วิ่งกับกระแส Sport Tourism วิ่งกับ “เมืองไทยมาราธอน 2019”

Aug 28, 2019 P.Narata

กระแส Sport Tourism” เป็นกระแสที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลดีที่เกิดขึ้นในวันนี้นอกจากสุขภาพที่แข็งแรงของตัวผู้วิ่งเองแล้ว ยังส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากส่วนหนึ่งของนักวิ่งคือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาจากคนต่างพื้นที่ในประเทศด้วยกันเอง อีกส่วนหนึ่งคือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางเป้าหมายกับภารกิจนี้ คือการวิ่งไปเที่ยวไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงกว่านัก ท่องเที่ยวทั่วไปถึง 3-4 เท่า

 

Sport Tourism คือ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ มีด้วยกัน 3 รูปแบบ ได้แก่

1)การท่องเที่ยวเพื่อร่วมชมการแข่งขันกีฬา เพื่อร่วมเชียร์นักกีฬา หรือชมการแข่งขันกีฬาในสถานที่ต่างๆ ที่จัดการแข่งขันขึ้นทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ เช่น การแข่งขันรถยนต์ Formula One และฟุตบอลโลก เป็นต้น

2)การท่องเที่ยวในสถานที่ที่เป็นต้นกำเนิดของกีฬา เช่น มวยไทย กีฬาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละท้องถิ่นอย่างมวยไชยา มวยโคราช หรือการแข่งขัน MotoGP ที่เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อปีที่ผ่านมา

3)การท่องเที่ยวเพื่อร่วมลงเล่นกีฬา เป็นรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น การปั่นจักรยาน และการวิ่งมาราธอน โดยความนิยมที่เพิ่มขึ้นยังเป็นผลมาจากการมุ่งดูแลสุขภาพของคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความ สำคัญกับเรื่องการออกกำลังกายกันมากขึ้น

รูปแบบ Sport Tourism ในแบบที่ 3 ที่แหละ ที่เป็นกระแสอย่างต่อเนื่องในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศไทยมีกิจกรรมรายการวิ่งเกิดขึ้นอย่างมากมาย โดยในปี 2561 มีรายการวิ่งเฉพาะช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ มากถึง 1,500 รายการ ส่วนในปี 2562 ผ่านไปกว่าครึ่งปีมีรายการวิ่งเกิดขึ้นแล้วกว่า 1,400 รายการ

หนึ่งในภาคเอกชนที่ออกตัวสนับสนุนกิจกรรมรายการวิ่งอย่างชัดเจน ก็คือค่ายสีบานเย็น “เมืองไทยประกันชีวิต” โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬากรีฑาฯ มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจฯ และพันธมิตรภาคธุรกิจอย่างเดอะมอลล์ กรุ๊ป พีทีทีจีซี และจ๊อกแอนด์จอย จัดรายการวิ่ง “เมืองไทยมาราธอน 2019” เพื่อสนับสนุนคนไทยใส่ใจดูแลสุขภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “รักษ์โลก” เพื่อร่วมรณรงค์ลดการใช้พลาสติกที่จะเกิดขึ้นจากการจัดงานครั้งนี้

 

สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต  จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมืองไทยมาราธอน 2019 (MUANG THAI MARATHON 2019) เป็นรายการวิ่งมาราธอนที่ทางเมืองไทยประกันชีวิตได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้คนไทยออกกำลังกาย และส่งเสริมการดูแลด้านสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร และยังเกิดผลทางอ้อมในเรื่องของการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปพร้อมกัน

“จากสถิติการวิ่งเมืองไทยมาราธอนที่เชียงใหม่เมื่อปีที่แล้ว มีนักวิ่งทั้งหมดประมาณ 12,000 คน เป็นนักวิ่งต่าง ชาติมากกว่า 3,000 คน จากหลากหลายประเทศ ส่วนงานที่สะพานพระราม 8 มีนักวิ่งต่างชาติประมาณ 200 คน จาก 35 ประเทศทั่วโลก เราก็พยายามผลักดันให้นักวิ่งจากต่างชาติเข้ามาร่วมกิจกรรมกันมากขึ้น ผ่านการประชาสัมพันธ์ที่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งรายการวิ่ง “เมืองไทยมาราธอน 2019 Smile @ Bangkok” เส้นทางสะพานพระราม 8 ในปีนี้ เราทำคอนเซ็ปต์ที่ค่อนข้าง Unique เพราะจะมีการรวมรายการวิ่งทั้ง 4 รูปแบบ คือ 5 กม. 10 กม. 21 กม. และ 42 กม. และเพิ่มความ Unique มากขึ้นด้วยคอนเซ็ปต์ Reuse หรือ Recycle เพื่อเป็นส่วนร่วมในการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ จะจัดการแข่งขันใน 2 สนามได้แก่ “เมืองไทยมาราธอน 2019 Smile @ Bangkok” ในวันที่ 6 ตุลาคม 2562 ณ เส้นทางสะพานพระราม 8 – สะพานยกระดับบรมราชชนนี และ “เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน 2019 Smile @ Chiang Mai” ในวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ณ ถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่

ทั้ง 2 รายการ เป็นการแข่งขันมาราธอนที่มีระยะทางได้มาตรฐานรับรองการแข่งขันโดยสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สหพันธ์กรีฑาแห่งเอเชีย (Asian Athletics Association: AAA) และสหพันธ์กรีฑานานาชาติ (International Association of Athletics Federations: IAAF) โดยแบ่งประเภทการแข่งขันตามระยะทาง คือ มาราธอน (Full Marathon) ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร, ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) ระยะทาง 21.100 กิโลเมตร, มินิมาราธอน (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร และเมืองไทยสไมล์รัน (Muang Thai Smile Run) ระยะทาง 5  กิโลเมตร (และ 3 กิโลเมตร สำหรับเมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน)

 

สาระ กล่าวเสริมว่า งานครั้งนี้จัดขึ้นโดยมุ่งเน้นการมอบความสุขให้กับนักวิ่งที่เข้าร่วมงานทุกคน ภายใต้แนวคิด “HappyHealth” พร้อมเติมเต็มความสุขผ่านกิจกรรม “รักษ์โลก” ด้วยการเปิดตัวเสื้อ Finisher สำหรับผู้วิ่ง Full Marathon ที่เข้าเส้นชัย โดยเสื้อ Finisher เป็นเสื้อ Upcycling Running T-Shirt  ผลิตมาจากขยะขวดพลาสติกที่ถูกนำมาแปลงร่างให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

“โดยเสื้อ 1 ตัว ผลิตมาจากขวดน้ำพลาสติกขนาด 600 ML จำนวน 12 ขวด ครั้งนี้ได้จัดทำเสื้อ Upcycling Run ning T-Shirt จำนวนทั้งสิ้น 1,210 ตัว หรือผลิตจากขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้วรวม 14,520 ใบ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) และการฝังกลบได้ประมาณ 1,285 กิโลกรัมคาร์บอนไดออก ไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่จำนวน 143 ต้น (เพื่อดูดซับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้น)”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการรณรงค์ “ลด” การใช้พลาสติก มีจุดแยกขยะ เพื่อการนำกลับไปรีไซเคิลไว้ทั่วบริเวณงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแห่งความสุขและสร้างรอยยิ้ม ด้วยการจัดประกวดชุดแต่งกายวิ่งแฟนซี ซึ่งเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้มาร่วมประกวดไอเดียการแต่งกาย ภายใต้ธีม “Happiness Means Save TheEarth”  แฟนซีรักษ์โลก ที่สามารถนำเสนอความเป็นตัวตนของคนใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างโดดเด่นและมีความคิดสร้างสรรค์ออกแบบได้หลาก หลายแนว

สำหรับการจัดวิ่งมาราธอนในครั้งนี้ ยังเพิ่มความอุ่นใจให้กับนักวิ่งยิ่งขึ้น ด้วยประกันอุบัติเหตุ “ฟรี” ทุนประกันสูงสุดถึง 100,000 บาท/คน (เงื่อนไขการได้รับสิทธิ์เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) และรับสิทธิพิเศษจากพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน รวมถึงกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก “เมืองไทย Smile Club” ที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ รายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่าย ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูป ถัมภ์ เพื่อสมทบทุนโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

ล่าสุดในรายการวิ่ง “เมืองไทยมาราธอน 2019 Smile @ Bangkok” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2562 ณ สะพานพระราม 8 พบว่า มีผู้ให้ความสนใจติดตามสอบถามทั้งข่าวสารรายละเอียดการจัดงานในปีนี้จำนวนมาก และมีผู้สนใจสมัครแล้วเกือบ 8,500 คน เป็นนักวิ่งชาวต่างชาติประมาณ 160 คน จาก 35 ประเทศ และจะมีการเปิดรับสมัครอีกครั้งในวันที่ 1-5 กันยายน 2562 คาดว่าปีนี้จะมีผู้สนใจสมัครร่วมวิ่งทั้งสิ้นประมาณ 10,000 คน

โดยกำหนดการปล่อยตัวในแต่ละระยะของงานเมืองไทยมาราธอน 2019 Smile @ Bangkok คือ มาราธอน (Full Marathon) ระยะทาง 42.195  กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา  00.30 น. ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) ระยะทาง 21.100 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 03.00 น. มินิมาราธอน (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 05.00 น. และเมืองไทยสไมล์รัน (Muang Thai Smile Run) ระยะทาง 5 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 05.15 น. 

เมืองไทยประกันชีวิต

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.