เพราะนวัตกรรมสำคัญต่อการแข่งขัน กลุ่ม TCP จึงต้องมีแผนก Incubator

Aug 27, 2019 R.Somboon

ความน่าสนใจของการลุกขึ้นมาปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ของกลุ่มบริษัท TCP ที่เราคุ้นเคยกับสินค้าในเครืออย่างกระทิงแดง ไม่ได้อยู่เพียงแค่การเตรียมพร้อมการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติเท่านั้น แต่นัยสำคัญที่แฝงอยู่อีกอย่างก็คือ การ Engage หรือดึงคนรุ่นใหม่ๆ ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับกลุ่มบริษัท TCP โดยนำแนวคิด และรูปแบบการทำงานของ “เทค สตาร์ทอัพ” เข้ามาใช้ พร้อมมีการตั้งแผนก Incubator ที่เป็นแผนกสำคัญในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับการแข่งขันที่นวัตกรรมจะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร

 

ประกรรษ์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและธุรการ กลุ่มธุรกิจ TCP บอกกับเราว่า กลุ่มบริษัท TCP ให้ความสำคัญพร้อมสนับสนุนทีมงาน Incubator โดยแยกออกมาเป็นอีก 1 บริษัทในเครือ มีการทำงานแบบเทค สตาร์ทอัพ ที่สามารถทำงานได้ทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศแบบพนักงานประจำ ซึ่ง TCP มองว่า เป็นรูปแบบการทำงานที่สามารถดึงให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทำงานกับองค์กร พร้อมคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

“ก่อนหน้านั้น เรามีการเข้าไปลงทุนใน 500 ตุ๊กตุ๊ก กับสตาร์ทอัพที่มองว่าสามารถนำมาต่อยอดกับการทำธุรกิจของ TCP ได้ การลงทุนส่วนหนึ่งจะเข้าไปเรียนรู้ และศึกษาวิธีการทำงานของเทค สตาร์ทอัพ เพื่อนำ มาใช้ อย่าการนำรูปแบบการทำงานที่เป็นบลูแคมป์ เพื่อให้เกิดการ Design Thinking ใหม่ๆ ที่เริ่มมีการทดลองทำ และได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยมีนวัตกรรมที่เป็นโฟโต้ไทป์ออกมาบ้างแล้ว อยู่ในขั้นของการทดลองทำในองค์กรที่คาดว่าจะนำออกไปสู่ภายนอกได้ในอีกไม่นานนี้”  

 

ประกรรษ์ ยังบอกอีกว่า การทำงานของบริษัทในเครือที่เป็น Incubator นี้ คนที่จะเข้ามาร่วมงาน จะสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือว่าจะทำแบบฟรีแลนซ์ ซึ่งการให้ผลตอบแทนนั้น จะมีทั้งจากเงินค่าจ้าง และผลประโยชน์จากนวัตกรรมที่คิดค้นได้

ส่วนการเลือกใช้วิธีการทำงานที่สามารถทำงานจากที่ไหนๆ ก็ได้นั้น ประกรรษ์ มองว่า เป็นอีกหัวใจสำคัญในการช่วยให้สามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ เพราะจะสามารถสร้างเน็ตเวิร์คที่แชร์องค์ความรู้ร่วมกัน อย่างกรณีของการเลือกใช้การทำงานจากโค เวิร์คกิ้ง สเปซ นั้น จะช่วยในเรื่องของการสร้างเน็ตเวิร์คในรูปแบบดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

 

กลุ่มบริษัท TCP เลือกที่จะใช้เวลาในการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยไม่ได้ทำทันทีทันใดภายหลังจากจัดทัพองค์กรใหม่ภายใต้ชื่อกลุ่มบริษัท TCP แต่เลือกที่จะทิ้งช่วงเวลาในการปรับโครงสร้างองค์กรถึง 2 ปี เพื่อไม่ให้เกิด Culture Shock ตามมา เพราะก่อนหน้านั้น ทีมงานในองค์กรส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทำงานกับบริษัทมานาน การเติมส่วนผสมที่เป็นคนในเจนเนอเรชั่นใหม่ๆ เข้าไปจึงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยปัจจุบันกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ โสมพลัส สปอนเซอร์ แมนซั่ม เพียวริคุ ซันสแนค และวอริเออร์

กลุ่มธุรกิจ TCP เป็นองค์กรใหญ่ที่มีคนหลากหลาย การหลอมรวมให้คนที่มากประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่ มีความคิดและการกระทำที่คล้ายกันถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เราจึงได้ออกแบบการทำงานขึ้นมาใหม่ ภายใต้แนวคิด 3C ไล่ตั้งแต่ C 1 – เปลี่ยนรูปแบบสำนักงานใหม่ สู่การเป็นองค์กรแห่งการสร้างนวัตกรรม C 2 – เปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ สร้างองค์กรยืดหยุ่นแต่ทรงพลัง และ – เปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ โดยการปรับโครงสร้างในครั้งนี้จะลงทุนกว่า 1,300 ล้านบาท เพื่อให้พนักงานทุกคนได้ก้าวข้ามเฟรมเวิร์คเดิมสู่นวัตกรรมใหม่ ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับกระบวนการทำงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ดึงดูดคนเก่ง และคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมงานมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระดับโลก การปรับโฉมองค์กรเพื่อให้การทำงานอยู่บนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์ จะแล้วเสร็จภายในปี 2565  ซึ่งจะช่วยเสริมรากฐานขององค์กรให้แข็งแกร่ง สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร และผลักดันให้เราก้าวไปสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติ (Multinational Company) ของคนไทยอย่างแท้จริง

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.