3,654
VIEWS

ทำไมอิเกียยังพิมพ์แคตตาล็อกแจกถึงปีละ 124 ล้านฉบับ ทั้งที่โลกกำลังนิยมสื่อดิจิทัล?

Sep 12, 2019 S.Vutikorn

ในยุค Digital Disrupt ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมหันไปเสพ Digital Content บนสมาร์ทโฟนมากขึ้น แต่ IKEA ก็ยังคงจัดพิมพ์แคตตาล็อกอิเกียประจำปีอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 68 ปี

แคตตาล็อกอิเกีย ปี 2020 ที่เพิ่งเริ่มแจกจ่ายให้กับผู้บริโภคนี้ ยังคงมีการจัดพิมพ์ในปริมาณมหาศาลเหมือนทุกครั้ง โดยปีนี้ยอดพิมพ์ทั่วโลกอยู่ที่ 124,000,000 เล่ม จัดพิมพ์ถึง 38 ภาษา 80 เวอร์ชั่น

ว่ากันว่า แคตตาล็อกอิเกีย คือหนังสือเล่มเดียวที่มียอดพิมพ์มากกว่าพระคัมภีร์ไบเบิล

อะไรที่ทำให้แคตตาล็อกอิเกียถึงเป็นที่นิยมทั่วโลก และสามารถยืนหยัดต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของคนในปัจจุบันได้

คำตอบนั้น อยู่ที่การสร้างคุณค่าให้กับแคตตาล็อกผ่านคอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในทุกๆ ปี

แคตตาล็อกอิเกียเริ่มพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี 1951 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าใหม่ๆ และเลือกซื้อสินค้าผ่าน Mail Order เพราะช่องทางการขายของ IKEA ที่สำคัญในยุคนั้นคือการสั่งซื้อของทางไปรษณีย์

แต่ในปัจจุบันแคตตาล็อกอิเกีย ได้ถูกใช้เป็น Marketing Tool โดยมีภารกิจสำคัญ คือการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนนับร้อยล้านคนทั่วโลกในทุกปี

ทอม ซูเทอร์ ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย บางใหญ่ อธิบายว่า แม้ในปัจจุบันสื่อ Digital จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ IKEA ก็ยังคงเชื่อมั่นในสื่อดั้งเดิมอย่างแคตตาล็อก เพียงแต่จะต้องเข้าใจในธรรมชาติของสื่อแต่ละชนิด ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

“ปัจจุบัน เรามีดิจิทัล แคตตาล็อกให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ แต่ IKEA ก็ยังมีแคตตาล็อกแบบตีพิมพ์ให้ลูกค้าได้หยิบกลับไปดูที่บ้านได้ หัวใจสำคัญของการทำแคตตาล็อกอิเกียนั้น อยู่ที่การใส่คุณค่าในการสร้างแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้าน

หน้าที่ของเราคือ ต้องผสมผสานการสื่อสารไปยังผู้บริโภคแบบไร้รอยต่อหรือ Seamless ให้ดีที่สุด โดยอีกหนึ่งหน้าที่ของแคตตาล็อกอิเกีย คือการสร้างความสนใจให้คนหันมาเยี่ยมชมสโตร์ของเรามากขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้าน”

สำหรับเล่มแคตตาล็อกอิเกีย 2020 นี้ มีรายละเอียดตัวเลขที่น่าสนใจหลายอย่างด้วยกัน อาทิ

                จำนวนหน้าทั้งหมด 280 หน้า + หน้าปก 4 หน้า

                จำนวนฉบับที่ตีพิมพ์ 124,000,000 เล่ม            

                จำนวนประเทศที่แจก 54 ประเทศ

                จำนวนภาษาที่ตีพิมพ์ 38 ภาษา         

                จำนวนเวอร์ชั่นที่ตีพิมพ์ 80 เวอร์ชั่น

แคตตาล็อกเล่มใหม่นี้จะเป็นเล่มแรกที่เปลี่ยนฟอนต์ใหม่ทั้งหมด จากฟอนต์ Verdana ที่ใช้มาต่อเนื่องถึง 11 ปี เป็นฟอนต์ Noto ที่ได้รับการพัฒนาโดย Google อิเกียเลือกใช้ฟอนต์นี้เพราะสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่มองผ่านสายตาของคนยุคปัจจุบันได้ดี มีความชัดเจน อ่านง่ายและครบสมบูรณ์ เหมาะกับการอ่านบนจอดิจิทัลเล็กๆ ทั้งยังมีตัวอักษรเกือบครบทุกภาษาในโลก โดยแคตตาล็อกเล่มนี้จะแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 38 ภาษา ซึ่งฉบับภาษาฟินแลนด์จะมีความยาวมากที่สุด

ส่วนแนวคิดของการคัดเลือกภาพปกในปีนี้ได้ใช้ธีมว่า Bed-In for Peace โดย ได้แรงบันดาลใจมาจากโอกาสครบรอบ 50 ปี นับจากวันที่จอห์น เลนนอน และโยโกะ โอโนะ ภรรยาของเขา พากันนอนประท้วงเพื่อเรียกร้องสันติภาพในช่วงต้นสงครามเวียดนามที่โรงแรมอัมสเตอร์ดัม ฮิลตัน เมื่อเดือนมีนาคม ปี 1969 
          สำหรับเรื่องราวภายในแคตตาล็อก ธีมของแคตตาล็อกอิเกียในปีนี้คือ “การพักผ่อนนอนหลับ” เน้นการเปลี่ยนโฉมห้องนอนให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสวยงามและความสบาย รวมไปถึงแนะวิธีต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพการพักผ่อน เช่น การจัดท่านอนและเลือกหมอนที่เหมาะกับอิริยาบถการนอน การทำสมาธิ กิจวัตรตอนนอน และเคล็ดลับหลับสบายด้วยน้ำมันลาเวนเดอร์ เป็นต้น

ระหว่างจัดทำเนื้อหาในแคตตาล็อก มีการเปลี่ยนเตียงทั้งหมดถึง 7 แบบเพื่อให้ครอบคลุมการจัดเตียงทุกแบบในตลาด และถ่ายภาพไปทั้งหมด 1,651 ภาพ มากกว่าปีที่แล้วถึง 400 ภาพเลยทีเดียว

แคตตาล็อกเล่มนี้ใช้เวลาสร้างสรรค์นานถึง 12 เดือน ตั้งแต่การระดมความคิด ไปจนถึงการพิมพ์และจัดส่งไปยังสโตร์อิเกียทั่วโลก นับจากจุดเริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการผลิตต้องอาศัยความร่วมมือของทีมงานจากหลากหลายประเทศ ทั้งอเมริกา อิตาลี ออสเตรเลีย เวลส์ เยอรมันนี สวีเดน รัสเซีย สเปน อังกฤษ เปอร์โตริโก แอฟริกาใต้ เดนมาร์ก โปแลนด์ ฟินแลนด์ และ จีน

เพื่อให้เข้ากับธีมของแคตตาล็อกอิเกีย ในส่วนของการจัดสโตร์ทาง IKEA ก็จะใช้ 4 ธีมหลักที่จะทยอยเปิดตัวตั้งแต่กันยายน 2562 – สิงหาคม 2563 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งห้องนอนให้กับชาวไทย ได้แก่

                1. บ้านสวยลุคใหม่ เปลี่ยนง่ายกว่าที่คิด (Easy Change, Easy Renewal)

                2. จัดระเบียบบ้านด้วยการจัดเก็บ (Store & Organize)

                3. ครบสูตรความสบายเพื่อการพักผ่อนในห้องนอน (Sleeping/Complete Comfort in Bedroom)

                4. บ้านนี้มีเจ้าตัวน้อย (Living with Children)

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผสมผสานเครื่องมือสื่อสารการตลาดทั้งอะนาล็อกและดิจิทัล รวมถึงช่องทางการขายให้ไร้รอยต่อมากที่สุด

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.