สสว. ผนึก ม.ศิลปากร เดินหน้าหนุนโครงการ “Digital Content Cluster DAY” ปี 2

Sep 13, 2019 -None-

สสว. ผนึก ม.ศิลปากร ขับเคลื่อนโครงการ “Digital Content Cluster DAY” ปี 2 เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีในอุต สาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ ชูความสำเร็จจากโครงการ ผลงาน Hey Buddy แอนิเมชันสร้างสรรค์โดย บริษัท บิ๊กเบรนพิคเจอร์ส ร่วมทุนกับประเทศอินเดีย นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมและสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) ดำเนินการร่วมกับคณาอาจารย์มหาวิทยาลัยกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Content ประกาศขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ไทยให้เข้มแข็งยั่งยืน

ลักขณา ตั้งจิตนบ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) กล่าวว่า ปัจจุบันดิจิทัล คอนเทนต์ เข้ามามีบทบาทอยู่ในอุตสาหกรรมแทบทุกแขนง และยังสามารถนำมาประยุกต์ และต่อยอดในธุรกิจด้านต่างๆ ได้อย่างไม่จำกัด และถือเป็นอุตสาหกรรมที่ทุกประ เทศให้ความสำคัญ เพราะต้องใช้ทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยีมาประกอบกันเพื่อสร้างผลงานสร้างสรรค์อย่างมีประสิทธิภาพ อุตสาหกรรม Digital Content นี้สามารถสร้างรายได้กลับเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล ถ้าหากได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมและมีแนวทางที่เป็นสากล

ในปีที่ผ่านมาทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่าย Digital Content ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ปี 2562  ในชื่อโครงการ “Digital Content Cluster DAY”  ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ  โดยส่งเสริมและสนับสนุนเอสเอ็มอี(SME) ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเล็งเห็นถึงความสําคัญรวมกลุ่มของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ถือว่าเป็นส่วนสําคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งการพัฒนาผู้ประกอบการโดยการสร้างให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเครือข่าย ทําให้เกิดความเข้มแข็ง จําเป็นจะต้องนําเอาแนว คิดในการพัฒนาคลัสเตอร์มาเป็นเครื่องมือดําเนินการ โดยเน้นการกระตุ้นความเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการ โดยคํานึงถึงความต้องการของตลาด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เน้นการพัฒนาผู้ประกอบการในเครือข่ายให้มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ โดยการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมไปถึงการพัฒนาช่องทางการตลาดในเชิงรุกผ่านการจัดกิจ กรรมต่างๆ พร้อมกับสร้างการรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ของไทยให้กับผู้บริ โภคทั้งในและต่างประเทศ โดยการพัฒนา Digital Content Cluster กลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการ

สำหรับเครือข่ายผู้ประกอบการ มี 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.เครือข่ายผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมการออกแบบและซื้อขายลิขสิทธิ์ตัวละคร (Charac ter Design and Licensing) 2.เครือข่ายผู้ประกอบการสินค้าตัวละคร (Character Merchandising) 3.เครือข่ายผู้ประกอบการด้านการสร้างคอนเทนต์แอนิเมชั่น (Anima tion IP)  4.เครือข่ายผู้ประกอบการรับผลิตแอนิเมชัน (Animation Service) และ 5.เครือข่ายผู้ประกอบการด้านการให้บริการด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก (CG Service)

ทางด้าน ผศ.ณัฐพร กาญจนภูมิ รักษาการแทนรองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม. ศิลปากร และในฐานะคณะดำเนินงาน กล่าวว่า  จากนโยบายในการส่งเสริมสนับสนุน และประสานความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างหน่วยงาน องค์กร เพื่อถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ระหว่างบุคลากรทางสายวิชาการและสายวิชาชีพ เพื่อให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ  รวมทั้งม.ศิลปากร ได้เปิดหลัก สูตรการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาบุคคลากรทางด้าน Digital Content มากว่า 15 ปี ที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรม ซึ่งม.ศิลปากรมีความเชื่อว่าในการสร้างบุคคลากรที่สามารถ บูรณาการความรู้ ด้านการออกแบบและสร้างสื่อเทคโนโลยีด้านดิจิทัล และธุรกิจการตลาด เข้าด้วยกัน ในปีที่ผ่านมาทางมหาวิทาลัยได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กับภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ จัดทำโครงการ “Digital Content Cluster DAY” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  นอกจากนี้ยังคาดหวังว่าองค์ความรู้และกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จัดขึ้นนี้ จะช่วยในการพัฒนาขีดความ สามารถของอุตสาหกรรมไทยด้าน Digital Content ให้เจริญรุ่งเรืองขยายตลาดไปสู่ตลาดโลกมากขึ้น รวมถึงสามารถพัฒนาศักยภาพบุคคลากรในการรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้จะเห็นได้จากผู้ประกอบการกับผลงาน Hey Buddy เป็นแอนิเมชันสร้างสรรค์โดย บริษัท บิ๊กเบรนพิคเจอร์ส จำกัด ซึ่งเป็น 1 ในผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจากโครงการ Thailand Animation Pitch 2018 (TAP) ในกิจกรรมพัฒนาเครือข่าย Digital Content ภายใต้ในโครงการสนับ สนุนเครือข่าย SME ปี 2561 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้ต่อยอดความสำเร็จนำไปสู่การประกวดในงาน Asian Animation Summit 2018 (AAS 2018) สนับสนุนโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP โดยมีสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) เป็นผู้ประสานงาน และยังได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมทุนกับประเทศอินเดีย ในการผลิตเป็นการ์ตูนในรูปแบบ Non Verbal Animation นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP โดยสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มหาวิทยาลัยศิลปากร บริษัท บิ๊กเบรนพิกเจอร์ จำกัด Toonz media group  และสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) รวมถึง บริษัท การ์ตูนคลับ มีเดีย จำกัด พันธมิตรด้านการตลาดให้แก่ บิ๊กเบรนพิกเจอร์ อาทิ การซื้อขาย การเจรจา และการประชาสัมพันธ์

จากผลสำรวจอุตสหากรรมดิจิทัล คอนเทนต์ของสำหนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)  แนวโน้มการเติบโตในปี 2561 มูลค่าดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยคาดว่าจะอยู่ที่ 27,005 ล้านบาท และคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาทในปี 2562  ก่อให้เกิดรายได้อย่างมหาศาลให้กับประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยปัจจัยการเติบโตมาจากการขยายตัวของสื่อดิจิทัลและด้านการผลิตของภาคอุตสาห กรรมดิจิทัลคอนเทนต์ จากรายงานปี 2560 มูลค่าการผลิตและส่งออกงานแอนิเมชั่น เกม และคาแร็กเตอร์มีมูลค่าถึง 1,851ล้านบาท เป็นอัตราการเติบโตเทียบกับปีก่อนหน้า 50%  และปี 2561 มีมูลค่า 1,998 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นมีมูลค่าส่งออก 1,428 ล้านบาท ขณะที่สาขาเกมมีมูลค่าการส่งออกแตะที่ยอด 398 ล้านบาทซึ่งมีมูลค่าลดลงกว่าปีก่อนหน้าที่มีมูลค่าการส่งออก 435 ล้านบาท สำหรับสาขาคาแร็กเตอร์มีมูลค่าการส่งออกรวม 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่าส่งออก 14 ล้านบาท 

ทั้งนี้ สสว. และ มหาวิทยาลัยศิลปากร รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการ 5 เครือข่าย โดย สมาคมแอนิเมชันและคอม พิวเตอร์กราฟิกแห่ง ประเทศไทย (TACGA) และสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) ดำเนินการร่วมกับคณาอาจารย์มหาวิทยาลัยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Content ร่วมวิเคราะห์ข้อมูลวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมนี้จนเกิดกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการ และสามารถนำไปต่อยอดกับอุตสา หกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยการดำเนินโครงการตลอด 2 ปี ถือว่าเป็นอีกก้าวของความสำเร็จในการต่อยอดธุรกิจ ตัวแทนผู้ประกอบการด้านดิจิทัล คอนเทนต์ในการแบ่งปันความสำเร็จเข้าร่วมโครงการสร้างประโยชน์ในด้านใด และสามารถนำสิ่งที่ได้จากโครงการไปต่อยอดสำหรับการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจต่อไป

นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดกิจกรรม  Animation Project Pitching โดยให้ผู้สร้างแอนิเมชันนำเสนอผลงานต่อนักลงทุน สื่อ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมี 5 ผลงานจาก 5 บริษัท ได้แก่ Creative Bean Studio Co., Ltd. : "มนุษย์ลูก" The Musical บริษัท Jin Jint Co.,Ltd : Glow in the Dark Monster บริษัท RAY NOTE : THRONES บริษัทThe Monk Studios Co., Ltd. : X-rabbits และบริษัท Wanchalerm chootragool : Food runner  นอกจากนี้ ยังมีเวทีสัมมนากับหัวข้อ How to use Character ? โดย สันติ เลาหบูรณะกิจ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด กูรูในวงการดิจิทัลคอนเทนต์ มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ในเรื่องการนำคาแร็กเตอร์ รวมถึงบริการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ไปต่อยอดได้อย่างไรในธุรกิจยุค 4.0  ปิดท้ายด้วยกิจกรรมจัดแสดงผลงานของกลุ่มผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ พร้อมการจับคู่ธุรกิจ (Busi ness Matching) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ 5 เครือข่าย Character Design and Licensing, Character Merchandising, Animation IP, Ani mation Service, CG Service  กับกลุ่มผู้ซื้อและกลุ่มอุตสาหกรรมข้างเคียงหรือต่อเนื่องดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/DCCluster/

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.