุบันมียอดการใช้งานรวมกว่า 7.5 ล้านบาท และตั้งเป้าตัวเลขในอนาคตไว้ที่ 10 ล้าน ซึ่งภาพที่จะได้เห็นต่อจากนี้ไป จะเห็นความหลากหลายในแง่ของการจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น และมีความเชื่อมโยงกับอีก 2 แบรนด์มากยิ่งขึ้น

แม้วันนี้ Sea (ประเทศไทย) จะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มูลค่ารวมสูงถึง 500,000 ล้านบาทก็ตาม แต่ด้วยหัวใจของความเป็นสตาร์ทอัพที่ไม่เคยหายไป ทำให้ Sea มุ่งมั่นพัฒนา จนสามารถสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว นับเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ต้องปรบมือรัวๆ ให้กับความสำเร็จของเขาจริงๆ

เกี่ยวกับ Sea (Group)

Sea (Group) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ดำเนินธุรกิจใน 7 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน Sea (Group)เป็นยูนิคอร์นรายแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้เสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กภายใต้สัญญา “SE” เมื่อปลายปี 2017 ในระดับภูมิภาค Sea (Group) มีผลประกอบการที่เติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

โดยไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 Sea (Group) มีอัตราการเติบโตถึง 194% เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2018 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเติบโตโดดเด่นรายงานจาก Google และ Temasekคาดการณ์ว่า Gross Merchandise Volume (GMV) บนดิจิทัลแพลตฟอร์มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตต่อเนื่องจาก 72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2018 เป็น 240 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.