6,050
VIEWS

"ไม่ใช่การปิดฉากแต่เป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่" สรุปคำกล่าวส่วนนึงของ “แจ็ค หม่า” ก่อนลงจากตำแหน่ง

Sep 13, 2019 BrandAge Team

สนามกีฬาที่เต็มไปด้วยพนักงานจากอาลีบาบากว่า 60,000 คน พร้อมกับ “แจ็ค หม่า” ที่มาในชุดแจ็คเก็ตหนังและกีต้าร์สีส้มสุดเท่ กับการร้องเพลงและเสียงปรบมือดังสนั่นทั่วสนามกีฬา… สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 20 ปีบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งอีคอมเมิร์ซระดับโลกอย่าง บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (Alibaba Group Holding Limited) เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับเป็นวันเกิดครบรอบ 55 ปีของผู้ก่อตั้งร่วมอย่าง แจ็ค หม่า และวันสุดท้ายของเขาในฐานะประธานบริหารก่อนส่งหน้าที่ต่อให้กับ “แดเนียล จาง” CEO ของอาลีบาบามาตั้งแต่ปี 2015 ให้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของอาลีบาบากรุ๊ปแทนด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบริษัทไม่ใช่ “จุดจบ” แต่มันเป็นเหมือนกับ “ยุคสมัยใหม่” ที่กำลังจะเข้ามา

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาชาวจีนจำนวนมากรวมถึงครอบครัวชนชั้นกลางจำนวนมาก ต่างรู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของจีน เพราะด้วยท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ และสินค้าบริโภคที่พุ่งสูงขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวอาจถือเป็นโอกาสดีที่จะเฉลิมฉลองกับอีกหนึ่งความสำเร็จในเศรษฐกิจของจีน กับความสำเร็จในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาของอาลีบาบา

แจ็ค หม่า ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แต่ปัจจุบันเขากลายเป็นเศรษฐีที่อันดับที่ 2 ของประเทศจีน (รองจาก โพนี่ หม่า ประธานผู้บริหาร Tencent) กับมูลค่าสุทธิเกือบ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และในวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมาเขาได้ขึ้นกล่าวพูดคุยกับพนักงานเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะประธานบริษัท เมื่อเขามีความต้องการที่จะลงจากการเป็นประธานบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นกับกลุ่มเพื่อน ในอพาร์ทเมนต์เล็กๆ ที่หางโจวปี 1999 อย่าง “อาลีบาบา”

คำพูดส่วนนึงในช่วงท้ายของ แจ็ค หม่า เริ่มด้วยบอกความรู้สึกถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว กับการลงจากตำแหน่งประธานบริษัทเตรียมการและรอมากว่า 10 ปี พร้อมกับกล่าวขอบคุณพนักงานและเพื่อนๆ ทุกคนที่ช่วยให้บริษัทได้เติบโตเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ และตัว แจ็ค หม่า ก็หวังว่าจะได้เห็นการฉลองครบรอบแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

แจ็ค หม่า ไปตามบริษัทต่างๆ มากมายเพื่อค้นหาวิธีที่จะรักษาบริษัทให้มั่นคง ในขณะที่เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งอย่างรอบคอบ และเขาพบว่ามีอยู่หลักๆ 2 วิธี คือ หนึ่งการส่งต่อธุรกิจไปยังทายาทรุ่นต่อไป หรือสองค้นหาคนที่มีฝีมือ แต่อาลีบาบากลับเลือกเส้นทางที่สาม คือการแต่งตั้ง CEO คนปัจจุบันอย่าง แดเนียล จาง ให้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ และเพื่อเป็นยืนยันถึงความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า แจ็ค หม่า ก็ได้วางระบบและวัฒนธรรมองค์กรเพื่อให้องค์กรดำเนินการในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่น

แจ็ค หม่ากล่าวถึงโลกในทุกวันนี้ ที่ทุกคนต่างกำลังพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ทั้งความท้าทายในโลกาภิวัตน์, ความวิตกกังวลจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามา, ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา รวมถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เลวร้ายลง สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณของยุคสมัยใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า จงมองว่าความสับสนเหล่านี้ เป็นเพียงแค่ปัญหาชั่วคราวที่เราทุกคนต่างพบเจอ

แจ็ค หม่ายังได้พูดถึง 3 เป้าหมายที่สำคัญของการใช้เทคโนโลยีในอนาคต คือ

  • การเติบโตอย่างยั่งยืน (sustainable growth)
  • ความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างเสมอภาค (inclusiveness)
  • เทคโนโลยีต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น (benefit others)

หากเทคโนโลยีไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ โลกก็จะวุ่นวายมากขึ้น อย่างไรก็ตามการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ใช่ผู้อื่น

ยุคนี้อาจเป็นยุคที่โชคดีที่สุด เพราะคนในรุ่นของเรามีช่วงเวลาที่สงบสุขยาวนานที่สุด และการมีประสบการณ์จากการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ อย่างการปฏิวัติทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม แต่ในตอนนี้เราต่างก็เผชิญกับความท้าทายใหม่ในการเข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วย Data และ 5G หลายๆ คนก็ได้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทั้ง 2 ยุคนี้ต่างก็เจ็บปวด แต่การมีความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองและพร้อมรับกับสิ่งต่างๆ ที่กำลังจะเข้ามา

ในศตวรรษที่ 21 มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเป็นบริษัทที่แข็งแกร่ง แต่มันยากที่จะเป็นบริษัทที่ดี เพราะบริษัทที่แข็งแกร่งนั้นถูกกำหนดโดยความสามารถทางการค้า ในขณะที่บริษัทที่ดี การมีความรับผิดชอบและการมีจิตใจที่ดี คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุด มีผู้คนมากมายบอกกับ แจ็ค หม่า ว่าเขานั้นเป็นคนโชคดีที่บริษัทได้ประสบความสำเร็จมากมาย แต่ที่จริงแล้วอาลีบาบาเองก็ได้ทำผิดพลาดไม่น้อยไปกว่าบริษัทอื่น ๆ แต่สิ่งที่อาลีบาบาทำการตัดสินใจในแต่ละครั้ง อาลีบาบาไม่ได้คิดถึงแค่เรื่องธุรกิจและตัวเงินเพียงอย่างเดียว และนี้คือ 20 ปีที่อาลีบาบายึดมั่นมาตลอด

แจ็ค หม่า ยังได้พูดถึงโอกาสที่ดีของประเทศจีนที่หลายๆ ประเทศไม่ได้มี คือในเรื่องของประชากรจำนวนมากในจีน ทำให้จีนต้องพัฒนาและมีโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจแบบครบวงจร ประเทศจีนจึงสามารถใช้อุปสงค์ของประชากรที่มีจำนวนมากเหล่านี้ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่เพียงแต่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศจีนดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถนำการพัฒนาเหล่านี้มายกระดับเศรษฐกิจโลกได้อีกด้วย ซึ่งแจ็ค หม่า เองก็หวังว่าอาลีบาบาจะมีส่วนร่วมในกระแสโลกาภิวัตน์ในอนาคตนี้ ที่ช่วยสนับสนุนให้บริษัททั่วโลกได้ขายสินค้า

การลงจากตำแหน่งในครั้งนี้ เขาบอกกับพนักงานของเขาถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยเขาเชื่อว่าโลกนี้มีอะไรอีกมากมายรอให้ได้ค้นพบและช่วยเหลือ ซึ่งเขาชอบความตื่นเต้นมาก จึงเป็นสาเหตุที่เขาลงจากตำแหน่งเร็วขนาดนี้ การที่เขาจะลงจากตำแหน่งในฐานะประธานไม่ได้หมายความว่าเขากำลังจะเกษียณ เพราอาลีบาบาก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ความฝันของเขา แต่ยังมีความฝันอีกมากมายที่เขาอยากจะลงมือทำทั้งการอุทิศตนในด้านการศึกษา, การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการสาธารณะ

แม้จะลาออกจากตำแหน่ง แต่ แจ็ค หม่า ยังคงถือหุ้นในอาลีบาบาอยู่ 6.22% และยังดำรงตำแหน่งสำคัญในบอร์ดคณะกรรมการบริหารของอาลีบาบาต่อไปจนถึงการประชุมของผู้ถือหุ้นใน ปี 2563 ก่อนจะย้ายตัวเองจากบอร์ดของบริษัทไปอยู่ในฝ่ายกำกับดูแลองค์กรที่ไม่มีอำนาจบริหาร ซึ่งก็ถือได้ว่านี้ไม่ใช่จุดจบของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นแต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของทั้ง แจ็ค หม่า และอาลีบาบา

 

Source

Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.