5,954
VIEWS

จับตาเทรนด์ผู้สูงอายุ พลังขับเคลื่อนใหม่สู่ Longevity economy

Oct 21, 2019 -None-

คาดการณ์ว่า  ระหว่างปี  1980 – 2050 (พ.ศ. 2523 – 2593)   จำนวนผู้สูงวัยจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว โดยในปี 2050 (พ.ศ. 2593)  โลกจะมีจำนวนผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 2.1 พันล้านคน ส่งผลให้ในอีกราว 30 ปีต่อจากนี้จะเป็นครั้งแรกที่โลกมีจำนวนคนแก่มากกว่าคนหนุ่มสาว โดย 1 ใน 5 ของประชากรโลกในปี 2050 (พ.ศ. 2593)    จะเป็นผู้สูงวัย ซึ่งสถิติดังกล่าวได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้สูงอายุจะครองเมืองในทุกพื้นที่ของโลก

จากการขยายตัวของกลุ่มคนสูงอายุอย่างกว้างขวางทั่วโลก   จนเป็นที่แน่ชัดว่าเจนเนอเรชั่นทรงอิทธิพลจะมีการเปลี่ยนขั้ว จากกลุ่มมิลเลนเนียลส์  Millennial ที่เป็นความเชื่อเดิมๆ มาเป็น   กลุ่มผู้สูงอายุ   ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่คุมอำนาจทางการเงินและการเมือง  เป็นกลุ่มที่มีเงินเหลือเพื่อการใช้จ่าย  (Disposable Incomes) มากกว่าคนทุกกลุ่ม   กลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก สู่  เศรษฐกิจสูงวัย หรือ Silver Economy และ เศรษฐกิจอายุวัฒน์  (Longevity Economy)   ผลักดันให้กลายเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก   ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาและศึกษาแนวโน้มกันอย่างกว้างขวาง

สำหรับในประเทศไทย  -- ข้อมูลจากการศึกษาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส   ได้ระบุว่า หลังจากที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing society) ตั้งแต่ปี 2543ที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในอัตราร้อยละ 10และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) ในปี 2564 ซึ่งจำนวนประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20%จากนั้นในปี 2578 ก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด (Super  Aged  Society) โดยมีประชากรสูงอายุถึง 30%ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงโดยรวมของประเทศในหลายด้าน ทำให้หลายฝ่ายต้องเริ่มตระหนักและหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมการรองรับไว้ล่วง หน้าเช่นเดียวกับความกังวลของนานาประเทศในขณะนี้

มารู้จัก ผู้สูงวัยชาวโลกและ ผู้สูงอายุคนไทย  ในรายงานวิจัยชุดพิเศษ .”Getting Older – Our Aging World”  จากอิปซอสส์ ชี้ให้เห็นว่าการที่เราไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงความรู้สึกนึกคิด และ ความต้องการกลุ่มผู้สูงอายุ  จะทำให้เราประเมินสถานการณ์และวางแผนการต่างๆ ไม่ถูกทิศทาง

มารู้จัก ผู้สูงวัยชาวโลกและ ผู้สูงอายุคนไทย  กับการจับโอกาสมหาศาล ลดความเสี่ยง  เริ่มจากการสร้างมุมมองใหม่  ออกจากปัญหาและการติดกับความเชื่อและภาพจำเดิมๆ   เช่น  การกำหนดผู้สูงวัยจาก ‘ตัวเลขอายุ’และภาพจำเดิมๆ ที่ว่าผู้สูงวัยไม่สนใจเทคโนโลยี ไม่ชอบเรียนรู้  และ ไม่ชอบสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ในหมู่นักการตลาด กว่า 79% ยังใช้ ‘อายุ’ เป็นตัวชี้วัดในการกำหนดตัวตนของผู้สูงวัยแทนที่จะศึกษาจากความชอบ ไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการที่แท้จริง ความเข้าใจผิดเหล่านี้  ทำให้เราไม่รู้จักผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง  ไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงความรู้สึกนึกคิด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุ   ทำให้เราประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและวางแผนต่างๆ ไม่ถูกทิศทาง

สำหรับประเทศไทย กว่า 75%  ของผู้สูงวัยคนไทยมีความสนใจและต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ   และกว่า 1.2 ล้านของผู้สูงวัยชาวไทยที่มีอายุเกิน 60 ปี เข้าถึงโลกอินเตอร์เน็ต ดังนั้นความเชื่อที่ว่าผู้สูงวัยไม่ยอมปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่จึงเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไป

ความชอบ ความต้องการ  พฤติกรรม และ ไลฟ์สไตล์  ของผู้สูงอายุทั้งที่เป็นภาพรวมของโลกและกลุ่มผู้สูงวัยชาวไทย ต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเช่นเดียวกับ เจนเนอเรชั่นกลุ่มอื่นๆ

จากความเชื่อเดิมๆ  ที่ฝังใจกันทั่วไปว่า  ผู้สูงอายุไม่สนใจเรื่องเทคโนโลยีและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นวิวัฒนาการของโลกนั้น   อาจต้องมีการทบทวนใหม่  เพียงแต่ผู้สูงอายุอาจจะมีข้อจำกัดบ้างในบางจุดเพื่อการปรับตัวให้เข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดังกล่าว   ซึ่งอาจต้องใช้เวลากับสิ่งเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ  อีกทั้ง อาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าในการเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้น

โดยข้อมูลวิจัยชุดพิเศษ  “Getting Older-Our Aging World”  จะบอกให้ทราบถึง  ความวิตกกังวลและความต้องการลึกๆ ที่อยู่ในใจของกลุ่มผู้สูงอายุทั้งที่เป็นภาพรวมตัวแทนผู้สูงวัยของโลก  และเจาะลึกถึงคุณลักษณะผู้สูงอายุชาวไทย ในแง่มุมต่างๆ  ทั้งด้านความชอบ  ไลฟ์สไตล์  พฤติกรรม   ความต้องการ  ตลอดจน  ข้อมูลในการใช้จ่ายเงิน  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกวงการ

สิ่งที่ผู้สูงอายุทั่วโลกวิตกกังวลมากที่สุด คือ เรื่องเงิน และ สุขภาพ(Top Worries – Money & Health)  และสิ่งที่ผู้สูงอายุชาวไทยมีความกังวลใจซึ่งก็มีความใกล้เคียงกัน   โดยสามารถเรียงลำดับตามความวิตกกังวลของกลุ่มผู้สูงวัยของโลก  คือ   กลัวมีเงินไม่พอต่อการดำรงชีวิต  30%, กลัวมีปัญหาการเคลื่อนไหวทางร่างกาย25%,เสียความทรงจำ24%,  ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้22%,  การจากไปของคนในครอบครัว  ญาติ และเพื่อนฝูง   20%,  ความเจ็บป่วย 20%,  ถูกทิ้งให้เปล่าเปลี่ยว  เหงา  เศร้า19%,  ไม่มีอิสระ18%,ตาย 16%,  หูตึง / ตามองไม่เห็น13%

ส่วนความกังวลใจของผู้สูงอายุคนไทยเมื่อถึงวัยชราเรียงตามลำดับได้ดังนี้ 
51% - ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้    41%-เจ็บป่วย     34%- ความเคลื่อนไหวทางร่างกาย     32% -มีเงินไม่พอต่อการดำรงชีวิต  27% -เสียความทรงจำ   20% -ญาติและเพื่อนฝูงค่อยๆ จากไป   15% -สูญเสียสายตาและ การได้ยิน   10%-ถูกทิ้งให้ล้าหลังทางเทคโนโลยี    10% -ผมหงอกและศีรษะล้าน   10% -เบื่อหน่าย   10% -ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว   7% -ไมได้รับการดูแลเอาใจเป็นต้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า  ปัจจุบัน ผู้สูงอายุคนไทย มีประกันภัยด้านสุขภาพถึง 50%และ อีก  18%  เป็นการทำประกันในลักษณะ  Endownment Life insurance

ในการนี้ เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุคนไทยให้มากยิ่งๆขึ้น  อิปซอสส์ได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมถึง ไลฟ์สไตล์ กิจกรรมที่ทำ ตลอดจน พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของกลุ่มผู้สูงวัย  ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

กิจกรรมยอดฮิตติดอันดับที่ผู้สูงอายุชาวไทยชื่นชอบตามลำดับ คือ  การออกกำลังกาย เดินทางท่องเที่ยว  การเพาะปลูก   ชอบสังคมเยี่ยมญาติ / เพื่อนสนิทมิตรสหาย  การเดินออกกำลังกาย และ  ร่วมกิจกรรมชุมชน  ในอัตรา 56%, 49%, 34%, 27%,  27% 22% ตามลำดับ

ส่วนพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้สูงอายุชาวไทยนั้น  ผลสำรวจพบว่า  ผู้สูงอายุชาวไทยได้ให้ความ สำคัญในเรื่องของการใช้จ่ายเงินในเรื่องต่างๆ   ดังนี้  การใช้จ่ายเพื่ออาหารเป็นอันดับสูงสุด ถึง 95%  ตามมาด้วย  การออกไปทานอาหารนอกบ้านในโอกาสพิเศษถึง78%  ใช้เงินกับซื้อเครื่องไฟฟ้าในบ้าน 78%   ใช้จ่ายสำหรับเสื้อผ้า73%   ใช้เงินเพื่อการผ่อนคลาย 73%การท่องเที่ยว  71% ตามลำดับ

มนุษย์ทุกคน ทุกเจน ไม่แบ่งแยกเฉพาะผู้สูงวัย  ย่อมอยากให้ตนเองมีสุขภาพดีไปนานๆ  โดยสถิติผู้สูงวัย   6 ใน 10 คนทั่วโลก  คาดหวังให้ตัวเองมีสุขภาพดี และ มีร่างกายแข็งแรงยามแก่ ส่วนคนสูงอายุชาวไทยมีการเตรียมตัวเพื่อการเป็นคนสูงวัยที่มีคุณภาพเรียงตามลำดับ ดังนี้

ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ   ทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพเก็บออมเพื่อให้มีเงินพอใช้หลังเกษียณ  หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอร์หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่   สร้างทักษะกับงานอดิเรกที่สนใจ  มีบทบาทในชุมชนพบปะเพื่อนฝูงแล อยู่ในแวดวงเพื่อนที่ดี   รักษาความสัมพันธ์อันดีกับหุ้นส่วน   ทำกิจกรรมด้านกีฬาเป็นประจำ  ดูแลปรับปรุงที่อยู่อาศัย  ใช้ วีลแชร์ ด้วยความชำนาญ หาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับคนสูงอายุ  และอีก3%  เป็นเรื่องอื่นๆ   ในอัตรา 79%,  72%,  59%,  37%,  33%,  30%,  29%,  28%,  22%,  22%,  22%,  22%,  8%, และ  3%  ตามลำดับ

เกี่ยวกับผู้ทำวิจัย

บริษัท อิปซอสส์  เป็นบริษัทระดับโลกด้านการสำรวจและวิจัยตลาดสัญชาติฝรั่งเศส  เริ่มก่อตั้งในปี  2518 (1975)  นับเป็นการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและต่อเนื่องมานานถึง 44 ปี  ปัจจุบันได้ขยายบริการครอบคลุม  89 ประเทศทั่วโลก  โดยมีลูกค้ารายใหญ่กว่า  5,000 ราย  ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญถึง 18,000  คน   และให้บริการในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิเช่น กลุ่มสินค้าประเภทอุปโภค-บริโภค   กลุ่มสื่อ  กลุ่มการเงิน   กลุ่มสินค้าสุขภาพ  กลุ่มเทคโนโลยี  กลุ่มยานยนต์  กลุ่มท่องเที่ยว   กลุ่มสันทนาการ   องค์กรภาครัฐ  กลุ่มเอ็นจีโอ   และสถาบันต่างๆ   โดยให้บริการในลักษณะโซลูชั่นครบวงจร  ครบเครื่องเรื่องบริการงานวิจัย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn